ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดี ทรัมป์ เตรียมประกาศว่า หลายประเทศได้ตกลงร่วมกันจัดตั้ง กองกำลังพันธมิตร (coalition) เพื่อทำหน้าที่ คุ้มกันเรือเดินสมุทรที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตามรายงานของ Wall Street Journal

    ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกให้ยังคงเปิดใช้งานได้ หลังความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้ความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของตลาดพลังงานโลก เนื่องจากมีน้ำมันประมาณ 20% ของการค้าพลังงานโลก ต้องผ่านเส้นทางนี้

    ---------------

    #เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารที่สำคัญ และติดตาม [BREAKING NEWS] ในตลาดการเงินโลกที่แรกก่อนใคร แนะนำให้ทุกท่านติดตาม Trader KP ได้อย่างใกล้ชิดดังนี้

    1️⃣ เปิดกระดิ่งตั้งค่า "รายการโปรด" หรือ "Favourite" ไว้บนเพจได้เลยครับ (เพื่อจะได้ไม่โดนการปิดกั้นการมองเห็นจากทาง Facebook)

    2️⃣ ช่วยกด like ทุกโพสต์ที่เห็นของเราไว้ประจำ เพื่อให้โพสต์เข้ามาหน้า Feed บ่อยๆ

    3️⃣ เข้ามารับการแจ้งเตือนข่าวด่วนทาง FaceBook Channel กับ Trader KP ได้ที่ - https://www.messenger.com/channel/OilTraderKP

    4️⃣ ติดตามทุกข่าวสาร + สาระการลงทุนที่ “ทันโลก” กับทีม Trader KP ได้ทุกช่องทางที่นี้ https://linktr.ee/traderkp

    เพราะเราจะทำทุกข่าวสารการลงทุนที่ "ทันโลก" มาฝากทุกท่านอย่างแน่นอน

    -----------------------------

    #นักลงทุน อย่าพลาด ! ขอเชิญเข้า LINE Group กับทีม Trader KP และ Business Tomorrow (Password ทุกกลุ่ม = KPKP)

    กลุ่มเข้าแจ้งเตือนข่าวด่วนในตลาด - https://shorturl.at/KG7Oe
    วิเคราะห์เทรนด์ "ค่าเงิน FX รอบโลก" - https://shorturl.at/Q4dUu
    วิเคราะห์เทรนด์ กลยุทธ์การเทรดสินทรัพย์ใน "TFEX" - https://shorturl.at/RcagF
    กลุ่มวิเคราะห์ราคาน้ำมัน - https://shorturl.asia/2bx1X

    กลุ่มหุ้นไทย - https://shorturl.asia/gz5eq
    กลุ่มหุ้นจีน - https://shorturl.asia/j9Ivl
    กลุ่มหุ้นต่างประเทศ - https://shorturl.asia/Qy3xd
    กลุ่มหุ้นต่างประเทศรายตัว

    Tesla - https://bit.ly/3kmYB9z
    Nvidia - https://shorturl.at/mIK12
    Palantir - https://bit.ly/3bnZV4C
    CATL - https://shorturl.at/LBdE6
    MicroStrategy - https://shorturl.at/DHIAk

    กลุ่ม Bitcoin - https://shorturl.at/5n6oX
    กลุ่มทองคำ - https://shorturl.asia/2demb

    กลุ่ม Options + Structure Notes - https://shorturl.at/tCZzM
    กลุ่มคนรักสุขภาพ - https://shorturl.at/YZJWJ
    FB_IMG_1773627280269.jpg
    https://www.facebook.com/share/1Ce8mHzfmY/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    11.10 น. รัฐบาลออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ปฏิเสธส่งเรือคุ้มกันเพื่อช่วยสหรัฐเปิดช่องแคบฮอร์มุสตามคำร้องขอของปธน.ทรัมป์ เกาหลีใต้ชั่งใจจะร่วมส่งเรือช่วยสหรัฐ เงินบาทต่ำสุดใน 3 เดือนครึ่งแตะ 32.49 บาท/ดอลลาร์ BTimes

    https://www.facebook.com/share/18G6MjCyWq/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! 10.35 น. 16 มี.ค. สนามบินนานาชาติดูไบปิดบริการ สายการบินเอมิเรตส์ยกเลิกทุกเที่ยวบินเข้าและออกจากสนามบินดูไบ เหตุอิหร่านใช้โดรนโจมตีพื้นที่ใกล้สนามบินดูไบ BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1DYNCN4VRh/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ในวันที่ยุโรปเดือดร้อน สหรัฐก็คอยช่วยเหลือ NATO ในสงครามยูเครน

    ดังนั้นตอนนี้ประเทศสมาชิก NATO ก็ควรช่วยสหรัฐ ในสงครามกับอิหร่าน ด้วยเช่นกัน"

    ทรัมป์ กล่าว

    https://www.facebook.com/share/1D9khxPWLr/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 16, 2026 ท่าไม่ดี! เศรษฐกิจไทยปีม้าไฟส่อถูกกระแทกวูบหายเฉียด 1% หลุดต่ำ 2% เซ่นตะวันออกกลางเดือด เตือน 3 อุตสาหกรรมยักษ์โดนหนักสุด ชี้สำรองน้ำมันในไทยช่วยช่วงสั้น

    วิจัยกรุงศรี ซึ่งเป็นสำนักวิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจในเครือธนาคารกรุงศรี เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่นั้น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย โดยผลกระทบหลักจะส่งผ่านช่องทางด้านอุปทานและราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม หากความตึงเครียดรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบเพิ่มเติมผ่านช่องทางด้านอุปสงค์และตลาดการเงิน

    สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและระยะเวลาของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยช่องทางหลักมาจากต้นทุนพลังงาน ต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและอาจทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงจากกรณีฐานประมาณ -0.2 ถึง -0.9%

    ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นย่อมเพิ่มความเสี่ยงด้านขาลง (downside risks) ต่อประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ที่วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ไว้ที่ 2.0% (ณ 26 กุมภาพันธ์ 2569)

    อย่างไรก็ตาม มาตรการด้านการสำรองพลังงาน การกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน การสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมถึงการดูแลราคาสินค้าภายในประเทศ ช่วยให้ไทยยังคงมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในระยะสั้นได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ไทยยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีระดับความรุนแรงต่างกันตามลักษณะของโครงสร้างอุตสาหกรรม ดังนี้

    อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรง: (1) อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบทางตรง ได้แก่ อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เผชิญกับการขาดแคลนวัตถุดิบ (Feedstock) รวมถึงอุตสาหกรรมที่พึ่งพาปัจจัยการผลิต (Input) จากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น ภาคเกษตรกรรม วัสดุก่อสร้าง ตลอดจนอุตสาหกรรมที่พึ่งพาปิโตรเคมี อาทิ พลาสติก ซึ่งห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงักอาจทำให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมเหล่านี้สูงขึ้น

    (2) อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการเผชิญผลกระทบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอุปทานจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ด้านอุปสงค์จากตลาดตะวันออกกลางที่ชะลอตัว และด้านโลจิสติกส์จากการเกิดภาวะชะงักงันของการส่งมอบสินค้าและวัตถุดิบ ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง เกษตรกรรม ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยาง และผลิตภัณฑ์ไม้

    อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบปานกลาง: ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งได้รับผลกระทบหลักจากต้นทุนการผลิตและต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น เช่น อุตสาหกรรมโลหะ เคมีภัณฑ์ อัญมณีและเครื่องประดับ

    ทั้งนี้ ระดับของผลกระทบขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์เป็นหลัก และสถานการณ์ดังกล่าวยังตอกย้ำความสำคัญของการกระจายแหล่งพลังงานและวัตถุดิบของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย เพื่อเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวอีกด้วย

    #ตะวันออกกลาง #อิหร่าน #ไทย #จีดีพี #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1DNAsVAQ5q/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 16, 2026 เหตุตรึงราคา! สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดรายงานกองทุนน้ำมันฯ ติดลบแล้ว 1.2 หมื่นล้าน เฉียด 4 หมื่นล้านบาท เซ่นพิษตรึงราคา LPG

    สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยข้อมูลฐานะกองทุนฯ ล่าสุด ณ วันที่ 15 มี.ค.69 พลิกกลับมาติดลบทะลุหมื่นล้านบาท เนื่องจากบัญชีอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบหนักเฉียด 4 หมื่นล้านบาท

    ฐานะสุทธิ ณ ปัจจุบัน กองทุนรวมติดลบอยู่ที่ -12,605 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงก่อนหน้า

    บัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) มีสถานะติดลบสูงถึง -37,621 ล้านบาท เนื่องจากภาระการตรึงราคาเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชนมาอย่างยาวนาน ขณะที่บัญชีน้ำมันยังเป็นบวกอยู่ที่ 25,016 ล้านบาท
    สรุปรายละเอียดตัวเลขสำคัญ (ณ 15 มี.ค. 69)

    โดยมี สินทรัพย์รวม 62,281 ล้านบาท หนี้สินรวม 74,886 ล้านบาท (รวมเงินกู้และเงินชดเชยค้างจ่าย)

    ฐานะกองทุนสุทธิแยกบัญชี ได้แก่
    -บัญชีน้ำมัน +25,016 ล้านบาท
    -บัญชี LPG 37,621 ล้านบาท
    - ฐานะสุทธิรวม -12,605 ล้านบาท

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #LPG #สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง #กองทุนน้ำมัน #ก๊าซหุงต้ม #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1CL9jtRhAV/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คำขอของทรัมป์ กับการเดินหมากของมังกร
    ในกลยุทธ์ “ล้อมเวยช่วยจ้าว”

    เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Donald Trump เรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรส่งเรือรบไปคุ้มกันการเดินเรือใน Strait of Hormuz ท่ามกลางความตึงเครียดกับ Iran

    แต่คำตอบที่ได้…เงียบกว่าที่หลายคนคาด

    ญี่ปุ่น ปฏิเสธ

    ออสเตรเลีย ปฏิเสธ

    เกาหลีใต้ บอกเพียงว่าจะ “พิจารณา”

    ทั้งหมดเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่เครื่องบินรบของ จีน จำนวน 26 ลำ บินวนรอบ ไต้หวัน

    และนี่คือจุดที่เกมภูมิรัฐศาสตร์เริ่มน่าสนใจ

    หลายฝ่ายมองว่า การปฏิเสธของพันธมิตรสหรัฐอาจไม่ได้เกี่ยวกับอิหร่านโดยตรง
    แต่เกี่ยวกับ “สมดุลกำลังในเอเชีย”

    ถ้าส่งเรือไปตะวันออกกลาง
    กำลังทางทหารในเอเชียแปซิฟิกจะบางลงทันที

    และในเวลาเดียวกัน เครื่องบินรบจีนก็ปรากฏตัวเหนือช่องแคบไต้หวันพอดี

    ภาพรวมจึงดูคล้ายหมากกลยุทธ์โบราณจากตำราพิชัยสงครามจีน

    “ล้อมเวยช่วยจ้าว”

    แนวคิดคือ
    ไม่ต้องชนศัตรูตรง ๆ
    แต่สร้างแรงกดดันในอีกสมรภูมิหนึ่ง
    จนคู่แข่งไม่สามารถส่งกำลังไปช่วยพันธมิตรได้

    ถ้าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นหมากจริง
    มันสะท้อนว่าปักกิ่งกำลังใช้แรงกดดันในเอเชีย
    เพื่อจำกัดอิสระของพันธมิตรสหรัฐในตะวันออกกลาง

    แน่นอน ยังไม่มีหลักฐานว่าทั้งสองเหตุการณ์เชื่อมโยงกันโดยตรง

    แต่ในโลกของภูมิรัฐศาสตร์
    จังหวะเวลาไม่ค่อยเป็นเรื่องบังเอิญ

    และถ้ามองจากมุมนี้
    หมากที่กำลังเดินอยู่บนกระดานโลกตอนนี้
    อาจเป็นหนึ่งในจังหวะที่เฉียบคมที่สุดของ “พญามังกร”.

    https://www.facebook.com/share/185RSnsgKp/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “จีนไม่ได้รู้สึกผิด — เขารู้สึกว่าไทยเล่นเกมการค้าไม่ทัน”

    บทเรียนจากวิกฤตราคามะพร้าวที่คนไทยอาจต้องยอมรับ

    กรุงเทพฯ / ฮ่องกง, มีนาคม 2569 — รายงานของ South China Morning Post เกี่ยวกับวิกฤตราคามะพร้าวไทย ทำให้หลายคนในประเทศไทยตกใจ เมื่อพบว่าราคาหน้าสวนบางช่วงลดจากประมาณ 15–20 บาท เหลือเพียง 1.5–3 บาทต่อลูก ขณะที่ราคาส่งออกไปยัง China ยังอยู่ในระดับ 35–50 บาท

    สำหรับเกษตรกรไทย นี่คือเรื่องเจ็บปวด

    แต่สำหรับคนจีนจำนวนไม่น้อย นี่ไม่ใช่ “โศกนาฏกรรม” เลย

    มันคือ ธุรกิจปกติ

    ---

    มุมมองจากจีน: “นี่คือเกมการค้า ใครไม่ทันก็แพ้”

    ความคิดเห็นจำนวนมากบนแพลตฟอร์มจีน เช่น Weibo และ Xiaohongshu สะท้อนมุมมองที่แตกต่างจากไทยอย่างชัดเจน

    หลายคนมองว่าการซื้อถูกขายแพงเป็น กลยุทธ์ธุรกิจธรรมดา

    คำพูดที่พบได้บ่อย เช่น

    “การค้าก็แบบนี้ ใครซื้อได้ถูกกว่าก็ชนะ”

    “เกษตรกรไทยต้องปรับตัวเอง ไม่ใช่โทษคนซื้อ”

    “ถ้าธุรกิจไทยบริหารตลาดไม่ได้ ก็เป็นเรื่องของการแข่งขัน”

    สำหรับคนจีนจำนวนมาก เรื่องนี้ไม่ถูกมองว่าเป็น “การกดขี่”

    แต่เป็น การแข่งขันในตลาดโลก

    ---

    เสียงจากฮ่องกงและไต้หวัน: วิจารณ์จีนเอง

    ขณะที่ใน Hong Kong และ Taiwan ปฏิกิริยากลับต่างออกไป

    ผู้ใช้ในเว็บอย่าง LIHKG และฟอรัมของไต้หวันจำนวนหนึ่งมองว่าพฤติกรรมของทุนจีนในต่างประเทศมีลักษณะ ครอบงำตลาด

    บางความคิดเห็นระบุว่า

    “ทุนจีนไปไหนก็พยายามควบคุมห่วงโซ่ทั้งหมด”

    “ถ้าปล่อยไว้ ประเทศเล็ก ๆ จะเสียเปรียบ”

    เสียงวิจารณ์เหล่านี้สะท้อนความกังวลเรื่องภาพลักษณ์ของทุนจีนในต่างประเทศ

    ---

    ความจริงที่คนไทยอาจไม่อยากได้ยิน

    ในสายตาของคนจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมาก

    ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จีน

    แต่อยู่ที่ ไทยจัดการตลาดตัวเองไม่ได้

    ในระบบการค้าโลก

    ใครควบคุม ห่วงโซ่อุปทาน

    ใครควบคุม การส่งออก

    ใครควบคุม ตลาดปลายทาง

    คนนั้นคือคนที่กำหนดราคา

    และในกรณีมะพร้าวครั้งนี้
    คนที่ควบคุมห่วงโซ่จำนวนมากกลับเป็น บริษัทและพ่อค้าคนกลางที่เชื่อมกับตลาดจีน

    ---

    โลกธุรกิจจีนยุคใหม่ไม่เหมือนภาพที่ไทยคุ้นเคย

    คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยกับภาพ “คนจีนโพ้นทะเล” ที่ทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    แต่ China ในศตวรรษที่ 21 ไม่เหมือนจีนยุคเก่า

    เศรษฐกิจจีนวันนี้คือระบบการแข่งขันระดับโลกที่

    เร็ว

    แข็ง

    และเน้นการครอบครองตลาดทั้งห่วงโซ่

    ในสายตาของนักธุรกิจจีนจำนวนมาก
    นี่ไม่ใช่เรื่องศีลธรรม

    มันคือ เกม

    ---

    บทเรียนที่ไทยต้องคิดให้ลึก

    วิกฤตราคามะพร้าวอาจไม่ใช่แค่ปัญหาสินค้าเกษตร

    แต่มันสะท้อนคำถามใหญ่กว่า

    ประเทศไทยควบคุมห่วงโซ่สินค้าเกษตรของตัวเองได้แค่ไหน
    หรือกำลังปล่อยให้ตลาดต่างชาติเป็นผู้กำหนดราคาแทน

    ในโลกการค้าสมัยใหม่
    ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่คนปลูก

    แต่อยู่ที่คนที่ควบคุม ตลาด

    และนี่อาจเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากวิกฤตมะพร้าวครั้งนี้.

    16 มีนาคม 2569 : คัดข่าว / หาดใหญ่

    ที่มา : South China Morning Post (บทความต้นฉบับ), Weibo hot search & Xiaohongshu comments, LIHKG threads, PTT/PTT-like ไต้หวัน (Dcard, Mobile01), Bangkok Post, Thai PBS, Post Today

    #มะพร้าวไทย #ทุนจีน #ผูกขาดตลาด #ราคามะพร้าวตก #GeopoliticsOfTrade

    https://www.facebook.com/share/p/176EZadTpB/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาว Hungary เดินขบวนต้าน “แรงกดดันจาก Ukraine” : กระแสชาตินิยมถูกจุดขึ้นก่อนเลือกตั้ง
    ถนนในเมืองหลวงฮังการีแน่นขนัดไปด้วยผู้ประท้วงหลายแสนคน (บางสำนักข่าวประมาณการสูงสุดถึง 300,000–500,000 คน) ในขบวน “Peace March” ที่รัฐบาลออร์บันเรียกว่า “ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังการี”

    ผู้ประท้วงถือป้ายและตะโกนสโลแกนหลัก ๆ ดังนี้
    - “Hungary stands for peace, and will decide its future for ITSELF”
    - “No to Ukrainian blackmail!”
    - “We want peace, not war!”
    - “Stop sending our money to Kyiv!”

    นายกฯ ออร์บันกล่าวปราศรัยปิดท้ายขบวน
    “วันนี้ชาวฮังการีลุกขึ้นมาแสดงให้โลกรู้ว่า เราจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับหรือขู่กรรโชกเรา โดยเฉพาะยูเครนที่พยายามกดดันให้เราสนับสนุนสงครามต่อไป ฮังการีเลือกสันติภาพ และเราจะตัดสินอนาคตของตัวเองด้วยตัวเราเอง”

    วิเคราะห์การเมือง: ชาตินิยม + เลือกตั้งเดือนหน้า

    การเดินขบวนครั้งนี้ถูกมองจากนักวิเคราะห์หลายฝ่ายว่า มีสองมิติซ้อนกันอย่างชัดเจน:

    1. ต่อต้านยูเครนจริงจัง
    ฮังการีเป็นชาติเดียวใน EU-NATO ที่ต่อต้านการช่วยเหลือยูเครนอย่างหนักมาตลอด 3 ปี (ไม่ส่งอาวุธ, คัดค้านมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย, ยังซื้อก๊าซและน้ำมันรัสเซียต่อเนื่อง) ความขัดแย้งนี้ลึกซึ้งมานานตั้งแต่สมัย Viktor Orbán เป็นนายกฯ ครั้งแรก และยิ่งรุนแรงขึ้นหลังยูเครนพยายามกดดันให้ฮังการี “เลือกข้าง” มากขึ้น

    2. *ฃกระตุ้นชาตินิยมเพื่อเลือกตั้ง 12 เม.ย. 2569
    พรรค Fidesz ของ Orbán กำลังเจอคะแนนนิยมตกต่ำที่สุดในรอบ 15 ปี (จากปัญหาเศรษฐกิจเงินเฟ้อสูง ค่าครองชีพแพง และคอร์รัปชันที่ถูกกล่าวหา) ขบวนประท้วงครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็น “การระดมมวลชน” เพื่อปลุกกระแสชาตินิยมและภาพลักษณ์ “ผู้นำที่ปกป้องชาติจากต่างชาติ” ก่อนเลือกตั้งรัฐสภาท้องถิ่นและยุโรปในเดือนหน้า
    นักวิเคราะห์บางคน (เช่น จาก Politico Europe และ Telex.hu) ชี้ว่า การใช้คำว่า “Ukrainian blackmail” และการเดินขบวนขนาดยักษ์นี้ เป็นกลยุทธ์คลาสสิกของ Orbán ที่เคยใช้สำเร็จมาแล้วหลายครั้ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในและรวมใจคนฮังการีให้ “ต่อต้านศัตรูภายนอก”

    ชาตินิยม + ภูมิรัฐศาสตร์
    ดังนั้นขบวน “Peace March” ครั้งนี้จึงมีสองชั้นพร้อมกัน
    ชั้นแรก: ความไม่พอใจจริงของชาวฮังการีจำนวนหนึ่งต่อสงครามใน Ukraine
    ชั้นที่สอง: เกมการเมืองของรัฐบาล Viktor Orbán ที่ต้องการปลุกกระแสชาตินิยมก่อนศึกเลือกตั้ง
    ไม่ว่าจะมองมุมไหน นี่คือ “การเมืองผสมชาตินิยม” แบบ Orbán ที่เขาเล่นมาตลอด และดูเหมือนจะยังเล่นได้ผลอยู่ดี อย่างน้อยก็ในหมู่ผู้สนับสนุนตัวเอง

    16 มีนาคม 2569 : คัดข่าว / หาดใหญ่

    ที่มา : Hungarian Government Press Office, Telex.hu, Index.hu, 444.hu, Politico Europe, Reuters, AP News, BBC, ภาพและคลิปจากขบวนประท้วง (X / Telegram ชาวฮังการี)

    #ออร์บัน #ขบวนสันติภาพฮังการี #ต่อต้านยูเครน #เลือกตั้งฮังการี #Geopolitics

    https://www.facebook.com/share/p/1B6zV4vrXi/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ท่าเรือฟูไจราห์ของ UAE ถูกโจมตีอีกครั้ง กระทบเส้นทางน้ำมันสำคัญ
    FB_IMG_1773648960848.jpg
    Port of Fujairah ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำมันสำคัญของ United Arab Emirates ถูกโจมตีอีกครั้งในวันจันทร์ ตามรายงานของ Bloomberg โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์ล่าสุด

    ท่าเรือฟูไจราห์ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน เพราะเป็น เส้นทางส่งออกน้ำมันเพียงแห่งเดียวของ UAE ที่สามารถหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มูซ ซึ่งเป็นคอขวดพลังงานสำคัญของโลก

    ก่อนหน้านี้ในช่วงสุดสัปดาห์ ท่าเรือดังกล่าวเพิ่งกลับมาเปิดโหลดน้ำมันอีกครั้ง หลังเกิด การโจมตีด้วยโดรนที่ทำให้เกิดไฟไหม้ในวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งใหม่ในวันจันทร์ทำให้ต้องมีการตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม

    จนถึงขณะนี้ หน่วยงานสื่อของฟูไจราห์และ Abu Dhabi National Oil Company ซึ่งมีสถานีขนส่งน้ำมันในท่าเรือ ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ

    -------------------

    #เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารที่สำคัญ และติดตาม [BREAKING NEWS] ในตลาดการเงินโลกที่แรกก่อนใคร แนะนำให้ทุกท่านติดตาม Trader KP ได้อย่างใกล้ชิดดังนี้

    1️⃣ เปิดกระดิ่งตั้งค่า "รายการโปรด" หรือ "Favourite" ไว้บนเพจได้เลยครับ (เพื่อจะได้ไม่โดนการปิดกั้นการมองเห็นจากทาง Facebook)

    2️⃣ ช่วยกด like ทุกโพสต์ที่เห็นของเราไว้ประจำ เพื่อให้โพสต์เข้ามาหน้า Feed บ่อยๆ

    3️⃣ เข้ามารับการแจ้งเตือนข่าวด่วนทาง FaceBook Channel กับ Trader KP ได้ที่ - https://www.messenger.com/channel/OilTraderKP

    4️⃣ ติดตามทุกข่าวสาร + สาระการลงทุนที่ “ทันโลก” กับทีม Trader KP ได้ทุกช่องทางที่นี้ https://linktr.ee/traderkp

    เพราะเราจะทำทุกข่าวสารการลงทุนที่ "ทันโลก" มาฝากทุกท่านอย่างแน่นอน

    -----------------------------

    #นักลงทุน อย่าพลาด ! ขอเชิญเข้า LINE Group กับทีม Trader KP และ Business Tomorrow (Password ทุกกลุ่ม = KPKP)

    กลุ่มเข้าแจ้งเตือนข่าวด่วนในตลาด - https://shorturl.at/KG7Oe
    วิเคราะห์เทรนด์ "ค่าเงิน FX รอบโลก" - https://shorturl.at/Q4dUu
    วิเคราะห์เทรนด์ กลยุทธ์การเทรดสินทรัพย์ใน "TFEX" - https://shorturl.at/RcagF
    กลุ่มวิเคราะห์ราคาน้ำมัน - https://shorturl.asia/2bx1X

    กลุ่มหุ้นไทย - https://shorturl.asia/gz5eq
    กลุ่มหุ้นจีน - https://shorturl.asia/j9Ivl
    กลุ่มหุ้นต่างประเทศ - https://shorturl.asia/Qy3xd
    กลุ่มหุ้นต่างประเทศรายตัว

    Tesla - https://bit.ly/3kmYB9z
    Nvidia - https://shorturl.at/mIK12
    Palantir - https://bit.ly/3bnZV4C
    CATL - https://shorturl.at/LBdE6
    MicroStrategy - https://shorturl.at/DHIAk

    กลุ่ม Bitcoin - https://shorturl.at/5n6oX
    กลุ่มทองคำ - https://shorturl.asia/2demb

    กลุ่ม Options + Structure Notes - https://shorturl.at/tCZzM
    กลุ่มคนรักสุขภาพ - https://shorturl.at/YZJWJ

    https://www.facebook.com/share/1Cf4UM5x3o/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 16, 2026 แววฟื้นยาก! ศึกตะวันออกกลางฉุดต่างชาติเข้าไทยสูงสุดกว่า 5.5 ล้านคนในปี 2026 แอร์ไลน์บินอ้อม ดันค่าตั๋วพุ่งแพง ทัวร์ยุโรปยันตะวันออกกลางเลิกเข้าไทย ฉุดภูเก็ตกระทบหนัก

    นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย(THA) เปิดเผยว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2026 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 36.7 ล้านคนได้รับการคาดการณ์จากภาคเอกชนไทยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหดตัวลงเป็นจำนวนมากตั้งแต่ 10% ถึง 15% หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหดหายไปจากประเทศไทยระหว่าง 3,670,000 คน ถึง 5,505,000 คน ส่งผลกระทบต่อความพยายามในการที่จะฟื้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เต็ม 100% ภายใน 2 ปีนี้

    สาเหตุจาก สงครามรุนแรงภายในตะวันออกกลางทำให้บรรดาสายการบินจากต่างประเทศต้องเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีสนามบินนานาชาติดูไบเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการเชื่อมต่อเส้นทางบินชั้นนำระดับโลก สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนของสายการบินพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก กระทบไปถึงการขึ้นค่าตั๋วโดยสารที่มีราคาแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การยกเลิกเที่ยวบินทำให้นักท่องเที่ยว จากต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวยุโรป ยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวไทย

    สถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ของเดือนมีนาคมหลังจากที่สงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้น ปรากฏว่านักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เข้าสู่ประเทศไทยมีจำนวน 616,229 คน ลดลงไปถึง -8.9% เมื่อเทียบกับพวกเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัปดาห์ที่ผ่านไป นักท่องเที่ยวจากยุโรป และตะวันออกกลางทรุดต่ำลงมากถึง -18% ซึ่งนักท่องเที่ยวในกลุ่มดังกล่าวเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2025 มีสัดส่วนมากถึง 27% ของจำนวนชาวต่างชาติทั้งหมด

    สำหรับจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก และเป็นตลาดหลักของชาวยุโรปและตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางหนักมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตจะเป็นชาวยุโรปส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงเสนอให้ภาครัฐบาลเร่งหามาตรการในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่มีเส้นทางบินระยะใกล้เข้ามาทดแทนนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ในปี 2026 จะหดหายมากถึง 29,000 ล้านบาท ทหารสงครามอิหร่านยืดเยื้อถึง 6 เดือน และในกรณีที่สงครามดังกล่าวยืดเยื้อระหว่างหนึ่งถึงสามเดือนรายได้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะลดลง 9,000 ถึง 20,000 ล้านบาท

    ทั้งนี้ นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอเซ็นทรัลรีเทล เปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะสงครามดังกล่าวจะส่งผลให้ภาคค้าปลีกชะลอตัวลง ซึ่งคาดการณ์ว่าผลประกอบการของเซ็นทรัลรีเทลในปี 2026 โดยเฉพาะกำไรลดลงราว -1% ผลกระทบทางบกจะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้นถึงระยะกลาง เช่นเที่ยวบินมีการถูกยกเลิกเป็นจำนวนมากและราคารถโดยสารเพิ่มสูงขึ้นมาก
    #ตะวันออกกลาง #สงคราม #อิหร่าน #ท่องเที่ยว #ภูเก็ต #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1C6tjfGCVi/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ขู่ดำเนินคดีสื่อมวลชนสหรัฐฯ ฐานทรยศชาติ

    ดูเหมือนว่ายิ่งสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อทรัมป์ก็ยิ่งโพสต์ Truth Social ยาวขึ้นเรื่อย ๆ ครับ หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์เขียน essay เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ส่งเรือรบมาช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว ล่าสุดทรัมป์เพิ่งเขียน essay ด่าสื่อสหรัฐฯ ที่วิจารณ์หรือรายงานข่าวสงครามกับอิหร่านในทางที่ไม่ดีไป หาว่าสื่อเผยแพร่ข่าวเท็จ จุดที่น่าสนใจคือนอกจากทรัมป์จะเห็นด้วยกับที่ก่อนหน้านี้ FCC ออกมาขู่ไม่ต่ออายุใบอนุญาตสื่อวิทยุโทรทัศน์แล้ว ทรัมป์ยังบอกว่าสื่อเหล่านี้ควรถูกดำเนินคดีโทษฐานทรยศชาติด้วย (... should be brought up on Charges for TREASON ...)

    ที่ผ่านมาเวลาสหรัฐฯ เล่นงานสื่อประเทศอื่น เช่น สื่อรัสเซีย คนอเมริกันที่สนับสนุนรัฐบาลมักจะอ้างว่ากฎหมายของประเทศสหรัฐฯ คุ้มครองเฉพาะคนอเมริกันเท่านั้น ไม่คุ้มครองต่างชาติ แค่นี้ผมก็หืมมม ... แล้วนะ แต่ก็ยอมปล่อยผ่านไป อย่างไรก็ตาม ถ้าครั้งนี้เป็นสื่อของสหรัฐฯ เองที่ถูกเล่นงาน น่าสงสัยว่ากฎหมาย The First Amendment จะยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ไหม

    สวัสดี

    16.03.2026
    FB_IMG_1773650590919.jpg
    https://www.facebook.com/share/1Gdx9j2ebP/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธนาคารเริ่มสั่นคลอน? หุ้นการเงินสหรัฐร่วงหนักสุดตั้งแต่วิกฤตโควิด**

    ปี 2026 อาจกลายเป็นปีที่นักลงทุนเริ่มกลับมาถามคำถามเดิมอีกครั้ง

    ว่า

    **ระบบการเงินโลกกำลังมีปัญหาหรือไม่**

    เพราะล่าสุด หุ้นกลุ่มการเงินของสหรัฐกำลังเผชิญแรงขายหนักที่สุดนับตั้งแต่ **วิกฤตตลาดปี 2020**

    ดัชนี **S&P 500 Financials Index**
    ปรับตัวลงไปแล้วประมาณ **-11% ตั้งแต่ต้นปี**

    และกำลังจะกลายเป็น

    **ไตรมาสที่แย่ที่สุดในรอบหลายปี**

    แต่สิ่งที่นักลงทุนกังวลจริง ๆ ไม่ใช่แค่ธนาคาร

    คือ **ธุรกิจใหม่ของ Wall Street ที่เติบโตเร็วมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา**

    นั่นคือ

    **Private Credit**

    หรือการปล่อยกู้โดยกองทุนเอกชน แทนธนาคาร

    บริษัทขนาดใหญ่ในธุรกิจนี้กำลังโดนเทขายอย่างหนัก

    * **Ares Management** ร่วงมากกว่า **-30%**
    * **Blackstone** ร่วงมากกว่า **-30%**
    * **Blue Owl Capital** ร่วงหนักกว่า **-40%**

    และนักลงทุนเริ่มเปิดสถานะ **Short Sell**

    กับหุ้นเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

    โดยเฉพาะ **Blue Owl**

    ที่มีการ Short สูงที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท

    ขณะที่ **Ares**

    ก็มีแรงเดิมพันขาลงสูงที่สุดในรอบเกือบ **6 ปี**

    สาเหตุสำคัญคือ

    **หนี้เสียในตลาด Private Credit เริ่มพุ่งขึ้น**

    ปัจจุบันอัตรา **Default ของสินเชื่อ Private Credit อยู่ที่ 5.8%**

    ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุด
    นับตั้งแต่ **Fitch เริ่มติดตามข้อมูลในปี 2024**

    และเมื่อมองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ

    ก็เริ่มเห็นปัจจัยเสี่ยงหลายด้านกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน

    * ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัว
    * เงินเฟ้อยังสูง
    * บริษัทเริ่มมีปัญหาชำระหนี้

    ทั้งหมดนี้กำลังสร้างสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า

    **Perfect Storm ของภาคการเงิน**

    เพราะเมื่อภาคการเงินเริ่มมีปัญหา

    มันมักเป็นสัญญาณว่า

    **เศรษฐกิจจริงกำลังเริ่มมีแรงกดดันตามมา**

    ในอดีต

    หลายวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ของโลก

    ก็มักเริ่มต้นจาก

    **รอยร้าวในระบบการเงิน**

    และครั้งนี้

    หลายคนกำลังเริ่มถามคำถามสำคัญอีกครั้งว่า

    นี่เป็นเพียง **การปรับฐานของตลาด**

    หรือกำลังเป็น

    **สัญญาณเตือนของปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น**

    ในอนาคต

    ต้องติดตามต่อไป

    เพราะถ้าภาคการเงินเริ่มสั่นจริง

    ตลาดทั้งโลก

    อาจได้รับผลกระทบตามมา

    เร็วกว่าที่หลายคนคิด

    https://www.facebook.com/share/p/18SRLvA8ie/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดียสะเทือน! หุ้นร่วงหลายแสนล้านดอลลาร์ เมื่อสงคราม น้ำมันแพง และเงินทุนไหลออกมาพร้อมกัน**

    ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 ตลาดหุ้นอินเดียเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่

    ดัชนีสำคัญอย่าง **Nifty 50 และ Sensex ร่วงลงอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน**

    * Nifty 50 ลดลงเหลือประมาณ **23,151 – 23,866 จุด**
    * Sensex ร่วงลง **1,400 – 2,400 จุดในบางเซสชัน**

    มูลค่าตลาดหุ้นหายไป **หลายแสนล้านดอลลาร์**

    นักวิเคราะห์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า

    **“Perfect Storm”**

    เพราะหลายปัจจัยรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    ---

    ## 1️⃣ สงครามตะวันออกกลาง จุดชนวนความกลัวทั่วโลก

    ต้นเดือนมีนาคม 2026
    ความขัดแย้งระหว่าง

    **อิหร่าน – อิสราเอล – สหรัฐ**

    ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    สถานการณ์ใกล้ **ช่องแคบฮอร์มุซ** ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
    ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมด

    **“Risk-Off”**

    นักลงทุนหนีจากสินทรัพย์เสี่ยง
    และตลาด Emerging Market อย่างอินเดียจึงถูกขายออกอย่างหนัก

    ---

    ## 2️⃣ ราคาน้ำมันทะลุ $100 กระทบอินเดียโดยตรง

    สงครามทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที

    **Brent Crude แตะ $101.6 ต่อบาร์เรล**

    ปัจจุบันยังอยู่ในช่วง **$96 – $100**

    ปัญหาคือ

    อินเดียเป็น **ผู้นำเข้าน้ำมันอันดับ 3 ของโลก**

    ผลกระทบจึงเกิดขึ้นทันที

    * เงินเฟ้ออาจเพิ่มเป็น **4.1%**
    * Current Account Deficit เพิ่มเป็น **1.9 – 2.2% ของ GDP**
    * ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น
    * กำไรบริษัทลดลง

    หุ้นในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่

    * Auto
    * Metals
    * Banking
    * Transport

    ---

    ## 3️⃣ นักลงทุนต่างชาติเทขายหนักที่สุดในรอบหลายปี

    เงินทุนต่างชาติ (FII)

    ไหลออกจากตลาดอินเดียอย่างรวดเร็ว

    เดือนมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียว

    ต่างชาติขายสุทธิแล้วกว่า

    **$49 พันล้าน**

    หรือประมาณ

    **₹52,700+ โคร**

    แค่สัปดาห์แรกของเดือน
    ก็ขายไปเกือบ **₹21,000 โคร**

    ที่สำคัญคือ

    นี่เป็นเดือนที่ **9 ติดต่อกัน** ที่ต่างชาติขายสุทธิ

    เงินทุนกำลังไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น

    * ดอลลาร์สหรัฐ
    * ทองคำ

    ---

    ## 4️⃣ รูปีอินเดียอ่อนค่าหนักที่สุดในประวัติศาสตร์

    ค่าเงินอินเดีย

    **แตะ 92.35 – 92.50 รูปีต่อดอลลาร์**

    ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้น

    สาเหตุหลักคือ

    * น้ำมันแพง
    * ดอลลาร์แข็งค่า
    * เงินทุนไหลออก

    ผลที่ตามมาคือ

    * ต้นทุนนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น
    * นักลงทุนต่างชาติขาดทุนจากค่าเงิน
    * ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินหลายครั้ง

    ---

    ## ปัจจัยเสริมที่ซ้ำเติมตลาด

    นอกจากสงครามและน้ำมันแพงแล้ว
    ยังมีปัจจัยอื่นที่เข้ามากระทบพร้อมกัน เช่น

    * นักลงทุนขายทำกำไรหลังตลาดขึ้นแรงก่อนหน้า
    * ความกังวลว่า **AI จะกระทบธุรกิจ IT อินเดีย**
    * ตลาดหุ้นโลกอ่อนตัว โดยเฉพาะ Wall Street

    ทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดอินเดียถูกเทขายพร้อมกันหลายเซกเตอร์

    ---

    ## นี่คือวิกฤต…หรือโอกาส?

    สิ่งที่น่าสนใจคือ

    การร่วงครั้งนี้

    ไม่ได้เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจภายในอินเดีย

    พื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแรง

    GDP ยังคาดว่าโตประมาณ

    **6 – 7%**

    นักวิเคราะห์หลายคนจึงมองว่า

    นี่อาจเป็นเพียง

    **“Shock จากภายนอก”**

    หากสงครามคลี่คลาย
    หรือน้ำมันเริ่มลดลง

    เงินทุนต่างชาติ (FII)

    มักจะกลับเข้าสู่ตลาดอินเดียอย่างรวดเร็ว
    เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

    ---

    ## สัปดาห์นี้ตลาดยังผันผวน

    ช่วง **16 – 20 มีนาคม**

    ตลาดยังมีโอกาสแกว่งแรง

    ตัวแปรสำคัญที่สุดคือ

    * ราคาน้ำมันโลก
    * สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ

    ---

    ## คำแนะนำสั้น ๆ จากนักวิเคราะห์

    ถ้าคุณถือหุ้นอินเดีย **ระยะยาว**

    อย่าตื่นตระหนกขาย

    แต่ถ้าจะซื้อเพิ่ม

    ควรรอสัญญาณสำคัญ 2 อย่างก่อน

    1️⃣ ราคาน้ำมันเริ่มลดลง
    2️⃣ นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อ

    เพราะสองปัจจัยนี้

    คือกุญแจสำคัญของตลาดอินเดียในตอนนี้

    https://www.facebook.com/share/p/1DNqKpjQi9/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ลูกหลานสายสกุลสนิทวงศ์ เปิดหลักฐาน 100 ปี ชี้ชัด "สันปันน้ำคือสันผา" ยัน เขตแดนไทย-กัมพูชาจบแล้วตามสัญญาประธาน

    วันนี้ (16 มี.ค.69) เวลา 11.00 น. ตัวแทนทายาทราชสกุลสนิทวงศ์ นำโดย นายพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, นายสุรภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และนายภาคย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ในฐานะลูกหลานแห่งราชสกุลและสายตรงพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลประวัติศาสตร์การปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอธิปไตยของชาติ

    นายพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า เมื่อครั้งวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ฝรั่งเศสส่งเรือรบมาปิดปากอ่าวไทย ประเทศไทยรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมมาได้ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ "เงินถุงแดง" ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเตรียมไว้กู้ชาติ

    ในเวลานั้น ฝรั่งเศสหมายปองเมืองชายฝั่งอย่างจันทบุรีและตราด แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลที่ทรงรักประชาราษฎร์และต้องการรักษาเมืองชายทะเลสำคัญที่มีคนไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พระองค์จึงจำต้องยอมเสียสละดินแดนส่วนอื่น ได้แก่ ลาวในปัจจุบัน และมณฑลบูรพา (พระตะบอง, เสียมราฐ, ศรีโสภณ) เพื่อแลกกับการรักษาจันทบุรีและตราดเอาไว้

    การเสียดินแดนในปี ค.ศ. 1904 นำมาสู่การปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน-ฝรั่งเศส รัชกาลที่ 5 ทรงมอบหมายให้ หม่อมชาติเดชอุดม (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) นายร้อยทหารบกจากโรงเรียนนายร้อยเดนมาร์ก เป็นหัวหน้าคณะกรรมการปักปันฝ่ายสยาม เจรจากับคณะของ พันตรีแบร์นาร์ด (Commandant Bernard) หัวหน้าคณะฝ่ายฝรั่งเศส

    ทั้งนี้ หม่อมชาติเดชอุดม หรือต่อมาคือ พลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ มีความสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ โดยท่านเป็นคุณตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นพระปัยกา (ทวด) ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

    นายสุรภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ระบุว่า การเจรจาปักปันพรมแดนตามสนธิสัญญา ค.ศ. 1907 ยึดถือพรมแดนธรรมชาติ (Natural Border) เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดได้มีการแปลบันทึกการประชุมนับร้อยหน้าจากภาษาฝรั่งเศสโดย คุณเปรมิกา สุจริตกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส พบว่าเอกสารแนบท้ายสัญญาประธานนี้ระบุชัดเจนถึงคำว่า "สันปันน้ำ" ในยุคนั้นว่าคือ "สันผา" นายภาคย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อธิบายรายละเอียดสำคัญ 4 ประการที่ตกลงกันไว้คือ 1. ยึดแนวสันเขาพนมดงรักที่เด่นชัดเป็นพรมแดน // 2. ต้องเป็นแนวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากฝั่งกัมพูชา (ซึ่งต่ำกว่าฝั่งไทยอย่างน้อย 100 เมตร) // 3. ต้องเป็นแนวที่ไม่สามารถเดินข้ามผ่านได้โดยไม่รู้ตัว เพื่อป้องกันข้อพิพาท // 4. ยึดแนวนี้ตลอดเทือกเขาพนมดงรักจนถึงที่ราบฉนวนเขมร (จ.สระแก้ว)

    การยึด "สันผา" แทนการใช้จุดสูงสุด (Highest Elevation) แบบสมัยใหม่ เป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด เพราะไทยจะอยู่ในจุด "สูงข่ม" ได้เปรียบในเชิงการทหาร และสอดคล้องกับภูมิวัฒนธรรมที่แบ่งแยกกลุ่มคนบนที่ราบสูงโคราชและที่ราบต่ำเขมรออกจากกันอย่างชัดเจน

    นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวย้ำว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากการไม่ยึดตามสัญญาประธาน แต่กลับไปใช้นิยามสันปันน้ำตามเทคโนโลยีดาวเทียมสมัยใหม่ ซึ่งในทางภูมิศาสตร์ หน้าผาอาจมีการกัดกร่อนเพียงเล็กน้อย แต่หากใช้จุดสูงสุดเป็นตัวตั้ง พรมแดนอาจคลาดเคลื่อนไปได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร จนเกิดเป็น "พื้นที่ทับซ้อน" ขึ้นมา

    "เราขอยืนยันว่าการปักปันเขตแดนได้สำเร็จสิ้นสุดลงแล้วเมื่อร้อยกว่าปีก่อน แผนที่ใดๆ ที่จัดทำขึ้นภายหลังแล้วขัดกับสัญญาประธานถือว่าไม่ถูกต้อง ปัญหาทุกอย่างจะจบลงทันทีหากทุกฝ่ายกลับมายึดถือตามบันทึกการเจรจาปักปันในสัญญาประธานที่ระบุว่าสันปันน้ำคือสันผา" นายวัฒนวงษ์ กล่าว
    FB_IMG_1773653362207.jpg FB_IMG_1773653364421.jpg FB_IMG_1773653366564.jpg
    /////

    https://www.facebook.com/share/183VCU1X1e/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิชาการกฎหมาย จี้ รัฐบาลยกเลิก MOU 44 ชี้ขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน เตรียมใช้สิทธิ์ประชาชนฟ้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ฐานละเมิดสิทธิและบูรณภาพแห่งดินแดน

    FB_IMG_1773653481105.jpg

    วันนี้ (16 มี.ค.69) เวลา 11.30 น. อ.คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการด้านกฎหมาย เปิดเผยถึงข้อเรียกร้องทางกฎหมายต่อกรณีบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (MOU 2544) โดยระบุว่ารัฐบาลมีอำนาจฝ่ายบริหารในการประกาศยกเลิกได้ทันที เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่กระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างร้ายแรง พร้อมแนะภาคประชาชนใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญดำเนินการฟ้องร้องหากรัฐบาลเพิกเฉย

    อ.คมสัน กล่าวว่า ในทางกฎหมายเบื้องต้น รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณายกเลิก MOU ฉบับนี้ ซึ่งเป็นอำนาจโดยตรงของฝ่ายบริหารที่ไม่จำเป็นต้องเสนอเข้าสู่รัฐสภา เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจทางการปกครองในการยกเลิกบันทึกข้อตกลงที่สร้างความสุ่มเสี่ยงต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม กระบวนการยกเลิกจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา แต่หากรัฐบาลยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ภาคประชาชนจำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบและจัดการกับท่าทีของรัฐบาล

    อ.คมสัน ได้หยิบยกประเด็นความสำคัญของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 52 ขึ้นมาเน้นย้ำ ซึ่งบัญญัติว่า “รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย” ปัจจุบันอำนาจหน้าที่นี้อยู่ในมือของรัฐบาล ดังนั้น การละเลยไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อรักษาอธิปไตย อาจถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ตาม มาตรา 51 เพื่อเรียกร้องให้รัฐดำเนินการตามหน้าที่ หากรัฐไม่ปฏิบัติ ประชาชนย่อมถูกละเมิดสิทธิโดยตรง

    สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย อ.คมสัน เสนอว่าประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ // สามารถยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 // ข้อกฎหมายสนับสนุน พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 (7) และมาตรา 45-46 //ประเด็นการฟ้อง ฟ้องการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาในเรื่องสัญญาที่กระทบต่อเขตแดน

    อ.คมสัน ยังตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน รัฐธรรมนูญทุกฉบับวางหลักการว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี ทรงไว้ซึ่งการทำสนธิสัญญาหรือสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสัญญาที่มีผลกระทบต่อเขตแดนหรืออธิปไตยต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

    “ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศอ้างว่าไม่ได้ทำสัญญาใหม่ แต่ในข้อเท็จจริง ประวัติศาสตร์การปักปันเขตแดนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทะเลไทย-อินเดีย, ไทย-มาเลเซีย หรือไทย-เวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2541 ต่างมีการทูลเกล้าฯ และดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่กรณี MOU 2544 กลับไม่มีขั้นตอนการถวายเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแม้แต่ครั้งเดียว”

    อ.คมสัน ทิ้งท้ายว่า ปัญหานี้ต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไปว่า ผู้ใดหรือหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายเช่นนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนสืบไป

    /////

    https://www.facebook.com/share/p/1DCas9aCnF/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถ้าหลายเหตุการณ์ใหญ่ของโลก เกิดขึ้นพร้อมกันในสัปดาห์เดียว จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดการเงิน ?

    สัปดาห์นี้อาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ ตลาดโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิดที่สุด
    เพราะปัจจัยสำคัญหลายด้านกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น

    ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
    การตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
    ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ
    การเปิดตัวเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่
    และแรงซื้อขายขนาดมหาศาลจากตลาดอนุพันธ์

    ทั้งหมดกำลังรวมตัวกันใน สัปดาห์เดียว
    และนี่คือ 5 เหตุการณ์ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา

    1️⃣ สงครามอิหร่าน–สหรัฐ

    ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง
    นักวิเคราะห์กำลังจับตาว่า หากสถานการณ์ยกระดับ อาจส่งผลต่อ อุปทานน้ำมันโลก ซึ่งภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ผลิตพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
    หากอุปทานสะดุดราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นทันที
    และเมื่อราคาพลังงานสูงขึ้นแรงกระเพื่อมจะส่งต่อไปถึง เงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และตลาดหุ้นทั่วโลก

    2️⃣ การประชุมธนาคารกลาง 21 แห่งทั่วโลก

    ในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางจำนวนมากจะต้อง ตัดสินใจทิศทางนโยบายการเงินพร้อมกัน
    ธนาคารกลางสำคัญที่ตลาดจับตามอง ได้แก่
    FED – ธนาคารกลางสหรัฐ
    ECB – ธนาคารกลางยุโรป
    BOE – ธนาคารกลางอังกฤษ
    BOJ – ธนาคารกลางญี่ปุ่น

    รวมถึง อีก 17 ธนาคารกลางทั่วโลก
    ซึ่งทั้งหมดดูแลเศรษฐกิจรวมกันมากกว่าสองในสามของ GDP โลก
    คำถามสำคัญคือในภาวะที่โลกเผชิญทั้งเงินเฟ้อ ความเสี่ยงสงคราม และเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ธนาคารกลางจะเลือกเดินเกมอย่างไรต่อไป

    3️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ

    สหรัฐยังคงเป็น เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจโลก
    และสัปดาห์นี้จะมีการประกาศข้อมูลสำคัญหลายตัว เช่น
    • เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI)
    • ดัชนีภาคการผลิต Philly Fed
    • Pending Home Sales
    • New Home Sales
    ตัวเลขเหล่านี้อาจช่วยบอกว่า
    เศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอตัว หรือยังคงร้อนแรง
    และนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคต

    4️⃣ เวทีเทคโนโลยี AI ที่ตลาดจับตา – NVIDIA GTC

    นอกจากเศรษฐกิจและการเมือง
    อีกหนึ่งเวทีที่นักลงทุนทั่วโลกเฝ้าดูคือ NVIDIA GTC Conference
    นี่คือเวทีใหญ่ประจำปีของ NVIDIA ที่มักใช้ประกาศ
    • ชิป GPU รุ่นใหม่
    • เทคโนโลยี AI
    • โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การประกาศจากเวทีนี้มักส่งผลต่อ
    • หุ้น AI
    • หุ้น Semiconductor
    • และดัชนี Nasdaq ทั้งตลาด
    เพราะโลกกำลังอยู่ในยุคที่ AI กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเศรษฐกิจโลก

    5️⃣ วันศุกร์ Quadruple Witching

    ปลายสัปดาห์ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ตลาดไม่ควรมองข้าม
    Quadruple Witching
    ซึ่งเป็นวันที่สัญญาอนุพันธ์หลายประเภทหมดอายุพร้อมกัน ได้แก่
    • Stock Options
    • Index Options
    • Stock Futures
    • Index Futures

    โดยรอบนี้มีมูลค่าการหมดอายุรวมกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์
    ในอดีต วันที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มักทำให้ตลาดเกิด ความผันผวนสูงกว่าปกติ
    เพราะนักลงทุนจำนวนมากต้องปรับสถานะการลงทุนพร้อมกัน

    สรุป

    เมื่อมองภาพรวมของสัปดาห์นี้ จะเห็นว่าโลกการเงินกำลังอยู่ท่ามกลางการบรรจบของหลายปัจจัยสำคัญ
    • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
    • การตัดสินใจของธนาคารกลางทั่วโลก
    • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ
    • การเปิดตัวเทคโนโลยี AI
    • และแรงซื้อขายมหาศาลจากตลาดอนุพันธ์
    ทั้งหมดกำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

    คำถามสำคัญคือ
    ตลาดโลกจะเลือกตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านี้อย่างไร ?
    เพราะบางครั้ง จุดเปลี่ยนของตลาดอาจไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว
    แต่เกิดจาก หลายเหตุการณ์ใหญ่ที่มาชนกันในเวลาเดียวกัน
    และสัปดาห์นี้อาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลานั้นของตลาดโลก

    #BusinessTomorrow #FOMC #Technology #ภูมิรัฐศาสตร์ #QuadrupleWitching

    https://www.facebook.com/share/1AAvgHB3d9/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Sinopec โรงกลั่นน้ำมัน
    ที่ใหญ่ที่สุดของจีน
    ต้องสั่งลดกำลังการผลิตลง 10%
    เพราะนำเข้าน้ำมันดิบได้ยากขึ้น

    Sinopec โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของจีน เริ่ม ลดกำลังการกลั่นลงประมาณ 10% หลังสงครามในตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มูซ (Strait of Hormuz) เผชิญความยากลำบากและอุปทานน้ำมันดิบเริ่มตึงตัว

    แหล่งข่าวระบุว่า Sinopec ปรับลดแผนการกลั่นน้ำมันจากเป้าหมายเดิมของเดือนนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก FGE คาดว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีนโดยรวมอาจลดกำลังการผลิตลงประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือราว 13.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่สัปดาห์นี้

    การลดกำลังการกลั่นของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก สะท้อนว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก และอาจเพิ่มความผันผวนของตลาดน้ำมันในระยะต่อไป.

    https://www.facebook.com/share/1DqpuKcC3c/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,668
    ค่าพลัง:
    +97,153
    New York Times รายงานเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ทรงให้คำแนะนำลับๆ แก่ทรัมป์ให้โจมตีอิหร่านอย่างหนักต่อไป แม้ว่าซาอุฯจะแสดงท่าทีต่อสาธารณะว่าต่อต้านสงครามก็ตาม

    https://www.facebook.com/share/17wtNR2qGU/
     

แชร์หน้านี้

Loading...