เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 14 มิถุนายน 2026 at 22:45.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,497
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,940
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,497
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,940
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Hampton by Hilton เมืองอูลู่มู่ฉี อยู่ที่ ๒๔ องศาเซลเซียส ซึ่งไม่นับว่าจะร้อนมากมายอะไรนัก

    วันนี้ทางคณะนัดพวกเราที่ ๘ - ๙ - ๑๐ ก็คือจะปลุกตอน ๘ โมงเช้า แล้วก็วางกระเป๋าตอน ๙ โมง ๑๐ โมงก็เดินทาง แต่ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพเป็นคนตื่นเช้าจนเคยชิน จึงยังคงตื่นตามเวลาปกติ ทั้งที่เมื่อคืนก็มาถึงค่อนข้างจะดึกทีเดียว เรื่องของการไปเมืองจีนนั้น จะไม่มีการเดินทางเลยย่อมเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าจะเดินทางมากหรือว่าเดินทางน้อยแค่นั้นเอง

    ห้องอาหารเปิดเวลา ๗ โมงครึ่ง ข้าวปลาอาหารถือว่าสมบูรณ์ใช้ได้ แต่ว่าระหว่างที่ฉันเช้าอยู่มีขบวนแห่กันคึกคัก แถมยังมีเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว มารู้ทีหลังว่าวันนี้ทางโรงแรมมีการจัดงานแต่งงานด้วย แต่น่าเสียดายที่ว่าพวกเราไม่มีโอกาสได้เห็นพิธีการแต่งงานแบบใหม่ เนื่องเพราะว่าต้องไปขึ้นรถตามเวลา

    แล้วก็ออกเดินทางไปยังศูนย์นิเวศน์วิทยาโบราณซินเจียง ซึ่งแม้ว่าชื่อเป็นเช่นนี้ก็จริง แต่ว่าในส่วนที่เป็นส่วนโบราณนั้นมีแต่ส่วนของไม้กลายเป็นหิน ความจริงส่วนหลักที่เรามาก็คือมาที่ศูนย์เพาะพันธุ์ม้า ซึ่งม้าในที่นี้ก็คือม้าสวรรค์ หรือว่าม้าวิเศษเหงื่อโลหิตนั่นเอง

    เมื่อเดินทางมาถึง พวกเราก็ต้องตะลึง คือนอกจากสถานที่จะกว้างใหญ่ไพศาลแล้ว บรรดารถรายังแน่นขนัดไปหมด ภายในนั้นที่จอดรถบัสเต็มแน่นเอี๊ยด พวกเราจึงต้องจอดอยู่ด้านนอกแล้วเดินเข้าไปข้างใน

    เมื่อเข้าไปก็ต้องรอให้ "อาโจว" แกไปซื้อตั๋วให้พวกเราก่อน ครั้นได้ตั๋วมาแล้ว เดินเข้าไปด้านใน ก็เห็นท่านประธานเหมานั่งเอ้เต้รอต้อนรับอยู่ ซึ่งบริเวณนี้เป็นห้องขนาดใหญ่ มีแต่รูปท่านประธานเหมาใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ครึ่งตัวบ้าง ยืนเต็มตัวบ้าง หรือว่าที่เป็นรูปเป็นเหรียญต่าง ๆ บ้าง เพื่อให้บุคคลผู้เลื่อมใสท่านประธานผู้สร้างประเทศยุคใหม่ ได้ซื้อหาไปเพื่อที่เอาไปบูชา หรือว่าจะเอาไปประดับบ้านก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายก็แล้วกัน
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,497
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,940
    พวกเราเดินไปอีกเล็กน้อยก็ต้องเลี้ยวขวา ซึ่งจะมีหมู่ ๑๒ นักษัตรรออยู่ บรรดาแท่นหินที่ทำรองรับนั้นก็ไม่กระไรนัก แต่ว่านักษัตรทั้ง ๑๒ ตั้งแต่ปีชวดยันปีกุนนั้น โดนมือของบรรดานักท่องเที่ยวจีนลูบจนลื่นเงาวับไปหมด..!

    ทางด้านนี้มีท่อนไม้กลายเป็นหินท่อนเล็กท่อนใหญ่มากมาย เขาตั้งเอาไว้จนเหมือนอย่างกับสวนป่า อีกส่วนหนึ่งก็คือท่อนไม้ที่ยังไม่กลายเป็นหิน แต่ว่าแห้งแข็งจนดูเหมือนอย่างกับจะไม่สลายตัว ก็โดนจัดเอาไว้ตรงจุดนี้เช่นกัน

    พวกเราเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วออกมา ก็เห็นจ๊อกกี้หน้าตาเหมือนฝรั่ง เนื่องเพราะว่าชาวอุยกูร์ทางด้านนี้ บางทีคนจีนก็เรียกว่า "เซ่อมู่" ก็คือตามีสี ส่วนใหญ่ก็จะตาออกสีเทา สีฟ้า หรือว่าสีเขียวไปเลย จึงดูหน้าตาเหมือนฝรั่งพูดจีน ขี่ม้าตัวใหญ่มหึมาออกมา

    "หมอมุก" (แพทย์หญิงรุจิรา งามพฤกษ์วานิชย์) ถามว่า "ใช่ม้าสวรรค์ตะวันตกหรือเปล่า ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่าไม่ใช่ เจ้าตัวนี้น่าจะเป็นลูกผสม เพราะว่าลำบึ้กบึกบึนจนเกินไป ม้าสวรรค์ตะวันตก หรือว่าม้าพันธุ์ Akhal- teke นั้น ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีรูปร่างค่อนข้างจะเพรียว หุ่นนางแบบ แต่ว่าวิ่งเร็วเป็นพิเศษ เป็นม้าพันธุ์เก่าแก่โบราณของชาวเติร์กเมนิสถาน ที่บรรดาคนจีนต้องการเป็นนักหนา ถึงขนาดเรียกว่า "ซีเทียนหม่า" หรือ "ม้าสวรรค์ตะวันตก" นั่นเอง

    เมื่อออกจากห้องน้ำมาแล้ว "อาโจว" ก็พาพวกเราไปเดินดูม้าสวรรค์แต่ละคอก ซึ่งเขาจัดเอาไว้คอกค่อนข้างจะกว้างขวาง แต่ละคอกก็จะมีม้าอยู่ ๑ ตัว ไม่ว่าจะเป็นสีดำ สีทอง สีขาว ก็ล้วนแล้วแต่เป็นม้าสวรรค์ตะวันตกพันธุ์ Akhal- teke ทั้งสิ้น ทำให้พวกเราแต่ละคนได้ชื่นชมกับความสวยงามของม้าสวรรค์ตะวันตกแบบเต็มตาเต็มใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะบรรดาท่านทั้งหลายที่รักชอบม้านั้น มีม้าบางตัวค่อนข้างที่จะ "เฟรนด์ลี่" ก็คือยื่นหน้ายื่นตามาให้ลูบ แต่ความจริงแล้ว ม้ายื่นหน้ามาเพื่อถามว่า "มีอะไรให้กินหรือเปล่า ?" ต่างหาก..!

    กระผม/อาตมภาพเดินทักทายบรรดาม้าสวรรค์ไปทีละตัว เพิ่งจะเห็นว่าอาคารใหญ่โตมโหฬาร ที่สร้างเหมือนอย่างกับห้องแถวสวยงามทั้ง ๓ ชั้นนั้น ทุกชั้นล้วนแล้วแต่มีม้าสวรรค์เหล่านี้อยู่ทั้งสิ้น ก็แปลว่าในศูนย์เพาะพันธุ์ม้าแห่งนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีม้าสวรรค์เหล่านี้เป็นร้อย ๆ ตัวเลยทีเดียว

    พวกเราเดินออกมาจนถึงทางด้านท้าย ก็ยังมีม้าแคระ ซึ่งเป็นม้าตัวเล็ก ๆ ขนาดประมาณสุนัขเซนต์เบอร์นาร์ด ซึ่งถือว่าเป็นสุนัขขนาดใหญ่สุด เจ้าม้าพวกนี้มีเอาไว้ให้เด็ก ๆ ได้ขี่ถ่ายรูปกัน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,497
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,940
    พวกเราเดินมาจนกระทั่งวนกลับอีกรอบหนึ่ง "หมอมุก" ก็จัดการซื้อแครอตส่งให้กระผม/อาตมภาพ บอกว่าให้วนไปอีกแถวหนึ่งเพื่อที่จะเลี้ยงม้า กระผม/อาตมภาพจึงจัดการส่งแครอตให้บรรดาม้าสวรรค์ด้านละชิ้น ก็คือซ้าย ๑ ชิ้น ขวา ๑ ชิ้น สลับกันไป แต่เจ้าบางตัวพอเขมือบเข้าไปเต็มคำแล้ว รู้สึกว่ายังไม่พอ ก็ยกขาโขกประตูเพื่อเป็นการเตือนว่าส่งมาอีก แต่กระผม/อาตมภาพอยากให้ทุกตัวได้ครบถ้วน จึงไม่ได้สนใจการประท้วงของม้าเหล่านั้น

    เมื่อเลี้ยงม้าจนกระทั่งไม่มีอะไรเหลือแล้ว ก็ออกมาเพื่อหาที่นั่งรอชมการแสดง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังทำการฉีดน้ำ แล้วก็มีรถมาเกลี่ยทราย สนามทรายทั้งหลายเหล่านี้มีไว้เพื่อป้องกันม้าบาดเจ็บ "มาดามเฮง" (นางสมหวัง งามพฤกษ์วานิชย์) แม่ของหมอมุก ถามว่า "เมื่อม้าวิ่งแล้วทรายกระเด็นอาจจะเข้าตา ทำไมถึงไม่ใช้คอนกรีต ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า เป็นการป้องกันม้าบาดเจ็บ เนื่องเพราะว่าถ้าวิ่งบนคอนกรีต กีบม้าอาจจะแตกหรือฉีกได้ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็เหมือนพวกเราเล็บฉีกนั่นเอง ก็เท่ากับบาดเจ็บแทบจะเดินไม่ได้เลยทีเดียว..!

    พวกเราไม่สามารถที่จะดูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกได้ เนื่องเพราะว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนจองจนแน่นขนัดไปหมด "อาโจว" กับ "ลูกกิฟท์" (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล ที่นำพวกเรามาครั้งนี้ จึงพาพวกเราเดินเข้าไปในซอยแคบ ๆ ซึ่งสองท้างเป็นตู้กระจก มีทั้งถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร ตลอดจนกระทั่งรูปม้าต่าง ๆ เต็มไปหมด พาอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นฝั่งตะวันตก แต่ว่าแสงจากด้านตะวันออกแยงตามาเต็ม ๆ เลยทีเดียว..!

    พวกเรารอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ กว่าเขาจะปรับสนามเสร็จ แล้วก็เริ่มการแสดง ซึ่งจะมีบรรดานักแสดงผู้ชายในชุดแดงควบม้าสวรรค์แข่งกัน อย่างชนิดที่เรียกว่าเร็วปานลมพัดเลยทีเดียว ทำเอาถ่ายรูปไม่ค่อยที่จะถนัด นอกจากจะเป็นการแสดงความเร็วและฝีมือในการขี่ม้าแล้ว ยังมีการต้อนม้าอีกต่างหาก ซึ่งก็คือเอาบรรดาม้าสวรรค์ในคอกออกมาวิ่งออกกำลังกันทุกวันนั่นเอง ความจริงชุดที่เขาเอาออกมานั้นก็มีอยู่ไม่ถึง ๒๐ ตัว แต่ว่าเวลาวิ่งแล้วรู้สึกว่าตื่นตาตื่นใจมาก เนื่องเพราะว่าเป็นม้าที่สวยงามและวิ่งเร็วจริง ๆ..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,497
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,940
    ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้ที่เข้าไปทำการแสดงก็ได้แสดงฝีมือในการต้อนม้าและควบม้าแข่งกันด้วย จากที่ต้อนเป็นฝูงใหญ่ ก็มีการให้แม่ม้ากับลูกม้ามาวิ่งแข่งกัน โดยมีคนแกล้งวิ่งไล่

    ต่อจากนั้นก็มีนักแสดงหญิงที่มาขี่ม้ายิงธนู ซึ่งพวกนี้จะเป็นความสามารถพิเศษของบรรดานักรบโบราณ ที่สามารถจะยิงธนูจากบนหลังม้าได้ ซึ่งแต่ละดอกนั้นเข้าเป้าอย่างแม่นยำเลยทีเดียว

    แล้วก็ยังมีการแข่งกีฬาโบราณ ก็คือแย่งชิงหนังแกะกัน แต่ว่าในสมัยโบราณนั้นเขาแย่งแกะกันทั้งตัว ผู้ที่ชนะก็เอาไปปิ้งย่าง แล้วก็เลี้ยงผู้แพ้เหล่านั้น จนกระทั่งท้ายสุดก็เป็นการควบม้าถือธงแดงทั้งขบวน อยู่ในลักษณะของการอำลานักท่องเที่ยว

    กว่าที่การแสดงจะเสร็จเรียบร้อยก็ตกประมาณเที่ยงครึ่งของทางด้านเมืองจีนแล้ว จึงทำให้พวกเราต้องรีบออกมา เนื่องเพราะว่าร้านอาหารของเรานั้นยังต้องวิ่งรถไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ว่าที่นี่เขากินอาหารกลางวันกันตอนบ่าย ๒ โมง พวกเราที่ไปถึงร้านอาหารตอนบ่ายโมงครึ่ง จึงถือว่ามาเร็วอีกต่างหาก..!

    แต่ว่าทางภัตตาหารก็ได้จัดอาหารขึ้นโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพกับ "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ จึงจัดการตักอาหารที่ตนเองต้องการมาจนเรียบร้อย ญาติโยมที่แยกกันไปเข้าห้องน้ำ ถึงได้ทยอยกันมาถึง โดยมี "คุณตั้ว" (นายวีรวัฒน์ ตะล่อมสิน) มานั่งอยู่ทางด้านข้างหนึ่ง

    แล้วลูกชายก็คือ "น้องลาฟท์" ซึ่งกระผม/อาตมภาพหัวเราะทุกครั้ง เนื่องเพราะว่ายังเป็นเด็กชายอยู่ แต่ขอโทษเถอะ..ตัวใหญ่และสูงกว่ากระผม/อาตมภาพเป็นคืบเลย ก็คือเด็กชายพีรภาณัชย์ ตะล่อมสิน นั่งกระหนาบซ้ายขวา เพื่อที่จะให้สุภาพสตรีมาร่วมวงกับพวกเราได้โดยไม่ต้องตะขิดตะขวงใจ อาหารถือว่ารสชาติใช้ได้ เพียงแต่ว่าพวกเราแต่ละคนไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตามาเพื่อกินกระมัง ? จึงมีบางส่วนที่ยังเหลืออยู่บ้าง
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,497
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,940
    เมื่อรับประทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นก็ขึ้นรถออกเดินทางกัน แต่เจ้าประคุณรุนช่องเถอะ..ออกเดินทางมาได้ยังไม่ถึงชั่วโมง รถก็ติดยาวเป็นกิโล ๆ เลยทีเดียว..! กว่าที่จะกระดึ๊บ ๆ ไปทีละเล็กทีละน้อย ก็ทำเอาบรรดาท่านที่ใจร้อนรู้สึกหงุดหงิดไปก็มี แต่ว่าส่วนใหญ่ฉวยโอกาสนอนพักผ่อนไปเลย..!

    กระผม/อาตมภาพฉวยโอกาสถ่ายรูปสองข้างถนน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นดงองุ่น ตลอดจนกระทั่งไม้ยืนต้นอื่น ๆ ที่ดูเขียวขจีจนไม่น่าจะอยู่ในซินเจียง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่กึ่งทะเลทราย และมีทะเลทรายใหญ่โตมโหฬารอยู่หลายแห่งเลยทีเดียว..!

    จนกระทั่งตะเกียกตะกายไปเกือบ ๒ ชั่วโมง ถึงได้เห็นว่าถนน ๖ เลน ไป ๓ มา ๓ นั้น เขาปิดเหลือด้านละเลนเดียวเท่านั้น แล้วท้ายที่สุดก็รวบไปอยู่ฝั่งเดียวกัน ก็คือให้วิ่งสวนมา ๑ เลน วิ่งสวนไป ๑ เลน สลับซ้ายขวา จึงทำให้วิ่งไปได้ช้ามาก จนกระทั่งพวกเรามาถึงในบริเวณที่เรียกว่า "เมืองเขวยถุน" จึงได้เข้าพักเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ แล้วหลังจากนั้นก็เดินทางกันต่อไป รถของเราคลานไปบ้าง วิ่งด้วยความเร็วบ้าง แล้วแต่จังหวะ เนื่องเพราะว่าบางช่วงทั้งสองฝั่งก็เปิดโล่ง แล้วท้ายที่สุดก็โดนบีบเข้าหากันอีก

    จนกระทั่งถึงเวลาราว ๆ ๓ ทุ่ม ก็ต้องมาแวะเข้าห้องน้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วค่อยวิ่งไปยังเมืองจิงเหอ แต่ว่าตอนนี้ของซินเจียงนั้นเป็น ๓ ทุ่มของเมืองจีนแล้ว หรือว่า ๒ ทุ่มเมืองไทย ตะวันก็ยังจ้าอยู่บนฟ้า พวกเรามาถึงตัวเมืองจิงเหอ ซึ่งจะพักในคืนนี้ เวลาประมาณ ๔ ทุ่มครึ่งของเมืองจีน เข้าที่โรงแรม Wanda Moments

    เมื่อมาถึง กระผม/อาตมภาพเองก็ไม่สนใจในเรื่องของการอาบน้ำอาบท่าหรือพักผ่อน เนื่องเพราะว่าต้องบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วท่านทั้งหลายก็จะได้ฟังช้าจนเกินไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณร และญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...