กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,917
    ค่าพลัง:
    +4,775
    (ปักหมุด76) หน้า107
    :oops::oops::oops::oops::oops::oops::oops::oops::cool::cool::cool::cool::cool:

    เรื่อง ความฝันเป็นอะไรที่ลี้ลับซับซ้อน(ตอนจบ)

    บุรุษไร้เงา(อจ.นพ)โพสต์

    อย่างเรื่องฝันถ้าจะผ่านก็คือจะต้องไม่มีการทำร้าย
    หรือการฆ่าเกิดขึ้นเลยในฝัน
    และตัวเราเองจะต้องยอมตายไปเลย
    แม้ว่า เราจะรู้ทั้งรู้ มันก็จะมีฝันที่สุดท้าย
    มาพยายามทำให้เราต้องลงมือให้ได้
    แม้ว่าเราจะหนีแล้วหนีอีกก็ตาม

    เช่น ช่วยปลาได้ แต่ไปฆ่างูอีกตัวที่จะมาทำร้ายปลา
    แบบนี้ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังไม่ผ่าน.......

    ถ้าผ่านคือ ช่วยปลา ยอมให้งูเล็กกัดเรา
    หรือ จับงูเล็กโยนทิ้งไป
    หรือหาอะไรมาขวางมันไว้ซะ
    หรือเอาตัวเราเองเข้าขวางงูเล็ก
    เพื่อไม่ให้มาทำร้ายปลา อะไรประมาณนี้..
    ถึงจะพอผ่าน.

    การที่เรายังต้อง ทำร้ายไม่ว่าจะด้วยมือเปล่า หรือด้วยอาวุธ
    หรือด้วยความสามารถพิเศษจากกรรมฐานบางอย่าง
    เพื่อป้องกันตัวเองอยู่ หรือเพื่อทำร้ายโดยมีเจตนาปกป้องใครอยู่
    มันบอกว่า เรายังติดเรื่องการห่วงร่างกาย เราเลยกลัวตาย
    และยังห่วงสิ่งๆอื่นๆอยู่เลยจึงต้องมีการปกป้อง
    โดยที่ไม่คิดเอาตัวเองเข้าแรก.......
    อะไรประมาณนี้.......


    และยิ่งหากว่า ในฝันเราสามารถใช้อาวุธหรือความ
    สามารถพิเศษได้ หากเราเริ่มต้นฉากแรกด้วยการใช้เพื่อทำร้ายเลย
    มันจะบอกได้ว่า เรายังไม่เฉลียวในเรื่องการใช้งาน......

    ถ้าเฉลียวคือ เราจะแค่เอาไว้ขู่ เอาไว้เพื่อเตือนๆ
    แม้ว่า เบื้องหลังเราจะมีใครอยู่ก็ตามที่เราจะต้องคอยปกป้อง
    โดยที่เราต้องดูเจตนา อะไรก็ตามที่จะเข้ามาก่อน
    บางที ที่เค้าเข้ามาคือหน้าตาไม่รับแขก
    แต่หน้าเค้าเป็นอย่างนั้นปกติ
    เค้าแค่มาดูเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร ดูแล้วก็ไป
    ถ้าเราไปชัดเลย แสดงว่า นอกจากจะไม่ผ่านด้าน
    ความเฉลียวในการใช้งานแล้ว
    ความเมตตาเรายังไม่ผ่าน
    อะไรประมาณนี้.....

    มันเป็นอะไรที่ซับซ้อน
    ไม่ใช่ว่าจะผ่านกันได้ง่ายๆกันนะ
    ส่วนตัวถึงบอกว่า ให้นึกซะว่า
    "สอบได้เรื่องตลก
    สอบตกเรื่องธรรมดา......"


    สมัยก่อน ช่วงก่อนที่จะสามารถพลิกเอากรรมฐานกองหนึ่ง
    ให้ขึ้นมาใช้งานได้ปกติในชีวิตประจำว่า
    ส่วนตัวสอบตกไปยี่สิบกว่าครั้ง.......
    ครั้งแรกเรียกว่า กิริยาไปเร็วกว่าความคิดเลย
    ตกแบบเห็นๆ ตกแบบร้อยเปอร์เซนต์เต็ม

    กว่าจะแค่พอผ่านนะ คือมันจะมีทั้ง
    การทดสอบความเฉลียวในการใช้งาน
    เช่น จะมีอุปสรรคมาให้ และให้เราใช้
    กรรมฐานที่เราฝึกมา เพื่อที่จะผ่านไปให้ได้นั่นหละ
    และเรื่องเมตตา ดูว่าเราเข้าไปช่วยใคร
    และต้องไม่ได้ทำร้ายอะไรก็ตาม ที่จะทำให้
    ที่เราไปช่วยเค้ากลัวด้วย และความกลัวตาย
    ต้องประมาณว่า เห็นอะไรก็ตาม ที่ใหญ่มาก
    จะเข้ามาทำร้ายตัวเราเอง เราพร้อมที่จะยอมตายหรือไม่

    ไม่มาเป็นอสูร เป็นผีหรอก ถ้าเกี่ยวกับกรรมฐาน
    พวกนี้จะมาหลังจากที่เราจะใช้งานได้แล้ว
    จะมาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมตตาและการไม่กลัวตาย


    ส่วนตัวฉากสุดท้ายที่จะผ่าน อันนี้โม้ จำได้ว่า
    เจอสิงโตตัวสูง ๒ เมตรได้ วิ่งเข้ามาหา
    สุดท้ายเลยตัดสินใจว่า เอาตามสบาย
    จะทำอะไรก็ทำไปเลย จะไม่สู้ ไม่อะไรเลย
    ยืนเฉยๆให้ พี่แก รับประทานตามอัธยาศัย

    สุดท้าย สิงโตตัวนั้น ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า
    แล้วก็ ยิ้มให้เหมือนรู้ทันและค่อยๆกลับตัวแล้วหายไป
    ซึ่งก่อนหน้านั้น ถ้าได้เจอสัตว์แต่ละตัว
    มีแต่ตัว โครตตตตตต ใหญ่
    พวกนี้ มันเรื่องธรรมดา ที่เราจะต้องผ่าน
    การทดสอบ จากครูบาร์อาจารย์ทางภพภูมิก่อน
    เป็นเรื่องปกติ เพราะกรรมฐานบางอย่าง
    มันเป็นอันตรายต่อผู้อื่นได้ง่าย
    ดังนั้นภูมิต้านทานเราจะต้องดีกว่าปกติทั่วไปหน่อย

    ซึ่งมันจะมี ๓ เรื่องหลักๆนี่หละ
    ก่อนที่จะใช้งานกรรมฐานกองนั้นๆได้จริง
    ในชีวิตประจำวันนะ นี่เล่าให้ฟังเล่นๆ

    และประกันได้เลย ระดับพระมีชื่อต่างๆ ท่านเหล่านั้น
    ก็เคยสอบตกมาแล้วทั้งนั้น...ระดับมีชื่อ บางท่าน
    เคยสนทนากัน ท่านบอก เมื่อก่อนใช้กสิณเผาผีเป็น
    กองทัพโน้นช่วงแรกๆ ๕๕๕ อะไรประมาณนี้
    เรียกว่า เมตตาไม่ผ่านเลย สอบตกแบบร้อยเปอร์เซนต์
    เล่าให้กันฟังก็ฮาๆไป อะไรประมาณนี้ เล่าให้ฟังเล่นๆ....


    ถ้าในการใช้ชีวิตทางโลกทั่วไป
    ถ้าเราเห็นทรัพย์สินแล้วเราไม่หยิบ ไม่คิดจะเอาก็ดีแล้ว
    ไม่ว่าเค้าจะให้อะไรเราก็ตาม แต่เราไม่รับถือว่าใช้ได้แล้ว

    ถ้าเราพอผ่านเรื่อง ไม่ทำร้าย ไม่รังแกสัตว์ได้ก็ดีแล้ว
    ไม่ใช่ว่า ช่วยอีกประเภท แต่ทำร้ายอีกประเภทนะ...

    ถ้าเราพอผ่านเรื่องเกี่ยวกับ กาม คือ
    ไม่เป็นนักแสดงในฝันได้ก็ดีแล้ว ไม่จิตนาการ
    ถึงพระเอก นางเอก ดาราคนโปรด
    แล้วออกกำลังกายกันก็ดีแล้ว......

    และถ้าเราพลาดก็อย่าไปสนใจ อย่าใส่ใจเก็บมาคิด
    เราก็เริ่มต้นใหม่แค่นั้นเอง....เพราะตราบใดที่เรายัง
    ไม่ใช่พระอรหันต์ ยังไงเราก็สอบตกได้
    มันเป็นเรื่องธรรมดาของชาวโลก ในระบบสุริยะจักรวาลนี้ ๕๕

    ส่วนฝันเรื่อยเปื่อย จากกินเยอะ นอนเยอะ มันเรื่องปกติ
    ส่วนฝันแบบ รางสังหรณ์ หรือ อนาคตังสญานอย่างอ่อน
    ก็มีเป็นปกติ ถ้าเรายังทำบุญ ไม่คิดร้ายใคร ไม่คนไม่โกง
    พูดง่ายๆ ทำตัวเป็นมนุษย์ปกติอยู่ ท่านๆก็มาเตือนได้ปกติอยู่แล้ว....


    ก็ประมาณนี้หละ ทั่วๆไป เกี่ยวกับเรื่องฝัน
    ตามสโลแกน

    สอบได้เรื่องตลก
    สอบตกเรื่องธรรมดา
    ...นั่นแหล
    :rolleyes::rolleyes::rolleyes::rolleyes::rolleyes::rolleyes::rolleyes::rolleyes:o_Oo_Oo_O

    บุรุษไร้เงา, 13 พฤศจิกายน 2018
     
  2. บุรุษไร้เงา

    บุรุษไร้เงา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,431
    ค่าพลัง:
    +35,430
    อีกวิธี ก็คือ ฝึกระลึกย้อนว่าแต่ละวันทำอะไรมาบ้าง
    เช่น วันนี้ก่อนนอนตั้งแต่ตื่นจะจะนอน วันนี้ทำอะไรบ้าง แต่งชุดอะไร ทานข้าวกับอะไร ฯลฯ
    และก่อนลืมตาตื่นให้ระลึกซ้ำอีกที ทำย้อนได้ สามวันย้อนหลังก็สังเกตุการเปลี่ยนแปลงของระบบความจำได้แล้ว...
     
  3. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,917
    ค่าพลัง:
    +4,775
    (ปักหมุด77) หน้า109
    :oops::oops::oops::oops:o_Oo_Oo_O

    เรื่อง นานาพญานาค พญาครุฑ
    และหลากหลายเรื่องลี้ลับ:cool::cool::cool:

    บุรุษไร้เงา(อจ.นพ)เล่าให้ฟัง

    ปกติพยานาคที่เด่นไปทาง
    สีแดงเรื่องฤทธิ์จะเก่งที่สุดอยู่แล้ว
    ถ้าเทียบเป็นสีเดียวโดดๆใส่กันนะ....
    (แต่ละท่านไม่ค่อยมีสีเดียว มีหลายๆสีปนกันไป
    ยกเว้นทาง สีดำที่ทำหน้าที่ทหาร สีขาวล้วน
    ที่เหมือนเราๆเป็นคนปฏิบัติธรรม หรือสีเขียวล้วน
    ที่อยู่ตามวัด ก็จะยังมีสีอื่นๆ ปนๆกันเช่น ม่วง ฟ้า
    ทอง น้ำตาล ฯลฯ)
    แม้ว่า จะมีเมตตามากๆ แต่ด้วยบารมีทางด้านฤิทธิ์
    ที่ได้สร้างสะสมมานั้น ก็จะทำให้ดวงจิตอื่นๆ
    รู้สึกได้ ถึงความน่าเกรงขาม

    ส่วนการบำเพ็ญตบะ เป็นเวลานานๆ เป็นปกติ
    วิสัยอย่างหนึ่งของพยานาค จริงๆแล้วมันเป็นวิบากอย่างหนึ่ง
    (คือ เหตุที่ทำให้ไปเกิดเป็นพยานาค)
    ไม่ใช่แบบที่มีพยานาคเห็นพยานาคมาตาม
    ในเรื่องเชิงความรัก เพราะความรักนี้
    มันล่อหลวงมนุษย์ทั่วไปได้ง่ายให้ติดภพติดชาติ

    พวกนี้เป็นปกติที่ภูมิไหน
    ก็ทำได้ เพียงแต่จะแสดงออกทางด้านไหนเท่านั้นเอง
    เมื่อภูมิไหน แสดงทางด้านไหน ถ้าคนนั้นยึดติด
    จิตก็จะไปเกิดเป็นภูมินั้นๆได้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

    ก็คือสัญญามันชัด เหมือนเวลาปกติเราฝัน
    เรานั่งสมาธิเห็นโน้นนี่นั้น สัญญาไหนที่ชัด
    เราก็เห็นก่อนนั้นหละ ไม่ใช่เรื่องแปลก
    เพียงแต่ไม่ยึด เราก็จะเข้าใจตรงนี้

    คือ ติดในสมาธิ ตบะ. มนุษย์หลายๆคน
    ที่บ้านั่งสมาธิ ทั้งหลาย พอตายก็มักจะไปเกิด
    เป็นภูมิพยานาค มีให้เห็นเยอะแยะมากมาก..

    เรียกว่า ถ้าในเมืองนั้น
    ใครไม่นั่งสมาธิ เรียกว่า เพื่อนไม่คบ
    เหมือนเป็นอะไรที่ประหลาด
    เทียบกับสังคมเรา ประมาณว่า
    อยู่ดีๆ เห็นคนเดินแก้ผ้าโตงเตงไปมา อะไรประมาณนั้น
    นั่งจนมีลูกแก้วบารมีประจำตน ที่มักจะห้อยเป็นสังวาล
    อยู่ที่ตรงหน้าอก
    เวลาปรากฏร่างคล้ายคนนั้น

    ส่วนหลวงพ่อชื่อดังในอดีตที่ จ.อุทัยธานี นั้น
    ในวงการผู้โปรดจะรู้ๆกันว่า ท่านเป็นพระที่มากบารมี
    ท่านมีพันธมิตร ทางภพภูมิมากมาย
    คล้ายๆถ้าเปรียบกับคน คล้ายๆคนเวลาไปไหนก็มี
    แต่คนรู้จัก เคารพนับถือนั่นหละ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหน
    ตำบลใด ตรงนี้เป็นบารมีเฉพาะตน....

    ส่วนในวงการปฏิบัติ ท่านถือว่า เป็นพระสงฆ์
    ที่เป็นเลิศในเรื่องของความเฉลียวฉลาด
    ในการสอนเทคนิคทางด้านกรรมฐานต่างๆ
    ด้วยจริตที่ละเอียด และมีต้นทุนที่สูง
    มีความสามารถเข้าสมาธิระดับสูงได้ตั้งแต่
    สมัยยังเป็นเด็ก เป็นเอกลักษณ์ของดวงจิต
    ที่ทางโลกเราเรียกว่า ปฏิสัมภิทาญาน
    และเต็มเปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาด
    และความสามารถทางจิตที่สูง
    แต่มักจะถ่อมตัวถ่อมตน......
    เปรียบเหมือนคนมีเงินพันล้านบาท
    แต่พูดจาธรรมดา แต่งตัวธรรมดา
    เดินไปคุยได้กับทุกคน
    และทุกคนที่คุยด้วย ก็จะเคารพนับถือท่าน
    เป็นเรื่องปกติประมาณนี้.......


    และด้วยที่ท่านมีบารมีมากมายทางภพภูมิ
    ลูกศิษย์ท่านบางกลุ่ม ย้ำว่าแค่บางกลุ่มและส่วนน้อย
    ก็มักจะได้ไปต่อยอด กับครูบาร์อาจารย์
    ทางภพภูมิที่มีชื่อเสียงในอดีตต่างๆอีกมากมาย
    ถ้าผ่านด่านด้านนิสัย และอื่นๆได้.....

    ส่วนพยาครุฑ ย้ำอีกรอบว่า ปกติจะไม่ลงมายุ่ง
    หรือไม่ถ้าจะลงมา บริเวณนั้นจะต้องมีพระเกจิ
    ที่เหล่าบรรดาพยาครุฑท่านให้ความเคารพ
    ซึ่งแน่นอนว่า มักจะเป็นท่านที่เต็มไปด้วยความสามารถพิเศษ


    และในบรรดาพระมากความสามารถพิเศษเหล่านั้น
    ก็บ่อยครั้ง ท่านมักจะทำเครื่องราง ในลักษณะที่
    เป็นรูปพยาครุฑ เป็นอย่างน้อย...

    ****** ปกติในระดับท่านที่ทำเครื่องราง เครื่องบูชานั้น
    ทั่วไปแล้ว ๑. จะใช้การเชื่อมกับต้นกระแสในระดับสูงก่อน
    เชื่อมเสร็จแล้วก็ตัด (เวลาใครห้อย แค่ระลึก
    ก็จะเข้าถึงต้นกระแสทันที คล้ายๆว่า กระแสที่ถูกตัด
    จากการเชื่อมครั้งแรกเหมือนการเตรียมคลื่นความถี่
    เอาไว้สำหรับติดต่อสื่อสาร พอระลึกถึง ก็เหมือนเปิดเครื่อง
    วิทยุที่ได้รับการจูนคลื่นความถี่ไว้แล้ว)
    การเชื่อมอาจจะทำด้วยตนเอง
    หรือแบบพิธีกรรมก็ได้ ตามความเหมาะสม.......
    ซึ่งเป็นพื้นฐานที่รู้กันปกติ ในระดับดวงจิตที่ทำได้

    ที่นี้ ๒.ในขณะที่เชื่อมกระแสนั้น ก็จะมีสิ่งหนึ่งที่จะติด
    เข้าไปอยู่ในวัตถุนั้นๆร่วมด้วยเช่นกัน...
    ซึ่งสิ่งที่จะติดเข้าไป มีทั้ง วิชาเฉพาะทางต่างๆ
    ที่ได้ร่ำเรียนมา ซึ่งมันเป็นเอกลักษณ์ของจิตท่าน
    นั้นๆ เช่น ท่าน ก ชำนาญเมตตา ด้านการอฐิษฐานขอ
    และ ท่าน ข ชำนาญกสิณ
    เวลาเพิ่มกำลังในวัตถุมงคลจากข้อ ที่ ๑ มาแล้ว
    . เวลาท่าน ก ปลุกเสก
    นอกจากต้นกระแสที่เชื่อมแล้ว ก็จะติดวิชาเมตตา และลักษณะพลังงานในการอฐิษฐานขอ จากท่าน ก
    ไปอยู่ในวัตถุนั้นๆ ท่าน ก อาจจะดังในหมู่ฆารวาสว่า
    ขอให้ช่วยอะไรมักจะประสบความสำเร็จ
    และถ้าเป็นท่าน ข ก็จะติดพลังงานของ
    กสิณเข้าไปเช่นกัน.. ท่าน ข ก็มักจะดังในเรื่อง
    ของการป้องกันสิ่งไม่ดีต่างๆ การแคล้วคลาดปลอดภัย
    อะไรมานนี้....

    และที่สำคัญเลย ที่ท่านเหล่านั้นมีเป็นปกตืคือ
    ๓.เหล่าพันธมิตรทางภพภูมิ ที่เคารพนับถือท่าน
    เนื่องจากการที่ท่านได้สร้างสมบารมีต่างๆมา..
    เหล่าพันธมิตรเหล่านี้
    ที่อยู่ในช่วงสร้างบารมี ก็จะมีจิตญาน ของเหล่าพันธมิตร
    ที่เคารพนับถือท่าน เข้าไปในวัตถุในลักษณะของพลังงาน
    อย่างหนึ่งเช่นกัน.....
    เช่น หลวงปู่ท่านหนึ่ง มีวิชาเฉพาะเรียกว่า เขาควาย
    ท่านนี้เคยทำวัตถุมงคล เป็นรูปพยาครุฑ. ในรูปนั้น
    ก็จะมีจิตวิญญานพยาครุฑที่ยังสร้างบารมีเป็นปกติ.....
    เมื่อเต๊มแล้วก็จะยกระดับต่อไป แล้วก็มีใหม่เข้ามาเป็นปกติ
    และวันดีคืนดี มีลูกศิษย์ไปขอให้ท่านไปทำรูป
    กุมารทองบ้าง ท่านก็ทำ ตามศรัทธา
    เราก็จะยังพบเห็นได้อีกว่า ในรูปกุมารทองที่ท่าน
    ปลุกเสกนั้น ก็จะ มีพลังงานของพยาครุฑอยู่ได้เช่นกัน
    ให้บางคนได้งงกันเล่นๆ

    ตรงนี้ที่เล่าให้ฟังไม่ใช่เรื่องแปลก

    ดังนั้นที่สถิตย์ของเหล่าพยาครุฑนั้น
    จะไม่อยู่ในระดับชั้นความสูงเดียวกันกับโลกเรา
    ยกเว้นที่แวะเวียนลงมาหาท่านที่เคารพ
    หรือไม่ก็มาในลักษณะของจิตญาน
    ดังที่เล่าให้ฟังมานั่นหละ.......

    จบแระนิทานช่วงนี้

    ปล. เสียงดังฟังชัดกังวาล
    จะเป็นท่านที่มากบารมี ดังนั้นจะวัดกันที่
    ระดับชั้นความสูงที่อยู่เป็นเกณฑ์ไม่ได้
    อย่างเช่น ท่านที่เป็น ดูแลทิศต่างๆ บารมีระดับพรหม
    แต่อยู่ระดับเทพ เสียงท่านจึงเบานิ่ม เป็นต้น
    พูดพอให้เห็นภาพ

    เสียงเบานิ่มเป็นเอกลักษณ์ระดับพรหมทั่วไป....
    เสียงระดับพระพุทธฯเบา นิ่ม แต่มีความกังวาล
    ไพเราะ พูดทั้งประโยคจนจบ แต่เราจะรู้สึกว่า
    เป็นแค่พยางค์เดียว.
    ระดับโพธิสัตว์มาไม่ค่อยพูด แต่จะเป็นรอยยิ้มแทน

    เสียงชัดพูดแจ๋วๆคล้ายคนมาทางหูซ้าย
    เป็นวิญญานมีฤทธิ์อาจจะมีทั้งที่กำลังสร้างบารมี
    และที่ไม่ดีก็ได้...

    มาทางหูขวา เสียงคล้ายมนุษย์ เป็นวิญญานมีบุญบ้าง
    มีฤทธิ์บ้าง อยู่มานานได้รับบุญบ้าง อะไรมาณนี้

    เอาแค่นี้หละ เรื่องเสียง...โม้ไว้หลายรอบมากแล้ว
    ในพลังจิตเนี่ย....

    ส่วนตัวไม่ทันยุคพระยาพิชัย
    พอดีทันยุคพระนเรศฯ อยู่ใกล้ๆตัวท่านนั้นหละ
    ช่วงปลายบวชเป็นพระหายเข้าป่าไปก่อน แล้วย้ายนิวาศสถาน
    ไปเป็นพระอยู่ทางประเทศจีนโน้น
    จะวกกลับมา เมดอินไทยแลนด์อีกที
    ในช่วง รัชกาลที่ ๒ , ๕ แล้วมา ๘ เกิดไม่นาน
    แล้วเป็นโรคตายก่อนตั้งแต่แบเบาะ
    แล้วค่อย เกิดมาเท่ห์ในยุคปัจจุบัน...นั้นแล ๕๕
    โม้จิหาย...
    :(:(:(:(:(:(:(:(

    บุรุษไร้เงา(อจ.นพ)
     
  4. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,917
    ค่าพลัง:
    +4,775
    Trips & Tricks
    (เก็บไว้ทดลองใช้เมื่อถึงวัยเกษียณหรือวัยจำเป็น)

    (คำถามจากคุณง่าวต่าย)

    มีวิธีทำให้อ่านหนังสือแล้วจำได้ไหมคะ บนที่ไหนดี 555 จะเตรียมสอบท้องถิ่น ค่ะ

    โพสต์ตอบโดยบุรุษไร้เงา(อจ.นพ)
    อีกวิธี ก็คือ ฝึกระลึกย้อนว่าแต่ละวันทำอะไรมาบ้าง
    เช่น วันนี้ก่อนนอนตั้งแต่ตื่นจะจะนอน วันนี้ทำอะไรบ้าง แต่งชุดอะไร ทานข้าวกับอะไร ฯลฯ
    และก่อนลืมตาตื่นให้ระลึกซ้ำอีกที ทำย้อนได้ สามวันย้อนหลังก็สังเกตุการเปลี่ยนแปลงของระบบความจำได้แล้ว...
    T

    :):):(:(:mad::mad::mad::rolleyes::rolleyes:
     
  5. maxmi

    maxmi แม็กคับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2017
    โพสต์:
    480
    ค่าพลัง:
    +1,212
    คาถาพระอินทร์“สหัสสเนตโต เทวินโต ทิพพจักขุง วิโสทายิ อิกะวิติ พุทธะสังมิ โลกะวิทู” ท่องคาถานี้ก่อนเริ่มอ่านหนังสือ 1 จบ และหลังจากอ่านหนังสืออีก 1 จบ หรืออาจจะท่อง 5 จบ 9จบ หรือสวดจนมีสมาธิก็ได้ เชื่อว่าหากสวดท่องเป็นประจำจะช่วยให้ความจำดีขึ้น อ่านหนังสือจำได้นาน สามารถทำข้อสอบได้อย่างแม่นยำ
     

แชร์หน้านี้

Loading...