เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 21 มกราคม 2026 at 20:17.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,756
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,833
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,756
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,833
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ก่อนอื่นขอตอบคำถามที่หลายคนโทรศัพท์มาถามเรื่องการเป่ายันต์เกราะเพชร ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า งานเป่ายันต์เกราะเพชรปีนี้จะมีใน วันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ นี้ครั้งเดียวเท่านั้น..!

    การเป่ายันต์เกราะเพชรเป็นการสงเคราะห์ของพระพุทธเจ้าโดยตรง ถ้าพระองค์ท่านไม่อนุญาต อย่างไรเราก็ทำไม่ได้ จึงต้องรอพระหรือว่าครูบาอาจารย์ท่านสั่งเท่านั้น

    แต่คราวนี้หลายท่านก็มักจะคิดว่ามีวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ จะต้องเป่ายันต์เกราะเพชร ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านทั้งหลายคิดกัน แม้แต่กระผม/อาตมภาพก็กำหนดล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะเป่ายันต์เกราะเพชรเมื่อไร ? นอกจากรอท่านสั่งอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น..ท่านที่โทรมาถาม กรุณาทราบว่าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ นี้ ไม่มีงานเป่ายันต์เกราะเพชร ไม่ต้องเสียเวลามาถาม ไปรอวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปลายปีโน่นทีเดียว

    ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้น เรื่องที่กำลังดังอยู่ในโซเชียลก็คือ Walk for Peace ของบรรดาพระธุดงค์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นพระภิกษุเถรวาทจากหลายประเทศรวมกัน แต่คราวนี้ใช้คำว่า ธุดงค์ ฝรั่งไม่เข้าใจ ก็ต้องใช้คำว่า เดินเพื่อสันติภาพ

    จากที่อ่าน ผู้สื่อข่าวฝรั่งเขาใช้คำว่า บุคคลทั้งหลายเหล่านี้เดินโดยปราศจากอาวุธ ไม่มีการตะโกน ไม่ถือป้ายขับไล่ใคร หากแต่เดินด้วยความสงบ แสดงให้เห็นว่าสันติภาพนั้นเป็นอย่างไร ?!

    ในส่วนที่ฝรั่งเขามาฮือฮากันช่วงนี้ ก็เพราะว่าสถานการณ์โลก และสถานการณ์ชาติของเขาตึงเครียดไปหมด โดยเฉพาะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ป่วนโลกด้วยตรรกะป่วย ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าหากว่าใครต้องการการคุ้มครองจากอเมริกา ต้องจ่ายให้อเมริการประเทศละ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเป็นอย่างน้อย..!

    หรือที่จะยึดกรีนแลนด์ก็เพราะว่าไม่ยอมให้รางวัลโนเบลแก่ตนเอง ในเมื่อไม่ได้รางวัลสาขาสันติภาพ ก็ต้องทำเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสันติภาพ เป็นต้น ซึ่งเหตุผลเฮงซวยแบบนี้ ใครฟังก็รู้ว่าไม่ใช่ แต่ชาวอเมริกันกลับชอบใจ เนื่องเพราะตนเองยิ่งใหญ่ครองโลกมาหลายสิบปี แต่ตอนนี้อำนาจโดนแบ่งออกเป็นหลายขั้ว ดังนั้น..ถึงจะมีผู้นำที่ออกอาการบ้า ๆ บอ ๆ ทำอะไรตามใจตนเอง วันนี้ทำอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้ทำอย่างหนึ่ง แต่ว่ากลับถูกใจคนอเมริกัน..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,756
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,833
    แต่ถ้าท่านทั้งหลายสังเกตจะเห็นว่า โลหะต่าง ๆ ราคาสูงขึ้นมาก ทองคำบ้านเราขึ้นไปบาทละ ๖ หมื่นกว่า ๗ หมื่นบาทแล้ว เม็ดเงินกิโลกรัมละ ๕ หมื่น ๖ หมื่นบาท แม้แต่ ทองเหลือง ทองแดง ก็ขึ้นราคาไปหลายเท่า

    เนื่องเพราะว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ใครถือเอาไว้อย่างไรค่าก็ไม่ตก ส่วนเงินนั้นเป็นส่วนประกอบของบรรดาชิปต่าง ๆ ที่จะต้องใช้งาน เพื่อที่จะควบคุมระบบการทำงานของ AI ให้เป็นไปด้วยดี ส่วน ทองเหลือง ทองแดง มีการนำไปผลิตเป็นอาวุธและกระสุน ทุกอย่างจึงขึ้นราคาไปหูดับตับไหม้..!

    ความจริงทองคำจะไม่ขึ้นราคาไปแรงขนาดนี้ ถ้าอเมริกันยังสามารถใช้ดอลลาร์ควบคุมโลกได้ แต่ในปัจจุบันความไม่แน่นอนของนโยบายอเมริกา ทำให้ดอลลาร์ขาดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่าเป็นเงินที่ไม่มีเครื่องค้ำประกันอะไรเลย ดังนั้น..ประเทศต่าง ๆ ที่ถือพันธบัตรอเมริกัน จึงเทขายพันธบัตร หันไปซื้อทองคำแทน..!

    ในขณะเดียวกัน ก็มีการปั่นบรรดาเหรียญคริปโตต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็มีแต่ตัวเลข ไม่ได้มีตัวเงินที่แท้จริง ผู้ที่หวังความปลอดภัย จึงต้องเอาเงินคริปโตภายในกระเป๋าเงินของตนเอง ออกไปซื้อสิ่งที่มีค่าจริง ๆ ก็คือทองคำ ทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยานไปอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

    โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพเอง เกิดมากับราคาทองบาทละ ๓๐๐ - ๔๐๐ บาท ถ้าคนยุคนั้นได้ยินว่าทองคำขึ้นไปบาทละ ๗๐,๐๐๐ กว่าแล้วมีหวังช็อกตาย..! สมัยนั้นขายข้าวเปลือกเกวียนละ ๑ บาท ต้องขายข้าวหลายร้อยเกวียนถึงซื้อทองคำได้ ๑ บาท แต่สมัยนี้ข้าวปลาอาหารกลายเป็นของแพง เพราะว่าผู้คนนอกจากรบราฆ่าฟันกัน ไม่มีเวลาผลิตอาหารแล้ว สภาพภูมิอากาศของโลกก็ยังเปลี่ยนแปลงไปหนักมาก ทำให้การเพาะปลูกต่าง ๆ ได้ผลน้อย หรือไม่ได้ผลเลย..!

    ราท่านทั้งหลายจึงไม่ควรที่จะประมาท ถ้าเป็นไปได้ อย่างน้อย ๆ ก็ปลูกผักปลูกหญ้าเอาไว้บ้าง พืชผักสวนครัวต่าง ๆ แม้จะเล็กน้อย แต่ก็ราคาสูง ถ้าเราไม่ต้องใช้จ่ายเพื่อสิ่งเหล่านี้ เพราะมีปลูกไว้ใกล้มือแล้ว ก็เท่ากับเป็นการลดรายจ่าย และถ้ามีจำนวนมากพอ ก็สามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองอีกด้วย
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,756
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,833
    ในโลกยุคปัจจุบันของเรา ความมั่นคงทางอาหารสำคัญที่สุด ถ้าหากว่ามีอาหารเพียงพอในการเลี้ยงตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องไปง้อคนอื่น ต่อให้ไม่มีร้านสะดวกซื้อ หรือว่าไม่มีการสั่งสินค้าออนไลน์ เราก็อยู่ได้

    เพียงแต่ว่าผู้คนสมัยนี้มักง่าย รักความสะดวก ต้มไข่กินเองในบ้าน แพงที่สุดก็ไม่นานจะเกิน สิบสลึง - ๓ บาท แต่ต้องไปซื้อไข่ต้มในร้านสะดวกซื้อฟองละ ๖ - ๗ บาท เหตุก็เพราะว่าต้องการความสะดวกอย่างเดียว ซึ่ง
    ความสะดวกต่าง ๆ ที่ได้รับมานั้น ก็จะทำให้สมรรถภาพของเราลดลงไปเรื่อย

    กระผม/อาตมภาพเชื่อว่าผ่านไปอีกสัก ๒๐ ปี ไม่ต้องถึงชั่วอายุคนหรอก เด็กรุ่นหลังแค่ต้มไข่ก็ทำไม่เป็นแล้ว..! เพราะว่าอาศัยความสะดวก ซื้อเอาจากร้านสะดวกซื้อข้างบ้าน แต่การที่เราท่านทั้งหลายจะไปซื้อได้ ก็ต้องตะเกียกตะกายหาเงินให้กระเป๋าวอลเล็ตต่าง ๆ แล้วการใช้จ่ายเงินโดยที่ไม่เห็นตัวเงินสด ก็มักจะทำให้เราไม่รู้สึกเสียดาย สามารถจ่ายได้ทันทีทันใด กว่าจะรู้ตัวบางทีก็เป็นหนี้เขาไปแล้ว..!

    เราท่านทั้งหลายซึ่งอยู่ในโลกยุคนี้ สามารถเห็นสิ่งทั้งหลายเหล่านี้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ต้องขออาศัยช่วงท้ายของเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนในวันนี้ ตักเตือนทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องเก่า ๆ ที่พูดมาตลอดก็คือ ให้มีอาหารและน้ำดื่มสักจำนวนหนึ่ง พอที่จะอยู่ได้สัก ๕ วัน ๗ วัน ถ้าไม่สามารถออกไปไหนได้ อย่างน้อย ๆ ถ้ามีเหตุฉุกเฉินขึ้นมา เราก็จะได้ไม่ต้องอาศัยคนอื่น สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ยืนหยัดอยู่ได้ จนกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จะบรรเทาลง

    อีกส่วนหนึ่งก็คือให้หาเงินสด โดยเฉพาะธนบัตรใบเล็กติดบ้านติดตัวเอาไว้บ้าง ถึงเวลาถ้าระบบต่าง ๆ ล่มไปหมด อย่างน้อยเงินสดในมือก็จะอำนวยความสะดวกให้กับพวกเราได้ ไม่เหมือนกับที่เกาะไห่หนานหรือเกาะไหหลำ โดนพายุไต้ฝุ่นถล่มจนระบบล่ม ผู้คนมีเงินเต็มธนาคาร แต่ใช้อะไรไม่ได้เลย..! ข้าวปลาอาหารอยู่ตรงหน้าก็ซื้อไม่ได้ เพราะว่าระบบล่มไปแล้ว กว่าจะแก้ไขได้ก็ ๒ - ๓ วัน เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน

    ดังนั้น..ถ้าหากว่าเราเป็นผู้ไม่ประมาท ก็ต้องเตรียมพร้อมแต่เนิ่น ๆ ดูตัวอย่างภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วแต่ละคนแต่ละฝ่าย ต้องการความช่วยเหลือด้านใดบ้าง เราก็เตรียมการด้านนั้นสำหรับตนเองและครอบครัว ถึงเวลาจะได้ไม่ลำบากเดือดร้อนมากเหมือนกับคนอื่นเขา

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๒๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...