ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ซีด!
    ด่วน ! EU เปิดทางให้ "แคนาดา"
    เข้าเป็น “สมาชิกสมทบ”
    ของสหภาพยุโรป
    เป็นรายแรกของโลกได้แล้ว !

    https://www.facebook.com/share/p/1CNougj3p1/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! กลุ่มฮูตีได้วางทุ่นระเบิด
    ในบริเวณทะเลที่ใกล้กับ
    "ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ" แล้ว

    [DPA สำนักข่าวเยอรมันรายงาน]

    สถานการณ์บริเวณทะเลแดงกำลังถูกจับตาหนักขึ้น หลังแหล่งข่าวทางทหารของเยเมนเปิดเผยต่อสำนักข่าวเยอรมัน DPA ว่า กองกำลังฮูตีได้ขุดแนวป้องกันบนพื้นที่สูงใกล้ช่องแคบ Bab el-Mandeb และวางทุ่นระเบิดทางทะเลในน่านน้ำใกล้เคียง หากได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ การเคลื่อนไหวนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเรือพาณิชย์ เพราะทุ่นระเบิดสามารถสร้างอันตรายได้ต่อเนื่องและต้องใช้เวลาตรวจค้นหรือกวาดล้างมากกว่าภัยจากโดรนหรือขีปนาวุธเพียงครั้งเดียว

    รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังฮูตีรุกคืบตามชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน และเข้าถึงเกาะ Perim หรือ Mayun ซึ่งตั้งอยู่กลางช่องแคบ Bab el-Mandeb โดย Reuters รายงานเมื่อวันที่ 11 กันยายนว่า กองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียถอนออกจากเกาะ ขณะที่ฮูตีเข้าควบคุมเมือง Dhubab ฝั่งตรงข้ามด้วย

    ความสำคัญของ Bab el-Mandeb อยู่ที่การเป็นประตูเชื่อม อ่าวเอเดน–ทะเลแดง–คลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าระหว่างเอเชียและยุโรป รวมถึงการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางไปยังตลาดตะวันตก ขณะที่อีกฟากของคาบสมุทรอาหรับ ช่องแคบ Hormuz เองก็ยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามและทุ่นระเบิด โดย Reuters รายงานว่าปริมาณเรือที่ตรวจจับได้ผ่าน Hormuz ลดลงเหลือเพียงหลักหน่วยต่อวันในช่วงล่าสุด

    ดังนั้น หากความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดที่ Bab el-Mandeb ได้รับการยืนยัน ปัญหาจะไม่ใช่แค่ “น้ำมันผ่านได้หรือไม่ได้” แต่ยังรวมถึงค่าประกันภัย ค่าระวางเรือ และความต้องการเปลี่ยนเส้นทาง ซึ่งสามารถผลักต้นทุนพลังงานและการค้าโลกสูงขึ้นได้

    https://www.facebook.com/share/p/1HkWygatft/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! Saudi Aramco ยกเลิกน้ำมันบางส่วนส่งยุโรป หลังเส้นทางส่งออกสำคัญหยุดชะงัก จับตายุโรปแย่งซื้อน้ำมันจากตลาดโลก

    ตลาดน้ำมันโลกกำลังเจอ Supply Shock ซ้ำอีกระลอก

    Reuters ยืนยันว่า Saudi Arabia ได้แจ้งลูกค้าในยุโรปว่า น้ำมันดิบที่มีกำหนดโหลดบางส่วนในเดือนกันยายนจะถูกยกเลิก หลังการโจมตีด้วยโดรนสร้างความเสียหายต่อท่อส่งน้ำมัน East-West และทำให้การโหลดน้ำมันจากท่า Yanbu บนทะเลแดงต้องหยุดลง แต่ข้อมูลที่แชร์ว่า “ยกเลิกทั้งหมดจนถึงเดือนพฤศจิกายน” ยังแรงกว่าที่ Reuters ยืนยันในขณะนี้

    Saudi Arabia กำลังเผชิญปัญหาใหม่ในการส่งออกน้ำมัน หลังท่อส่ง East-West ซึ่งลำเลียงน้ำมันจากฝั่งตะวันออกของประเทศไปยังท่า Yanbu บนทะเลแดงได้รับความเสียหายจากการโจมตี ส่งผลให้ Saudi Aramco ต้องระงับการโหลดน้ำมันจาก Yanbu และแจ้งลูกค้าในยุโรปว่าคาร์โกบางส่วนที่มีกำหนดโหลดในเดือนกันยายนจะถูกยกเลิก Reuters ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคาร์โกยุโรปจะถูกยกเลิกทั้งหมดกี่ลำ หรือการหยุดโหลดที่ Yanbu จะกินเวลานานเพียงใด ขณะที่ Aramco ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

    ความสำคัญของ East-West Pipeline เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ถูกจำกัดจากสงครามอิหร่าน ทำให้ Saudi Arabia ต้องพึ่งเส้นทางนี้เพื่อนำน้ำมันออกทางทะเลแดงโดยไม่ต้องผ่าน Hormuz ปัจจุบันบริษัทกำลังพยายามหาทางออกเพิ่มเติม โดยเสนอขายน้ำมันให้ลูกค้าเอเชียผ่านการถ่ายลำแบบ Ship-to-Ship นอกชายฝั่ง Sohar ประเทศโอมาน ขณะที่การโหลดที่ Ras Tanura และ Juaymah ทางฝั่งอ่าวเปอร์เซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ผลกระทบเริ่มปรากฏในยุโรปแล้ว เมื่อโรงกลั่นต้องเร่งหาน้ำมันทดแทนจากทะเลเหนือ สหรัฐฯ คาซัคสถาน แอลจีเรีย และกายอานา ราคาน้ำมันจริงบางเกรดในยุโรปจึงพุ่งทะลุ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Forties จากทะเลเหนือขึ้นแตะ $136.75 ต่อบาร์เรลในวันที่ 15 กันยายน

    https://www.facebook.com/share/p/1Et6t1gLiE/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Fed ขึ้นดอกเบี้ย ตลาดเจ็บแค่ไหน? ย้อนรอย 2022 สู่เกมลงทุนยุค “เงินแพง”
    ดอกเบี้ยขึ้นตลาดโลกเจ็บแค่ไหน? ย้อนรอยเกมลงทุนยุค “เงินแพง” บอนด์ยีลด์พุ่ง ทองคำเสี่ยงร่วงหลุด 4,000 ดอลลาร์

    ตลาดการเงินโลกกำลังกลับมาเจอกับโจทย์ที่นักลงทุนไม่อยากเห็นอีกครั้ง เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 5% ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง

    ขณะเดียวกัน ตลาดให้น้ำหนักสูงกว่า 90% ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายน ส่งผลให้ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ถูกกดดันจากต้นทุนเงินที่สูงขึ้น

    คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ?” แต่คือ “ถ้าดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาขึ้น ตลาดจะกระทบพอร์ตลงทุนมากแค่ไหน ?”

    ในรายการ The Signal วันที่ 14 กันยายน 2569 คุณจรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานตราสารทุน จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) มองว่า การขยับขึ้นของ Bond Yield และราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เพราะหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง เงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว และทำให้ตลาดต้องประเมินทิศทางดอกเบี้ยกันใหม่

    สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต้องย้อนกลับไปดูบทเรียนสำคัญจากปี 2022

    2022 บทเรียนที่ไม่ได้มีแค่ “หุ้นตก”

    ปี 2022 เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า เมื่อดอกเบี้ยขึ้นแรง ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตลาดหุ้น แต่สามารถลามไปยังสินทรัพย์หลายประเภทพร้อมกัน

    ในปีนั้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยรวม 425 จุดพื้นฐาน ในช่วง 7 การประชุมสุดท้ายของปี เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูง

    ผลที่ตามมาคือ S&P 500 ปรับตัวลง 18.1% ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตถูกกดดันหนักจากต้นทุนเงินที่สูงขึ้น

    แต่สิ่งที่ทำให้ปี 2022 แตกต่างจากภาวะตลาดทั่วไปคือ “บอนด์ก็ลงพร้อมกับหุ้น”

    ดัชนี Bloomberg U.S. Aggregate Bond ลดลง 13% ขณะที่ Global Aggregate Bond ลดลง 16.2%

    แม้แต่พอร์ตแบบ 60/40 ซึ่งแบ่งเงิน 60% ไว้ในหุ้น และอีก 40% ในตราสารหนี้ ก็ยังลดลงเกือบ 17%

    บทเรียนจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “หุ้นลง” แต่คือ เมื่อสินทรัพย์หลายประเภทถูกกดดันจากปัจจัยเดียวกัน การกระจายพอร์ตแบบเดิมก็อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ไม่มากอย่างที่คิด

    ทำไมดอกเบี้ยขึ้น หุ้นถึงถูกกดดัน ?

    เหตุผลแรกคือ มูลค่าหุ้นลดลงเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น นักลงทุนจะให้มูลค่ากับกำไรในอนาคตน้อยลง เพราะต้องนำกำไรเหล่านั้นมาคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

    หุ้นที่มีความหวังอยู่กับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี จึงมักได้รับผลกระทบมากกว่าหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแรงอยู่แล้ว

    จรณเวทมองว่า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังเป็นกลุ่มที่ต้องระวังในช่วงนี้ เพราะนอกจากความกังวลเรื่อง AI Slowdown แล้ว ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อหุ้นกลุ่มนี้

    เหตุผลที่สองคือ ต้นทุนการเงินสูงขึ้น เมื่อกู้เงินแพงขึ้น บริษัทอาจชะลอการลงทุน ขณะที่ผู้บริโภคก็มีต้นทุนในการกู้ยืมสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้สามารถส่งต่อไปยังการเติบโตของเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัท

    และเหตุผลที่สามคือ เงินมีทางเลือกมากขึ้น เมื่อพันธบัตรให้ผลตอบแทนสูงขึ้น นักลงทุนอาจไม่จำเป็นต้องรับความเสี่ยงจากหุ้นมากเท่าเดิม เพื่อหวังผลตอบแทน

    นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการขึ้นของ Bond Yield ถึงมีความสำคัญต่อตลาด แม้ Fed จะยังไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม

    รอบนี้ต้องจับตา “น้ำมัน” เพราะอาจลากเงินเฟ้อกลับมา

    หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดกังวลในรอบนี้คือราคาน้ำมัน

    CPI สหรัฐล่าสุดอยู่ที่ 3.4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตลาดคาดไว้ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนราคาน้ำมันในช่วงก่อนที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นมาเหนือ 100 ดอลลาร์

    จรณเวทมองว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนถัดไปก็มีโอกาสปรับขึ้นตาม

    นั่นหมายความว่า ตลาดอาจไม่ได้ต้องรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว แต่ต้องกลับมาถามว่า “Fed จะขึ้นอีกกี่ครั้ง และดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานแค่ไหน ?”

    นี่คือจุดที่ต้องจับตา เพราะการขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าตลาดจะต้องปรับตัวลงแรงทันที แต่หากการขึ้นครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่ ผลกระทบต่อราคาหุ้นและเศรษฐกิจจะมีมากขึ้น

    นักลงทุนควรปรับพอร์ตอย่างไร ?

    เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนจากยุค “เงินถูก” เป็น “เงินแพง” สิ่งที่ต้องปรับจึงไม่ใช่แค่การเลือกหุ้น แต่คือ โครงสร้างของพอร์ต

    แนวทางแรกคือ เพิ่มเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องสูง ไม่ได้หมายความว่าต้องขายทุกอย่างแล้วถือเงินสด แต่การมีเงินสดมากขึ้นช่วยให้พอร์ตมีสภาพคล่อง และยังสามารถนำเงินกลับเข้าลงทุนได้ หากตลาดเกิดการปรับฐานและมีสินทรัพย์ที่น่าสนใจในราคาที่ถูกลง

    แนวทางที่สองคือ Barbell Strategy แนวคิดง่าย ๆ คือ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกับทุกอย่างพร้อมกัน ด้านหนึ่งของพอร์ตอาจเน้นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและสภาพคล่องสูง เช่น เงินสดหรือสินทรัพย์ที่ผันผวนต่ำ

    อีกด้านจึงเลือกสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว โดยไม่ต้องเพิ่มความเสี่ยงให้กับทั้งพอร์ต

    อีกทางเลือกคือ กองทุนผสม (Mixed Asset Fund) สำหรับคนที่ไม่ต้องการปรับสัดส่วนหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่นด้วยตัวเองทั้งหมด

    หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การหาว่า “อะไรจะขึ้น” แต่คือการจัดพอร์ตให้ “ถ้าอะไรสักอย่างลงแรง พอร์ตจะไม่เสียหายหนักเกินไป”

    บทเรียนจาก 2022 ยังใช้ได้กับตลาดวันนี้

    ปี 2022 ทำให้เห็นแล้วว่า การกระจายเงินระหว่างหุ้นและบอนด์ไม่ได้ช่วยป้องกันพอร์ตได้เสมอไป โดยเฉพาะในช่วงที่สินทรัพย์หลายประเภทถูกกดดันจากปัจจัยเดียวกัน นั่นคือดอกเบี้ย

    วันนี้ตลาดกำลังกลับมาเจอโจทย์ที่คล้ายกันอีกครั้ง

    Bond Yield 10 ปีของสหรัฐขึ้นเหนือ 5% ราคาน้ำมันอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ และตลาดกำลังให้น้ำหนักสูงต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed

    แต่สิ่งที่นักลงทุนมีมากกว่าปี 2022 คือ บทเรียน

    ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ตลาดจะลงหรือไม่ ?” เพราะไม่มีใครรู้คำตอบล่วงหน้า แต่คือ “ถ้าตลาดลงจริง พอร์ตของเราพร้อมแค่ไหน?”

    ในยุคที่เงินไม่ถูกเหมือนเดิม การลงทุนอาจไม่ใช่เรื่องของการทำผลตอบแทนให้สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการรักษาเงินทุน มีเงินสดเพียงพอ และกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตยังเดินต่อได้ แม้ตลาดจะไม่เป็นใจ

    เพราะในตลาดขาขึ้น นักลงทุนมักถามว่า “อะไรจะทำกำไร ?” แต่ในตลาดดอกเบี้ยขาขึ้น คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “อะไรที่เราไม่ควรเสี่ยงมากเกินไป ?”

    #BusinessTomorrow #วิเคราะห์ธุรกิจ #Fed #ดอกเบี้ย #ตลาดหุ้น #การลงทุน #จัดพอร์ต #BondYield

    https://www.facebook.com/share/p/1LbqtyHqyy/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาน้ำมันดิบบางเกรดในยุโรป

    พุ่งทะลุ "130 เหรียญ" แล้ว

    หลังซาอุตัดการส่งน้ำมันไปยุโรปบางส่วน


    น้ำมันดิบ Physical บางเกรดในยุโรปพุ่งทะลุ “130 ดอลลาร์” แล้ว !
    หลังซาอุดีอาระเบียยกเลิกคาร์โกบางส่วนส่งยุโรป โรงกลั่นเร่งแย่งซื้อน้ำมันทดแทน

    Supply น้ำมันโลกกำลังตึงขึ้นอีกขั้น

    ราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายเพื่อส่งมอบจริง หรือ Physical Crude บางเกรดในยุโรปพุ่งทะลุ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แล้ว หลังปัญหาการส่งออกของ Saudi Arabia บีบให้โรงกลั่นยุโรปต้องเร่งหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาทดแทน โดยน้ำมัน Forties จากทะเลเหนือขึ้นแตะ $136.75 ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

    แรงกระแทกครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง East-West Pipeline ของ Saudi Arabia ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ลำเลียงน้ำมันจากฝั่งตะวันออกไปยังท่า Yanbu บนทะเลแดงได้รับความเสียหาย ส่งผลให้การโหลดน้ำมันที่ Yanbu ต้องหยุดลง และ Saudi Arabia แจ้งลูกค้ายุโรปว่า คาร์โกบางส่วนที่มีกำหนดโหลดช่วงเดือนกันยายนถูกยกเลิก ขณะที่ระยะเวลาที่เส้นทางดังกล่าวจะกลับมาใช้งานเต็มรูปแบบยังไม่แน่นอน

    ผลคือโรงกลั่นยุโรปต้องเร่งออกไปหาน้ำมันทดแทน โดย Orlen ของโปแลนด์ซึ่งพึ่งพาน้ำมันจาก Aramco ราว 40% ได้ซื้อน้ำมันจากทะเลเหนือและมองหา Supply เพิ่มจากสหรัฐฯ คาซัคสถาน แอลจีเรีย และกายอานา การแข่งขันแย่งซื้อ Barrel ที่มีอยู่จึงดันราคาตลาด Physical สูงกว่าราคา Futures อย่างชัดเจน

    วันที่ 15 กันยายน Brent Futures ปิดที่ $108.75 ต่อบาร์เรล และ WTI ปิดที่ $105.83 แต่ Physical Forties ซึ่งเป็นน้ำมันที่ผู้ซื้อกำลังแย่งกันเพื่อส่งมอบจริงพุ่งถึง $136.75 ความแตกต่างนี้สะท้อนว่า ปัญหาขณะนี้ไม่ได้อยู่แค่ “ตลาดเก็งราคาน้ำมันขึ้น” แต่คือ ผู้ซื้อบางรายกำลังเผชิญปัญหาหาน้ำมันจริงมาป้อนโรงกลั่น

    https://www.facebook.com/share/p/18TBu9BBtp/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "สงครามอิหร่านจะจบ
    หลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ"

    JD Vance รองประธานาธิบดี
    กล่าวเห็นด้วยกับทรัมป์

    https://www.facebook.com/share/p/19T7vMeJAA/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มุมมอง "ดอกเบี้ย FED" ล่าสุดตอนนี้

    90% ของธนาคารยักษ์ใหญ่
    มอง FED ขึ้นดอกเบี้ยแน่คืนนี้

    และหลายสำนักมอง FED
    จะขึ้นดอกอย่างน้อย "2-3 ครั้ง" ภายปีนี้

    สำนักที่มอง FED ขึ้นดอกเบี้ย +0.75% ปีนี้
    1) Bank of America
    2) Deutsche Bank
    3) RBC

    สำนักที่มอง FED ขึ้นดอกเบี้ย +0.50% ปีนี้
    1) Barclays
    2) BNPP
    3) Citigroup
    4) HSBC
    5) JP Morgan
    6) Mizuho
    7) Morgan Stanley
    8 ) MUFG
    9) Nomura
    10) Piper Sandler
    11) Societe Generale
    12) TD Securities
    13) UBS
    14) Wells Fargo

    สำนักที่มอง FED ขึ้นดอกเบี้ย +0.25% ปีนี้
    1) Goldman Sachs

    https://www.facebook.com/share/p/1HT6bZEdCV/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เยเมนโต้ซาอุฯ กล่าวหาเยเมนโจมตีนครเมกกะ #แค่ลูกไม้ตื้นๆ ที่เคยนำมาใช้หลายรอบแล้ว!
    ...................
    เมื่อค้นข้อมูล จะพบว่าซาอุฯ เคยกล่าวหาเช่นนี้มาหลายครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และแต่ละครั้ง ทางการซาอุฯ มักอ้างการโจมตีที่ห่างนครเมกกะไปกว่า 60 ก.ม.ว่าเป็นการโจมตีนครเมกกะ !?!
    ...................
    ข้อมูลในอดีต :
    ทางการซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอาหรับเคยกล่าวหาว่ากลุ่มอันศอรุลลอฮ์ (ฮูธี) มุ่งเป้าโจมตีนครศักดิ์สิทธิ์มักกะฮ์ (Makkah) รวมทั้งสิ้น 4 ครั้งหลัก ซึ่งทุกครั้งฝ่ายฮูธีจะออกมาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่าเป้าหมายทางทหารของตนคือฐานทัพและสนามบิน ไม่เคยมีเจตนาโจมตีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา

    รายละเอียดไทม์ไลน์และข้อมูลจากรายงานข่าวต่างประเทศ:

    27 ตุลาคม 2016 (2559):

    ข้อกล่าวหาของซาอุฯ: กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ แถลงว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถีแบบ Burkan-1 ได้ที่ระยะห่างประมาณ 65 กิโลเมตรก่อนถึงนครมักกะฮ์ โดยประณามว่าเป็นความพยายามทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม

    การตอบโต้ของฮูธี: โฆษกฝ่ายปฏิเสธทันที และชี้แจงว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือสนามบินนานาชาติคิงอับดุลอะซีซ (King Abdulaziz International Airport) ในเมืองเจดดาห์ ไม่ใช่นครมักกะฮ์

    27 กรกฎาคม 2017 (2560):

    ข้อกล่าวหาของซาอุฯ: ซาอุฯ แถลงว่าได้ยิงสกัดขีปนาวุธได้ในน่านฟ้าเมืองอัลฏออิฟ (Taif) ซึ่งอยู่ห่างจากมักกะฮ์ประมาณ 69 กิโลเมตร ก่อนหน้าเทศกาลฮัจญ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง

    การตอบโต้ของฮูธี: ยืนยันว่ายิงขีปนาวุธ Burkan-1 มุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศคิงฟะฮัด (King Fahd Airbase) ในเมืองอัลฏออิฟ เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางอากาศของฝ่ายพันธมิตร

    20 พฤษภาคม 2019 (2562):

    ข้อกล่าวหาของซาอุฯ: กองทัพซาอุฯ ระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 2 ลูกเหนือแคว้นมักกะฮ์ โดยระบุว่าลูกหนึ่งมุ่งหน้าสู่นครมักกะฮ์ และอีกลูกหนึ่งมุ่งหน้าสู่เมืองเจดดาห์

    การตอบโต้ของฮูธี: ตัวแทนฝ่ายฮูธีออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา และระบุว่าเป็นการสร้างกระแสโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหวังผลทางการเมืองและการประชุมสุดยอดในภูมิภาค

    กันยายน 2026:

    ข้อกล่าวหาของซาอุฯ: พลตรี ตุรกี อัลมาลิกี (Turki al-Malki) โฆษกพันธมิตรนำโดยซาอุฯ แถลงว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงสกัดโดรนติดอาวุธของกลุ่มฮูธีตกทางตอนใต้ของมักกะฮ์ ก่อนที่จะล่วงล้ำเข้าสู่น่านฟ้าเขตหวงห้ามของนครมักกะฮ์ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนภัยความมั่นคง และเตือนว่าความปลอดภัยของนครศักดิ์สิทธิ์คือ "เส้นตาย" (Red line)

    การตอบโต้ของฮูธี: ฝ่ายฮูธีผ่านสำนักข่าว SABA และสำนักการเมืองออกมาตอบโต้อย่างเป็นทางการ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาและเรียกเรื่องนี้ว่าเป็นข้ออ้างเท็จที่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำเดิม

    .......

    https://www.facebook.com/share/1Dm1K5QpYr/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพเยเมนฝ่ายฮูธีแถลงข่าว สอย F15 ซาอุฯ ร่วง หลังซาอุฯ เริ่มปฏิบัติการโจมตีเยเมน 450 ครั้งภายในสัปดาห์เดียว

    โฆษกกองทัพยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเยเมนโตมตีสถานที่สำคัญทางศาสนาอย่างนครเมกกะ

    https://www.facebook.com/share/v/1JW3bzRUCn/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุอ้างฮูธีเยเมนยิงมาในเขตศักดิ์สิทธิ์นครเมกกะ!?!
    .............
    พูดกันแฟร์ๆ ถ้าฮูธีจะยิงจริง ยิงไปนานแล้วล่ะครับ เพราะสถานีเพิ่มแรงดันน้ำมันที่โดนไปก่อนหน้านี้ล้วนอยู่เหนือนครเมกกะทั้งสิ้น

    ประเด็นคือ ซาอุไปถล่มเยเมน + ส่งกองกำลังติดอาวุธไปแทรกแซงในเยเมนมานับสิบปี แต่สุดท้ายกองกำลังของฝ่ายตนพลาดท่าเสียพื้นที่ ซ้ำจุดยุทธศาสตร์น้ำมันของตนยังโดนถล่ม ต่อสายทรัมป์ก็ไม่เป็นผล ตุรกี ปากีฯ ก็บอกว่าเรื่องนี้ริวจะไม่ยุ่ง

    สุดท้ายก็ต้องหงายการ์ดศาสนา หาว่าเยเมนจะโจมตีนครเมกกะ กันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ หวังจะดึงชาติมุสลิมมาปกป้อง

    ตอนที่ฮูธียิงมิสไซล์ข้ามไปช่วยปาเลสไตน์ เห็นซาอุช่วยยิงสกัดให้ แต่ตอนนี้พอโดนเข้ากับตัวเอง กลายเป็นเยเมนคิดร้ายต่อสถานที่สำคัญทางศาสนาซะงั้น

    https://www.facebook.com/share/p/1Jxq4qquzG/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รับมือวิกฤติการเงิน ‘แอร์เอเชีย’ รบ.มาเลเซียเร่งตั้งแผนสำรอง ทาบคู่แข่งรับช่วงเส้นทางบิน หลังน้ำมันพุ่ง-ขาดทุน 831 ล้านริงกิต
    #กรุงเทพธุรกิจ

    https://www.facebook.com/share/19nmb4F44J/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปรัก สุคล ตัดพ้อทำถึงที่สุดแล้วแม้ ไทยเองจะไม่ยอม พร้อมเปิด
    เงื่อนไข 3 ข้อเพื่อแก้ไขปัญหาพรมแดนทางทะเลกับไทย
    .
    ✅ การจัดทำสนธิสัญญาร่วมว่าด้วยเขตแดนทางทะเล ร่วมกัน
    ✅ การจัดทำข้อตกลงพัฒนา ร่วมกัน
    ✅ การดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ย ร่วมกัน
    .
    ปรัก โสขณ กล่าวเสริม ... กล่าวว่า“ กัมพูชาตั้งใจที่จะลงนามในสนธิสัญญากับไทย โดยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมาธิการ และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลที่ครอบคลุมและเป็นเอกภาพระหว่างสองประเทศ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง กัมพูชาพร้อมที่จะลงนามในข้อตกลงกับไทยเพื่อการพัฒนาร่วมกันและการแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรมระหว่างรัฐบาลทั้งสอง ในขณะที่รอข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล”

    .

    ✅เพจหลัก https://www.facebook.com/beemnews
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไป https://www.youtube.com/@beemnew
    .
    อ้างอิงจาก https://www.kampucheathmey.com/politics/1184005
    .
    https://www.facebook.com/share/p/17bGFdHqSz/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเครนยังไม่ทันล่มสลาย เหตุใดชาวยิวจึงรีบแห่เข้ามายึดครองพื้นที่

    ในขณะที่วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อจนทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในประเทศอย่างมหาศาล ปรากฏการณ์ที่กลุ่มชาวยิวฮาซิดิก (Hasidic Jews) นับหมื่นคนทะลักเดินทางเข้ามายังเมืองอูมาน (Uman) ในจังหวัดวินนิตเซียของ #ยูเครน เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ยิว (Rosh Hashanah) ช่วงกลางเดือนกันยายน กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะท้อนถึงรอยร้าวทางสังคมและมิติต่างการเมือง-เศรษฐกิจ โดยในมุมมองของนักวิเคราะห์หลายฝ่าย เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเพียงการแสวงบุญทางศาสนาตามประเพณี แต่ยังสะท้อนถึงการเข้ามาแทรกแซงทางวัฒนธรรม การกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการเปลี่ยนผ่านทางประชากรศาสตร์ในสภาวะที่ยูเครนกำลังสูญเสียประชากรชายในสนามรบ

    1. บรรยากาศเมืองอูมาน: เมื่อเมืองท้องถิ่นถูกแทนที่ด้วยขบวนการแสวงบุญ

    -ปริมาณผู้แสวงบุญเทียบกับประชากรท้องถิ่น: จากเดิมที่อูมานเป็นเมืองเล็กๆ มีประชากรราว 90,000 คน (ปัจจุบันเหลือประชากรในพื้นที่ประมาณ 70,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก) แต่ในเทศกาลปีใหม่ยิว มีชาวยิวฮาซิดิกเดินทางเข้ามาเกือบ 50,000 คน ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองไม่สามารถรองรับได้

    -ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่: ถนนหนทางเต็มไปด้วยขยะ ป้ายภาษาฮีบรูถูกติดทับพื้นที่สาธารณะ และกิจกรรมเฉลิมฉลองดำเนินไปตลอดทั้งวันทั้งคืน จนประชากรท้องถิ่นต้องหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายงานปัญหากระทบกระทั่งกับชาวบ้านท้องถิ่น การฝ่าฝืนกฎระเบียบเรื่องแอลกอฮอล์ และการกระทำที่กระทบกระเทือนจิตใจชาวยูเครนที่กำลังสูญเสียสมาชิกครอบครัวในสงคราม รวมถึงการรื้อธงชาติยูเครนทิ้งแล้วแขวนธงชาติอิสราเอลขึ้นแทน

    2. ประวัติศาสตร์ศาสนาและเบื้องหลังขบวนการ Hasidism ในอูมาน

    -สุสานของ Rebbe Nachman: เมืองอูมานถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของกลุ่ม Bratslav Hasidim เนื่องจากเป็นสถานที่ฝังศพของ Rebbe Nachman of Breslov (ผู้ก่อตั้งสายนี้) ซึ่งเสียชีวิตในปี 1810

    -การฟื้นฟูการแสวงบุญ: ในยุคจักรวรรดิรัสเซียและสหภาพโซเวียต พิธีกรรมของกลุ่มฮาซิดิกถูกจำกัดอย่างเข้มงวดตามนโยบายรัฐ จนกระทั่งหลังการล่มสลายของโซเวียต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเปิดเสรีในยุคเซเลนสกีเข้าสู่อำนาจหลังปี 2019 การแสวงบุญได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลักร้อยพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับหมื่นคนต่อปี แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะสงครามก็ตาม

    3. มิติด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์และผลกระทบทางประชากรศาสตร์

    -การเปิดทางด้านกฎหมายการถือครองที่ดิน: กฎหมายการใช้ที่ดินของยูเครนได้รับการปรับปรุง (เช่น กฎหมายที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่แปลงสัญชาติยูเครนผ่านขั้นตอนสัดส่วนพิเศษสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์และที่ดินได้) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าทุนต่างชาติและกลุ่มทุนยิวจะเข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดินในเมืองอูมานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    -วิกฤตสูญเสียประชากรชาย (Demographic Void): การเกณฑ์ทหารที่เข้มงวดส่งผลให้สัดส่วนประชากรชายในหลายเมืองลดลงอย่างน่าใจหาย ทิ้งให้พื้นที่หลังแนวรบขาดแคลนผู้คุ้มครองทรัพย์สินและสิทธิของตนเอง ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามากว้านซื้อและตั้งถิ่นฐานในระยะยาว

    4. บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์

    ปรากฏการณ์ที่เมืองอูมานสะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างทางสังคมของยูเครนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน ในขณะที่ทหารและประชากรท้องถิ่นต้องสู้รบอยู่แนวหน้า พื้นที่เศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ในแนวหลังกลับถูกเข้าแทรกซ้อนด้วยกลุ่มอิทธิพลทางศาสนาและทุนต่างชาติ หากรัฐบาลยูเครนไม่สามารถบริหารจัดการและควบคุมสมดุลระหว่างสิทธิของคนท้องถิ่นกับกลุ่มผู้แสวงบุญต่างชาติได้ ปัญหาความขัดแย้งทางสังคมและชาติพันธุ์ภายในประเทศอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งใหม่หลังสิ้นสุดสงคราม

    #ChinaFocus

    Ref.: Jerusalem Post/Times of Israel/Ukrainska Pravda

    https://www.facebook.com/share/1HX2wGRbJs/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ มองไต้หวันเป็นเพียง ‘เหยื่อปืนใหญ่’ สกัดจีน หลังสหรัฐฯ เผยไต้หวัน "ไม่จำเป็นต้องชนะสงคราม"

    สื่อรัฐบาลจีน (CCTV) ออกบทวิเคราะห์โจมตีสหรัฐฯ และกลุ่มผู้สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชในไต้หวันอย่างรุนแรง โดยระบุว่าวอชิงตันกำลังปูทางนำไต้หวันไปสู่ความตาย หลังผู้อำนวยการสถาบันอเมริกาแห่งไต้หวัน (AIT) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวัน ออกมาระบุว่าไต้หวัน “ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าสามารถชนะสงครามได้อย่างเบ็ดเสร็จ” เพื่อยับยั้งการโจมตีจากจีนแผ่นดินใหญ่

    คำกล่าวของ เรย์มอนด์ กรีน (Raymond Greene) ผู้อำนวยการ AIT ในการประชุม 2026 Taipei Security Dialogue ระบุว่า ไต้หวันมีจุดแข็งเฉพาะตัวในการป้องปรามการโจมตี ทั้งระบบ #อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ระบบบัญชาการภารกิจ และความยืดหยุ่นของภาคประชาสังคม โดย #ไต้หวัน ได้ร่วมมือกับบริษัทอเมริกันในการพัฒนาโดรนและระบบอัตโนมัติที่ผ่านการทดสอบในสนามรบมาแล้ว

    "ไต้หวันเพียงแค่ต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่า การส่งกำลังทหารขนาดใหญ่ขึ้นบกในพื้นที่เขตเมืองและเทือกเขาที่ซับซ้อน รวมถึงการส่งกำลังบำรุงข้าม #ช่องแคบไต้หวัน ที่มีระยะทาง 90 ไมล์ (145 กิโลเมตร) เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นยุทธการทางทหารที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา" กรีน กล่าว

    CCTV ชี้ชัด: สหรัฐฯ ไม่สนแพ้ชนะ หวังใช้ไต้หวันเป็นสนามรบถ่วงเวลาจีน

    ต่อกรณีดังกล่าว CCTV สื่อหลักของรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ตอกกลับอย่างรุนแรง โดยระบุว่า ข้อความแฝงในคำพูดของกรีนนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง การที่สหรัฐฯ บอกว่าไต้หวันไม่จำเป็นต้องชนะ หมายความว่า สหรัฐฯ ไม่ได้สนใจเลยว่าไต้หวันจะแพ้หรือชนะ

    บทวิเคราะห์ของจีนชี้ว่า ภารกิจที่แท้จริงที่สหรัฐฯ มอบให้ไต้หวันคือ “การเป็นเหยื่อปืนใหญ่” (Cannon Fodder) เพื่อบั่นทอนและปิดล้อมจีนแผ่นดินใหญ่ โดยหวังเปลี่ยนเกาะไต้หวันให้กลายเป็นสนามรบที่ช่วยยืดระยะเวลาเพื่อบั่นทอนศักยภาพของจีนในระยะยาว

    นอกจากนี้ สื่อจีนยังอ้างถึงคำตอบรับของ เซียว บี้คิม (Hsiao Bi-khim) รองผู้นำไต้หวัน ที่รับลูกคำพูดของกรีนโดยระบุว่า ไต้หวันจะพยายามเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศให้ถึง 5% ของ GDP ทว่ากรีนกลับส่งสัญญาณว่าแค่นั้นยังไม่เพียงพอ สะท้อนให้เห็นว่า ไทเปกำลังตกเป็น "หมาก" ทางการเมืองที่ยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ เพื่อความอยู่รอดของกลุ่มตนเอง

    จับตาความสัมพันธ์ สหรัฐฯ-จีน ก่อนการเยือนวอชิงตันของสี จิ้นผิง

    บทวิเคราะห์ยังได้ยกคำสัมภาษณ์ในอดีตของบุคคลสำคัญในรัฐบาลสหรัฐฯ มาสนับสนุนข้อแย้ง ได้แก่ คำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยระบุว่าตนเอง "ไม่ได้มองหาการส่งกองทัพสหรัฐฯ ไปรบไกลถึง 9,500 ไมล์" รวมถึงคำพูดของ เอลบริดจ์ คอลบี (Elbridge Colby) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ระบุว่า "ไต้หวันมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ... แต่ไม่ใช่ผลประโยชน์ในระดับความอยู่รอด"

    ความตึงเครียดรอบใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาแหลมคม ก่อนที่ ประธานาธิบดี #สีจิ้นผิง มีกำหนดการจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดีสีเคยเน้นย้ำกับทรัมป์ว่า ประเด็นไต้หวันคือ “เรื่องที่สำคัญที่สุดและเปราะบางที่สุด” ในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่ความขัดแย้งขั้นรุนแรงได้

    #ChinaFocus

    https://m.facebook.com/story.php?st...jjHrPUxMsl&id=100075826461941&mibextid=ZbWKwL
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถอดรหัสประวัติศาสตร์ 1982: ทำไม “นางสิงห์เหล็ก” ถึงไม่กล้าปฏิเสธการคืนฮ่องกงให้จีน?

    เมื่อวันที่ 24 กันยายน 1982 ณ มหาศาลาประชาคม มหาชนนครปักกิ่ง ภาพของ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เพิ่งก้าวออกจากห้องฝูเจี้ยนแล้ว สะดุดล้มลงบนบันได กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หนังสือพิมพ์ทั่วโลกนำไปลงพร้อมโปรยหัวว่า "ความล้มเหลวของสหราชอาณาจักร (The Fall of the United Kingdom)"

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 20 นาที หลังจากที่ เติ้ง เสี่ยวผิง ได้กล่าวประโยคที่ทำให้เส้นประสาทของเธอตึงเครียดจนถึงขั้นก้าวพลาด:
    “#คนจีนเราอาจจะยากจนไปสักหน่อยแต่เรื่องการรบเพื่อปกป้องชาติตัวเองเราไม่เคยกลัวตาย”

    คำถามที่ว่า “ทำไมอังกฤษถึงไม่มีความกล้าพอที่จะปฏิเสธการคืนฮ่องกง?” หากมองอย่างพิจารณา จะพบว่ามันไม่ใช่เรื่องของ "ความกล้า" แต่เป็นเพราะอังกฤษ “ไม่มีตัวเลือกอื่นเลยในมือ” ต่างหาก

    1. ไพ่ 3 ใบในมือแธตเชอร์: ไพ่ไร้ราคาที่ถูกมองออกทั้งหมด

    ก่อนเดินทางมาปักกิ่ง แธตเชอร์ถือไพ่หลักอยู่ 3 ใบ แต่เมื่อนำมาวางบนโต๊ะเจรจา ทั้งสามใบกลับกลายเป็นเพียง "กระดาษเปล่า":

    -ไพ่ใบที่ 1: สนธิสัญญา (ข้อกฎหมาย) อังกฤษอ้างสิทธิ์การยกฮ่องกงและตอนใต้ของคาบสมุทรเกาลูนให้เป็นของอังกฤษ "ถาวร" ตามสนธิสัญญานานจิง (1842) และสนธิสัญญาปักกิ่ง (1860) แต่ไพ่ใบนี้พังทลายเมื่อเจอกับ สนธิสัญญาขยายพรมแดนฮ่องกง (1898) ซึ่งเป็นการ "เช่าพื้นที่เขตดินแดนใหม่ (New Territories)" เป็นเวลา 99 ปี และจะหมดสัญญาในปี 1997 พื้นที่เช่านี้คิดเป็น 92% ของพื้นที่ฮ่องกงทั้งหมด หากไม่มี New Territories ทั้งเกาะฮ่องกงและเกาลูนจะกลายเป็นเกาะร้างที่ไม่มีน้ำดื่ม (ต้องพึ่งน้ำจากแม่น้ำตงเจียงในแผ่นดินใหญ่) ไม่มีอาหาร และไม่มีพื้นที่จัดการขยะ การคืนเฉพาะพื้นที่เช่าจึงเท่ากับการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ จีนยืนยันชัดเจน: "สัญญาเช่าหมดอายุ ต้องคืนทั้งหมด"

    -ไพ่ใบที่ 2: การทหาร (บทเรียนจากสงครามหมู่เกาะฟอล์กลแลนด์) ในปี 1982 อังกฤษเพิ่งชนะสงครามฟอล์กลแลนด์ กองทัพกำลังฮึกเหิม ทว่ากองทัพอังกฤษรู้ดีว่า "คู่ต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่อาร์เจนตินา" กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) มีประวัติการรบที่กองทัพอังกฤษศึกษามาอย่างดี ทั้งสงครามเกาหลี (1950) ที่ปะทะกับกองกำลังสหประชาชาติ 17 ชาติ, สงครามชายแดนอินเดีย (1962), เกาะเจินเป่ากับโซเวียต (1969) และสงครามกับเวียดนาม (1979) เมื่อแธตเชอร์ถามในที่ประชุมกองทัพว่า "ใครพร้อมนำทัพไปรบกับ PLA ที่ฮ่องกง?" ห้องประชุมกลับเงียบกริบ

    -ไพ่ใบที่ 3: เศรษฐกิจ (ตำนานที่อังกฤษสร้างขึ้น) แธตเชอร์อ้างว่าอังกฤษบริหารฮ่องกงเพื่อชาวฮ่องกงและไม่เคยขนเงินกลับ ทว่าข้อมูลวิจัยชี้ว่า อังกฤษสูบผลประโยชน์จากฮ่องกงปีละกว่า 1 แสนล้านหยวน ผ่านการกุมการค้าส่งออก, การปั่นหุ้นแล้วถอนทุนออก และการผูกขาดที่ดินโดยกลุ่มทุนอังกฤษ เงินออมทั้งชีวิตของคนฮ่องกงจำนวนมากไหลไปเป็นค่าเช่าของเจ้าของที่ดินชาวอังกฤษ แธตเชอร์รู้ดีว่าหลังปี 1997 ขุมทรัพย์นี้จะไม่ได้อยู่ในมือเธออีกต่อไป

    2. บทสรุปของสถานการณ์: ไม่ใช่เรื่อง "ความกล้า" แต่เป็นเรื่อง "ศักยภาพเชิงอำนาจ"

    ในทศวรรษ 1980 จีนไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเทศในเอเชียเหมือนยุคราชวงศ์ชิงปี 1840 อีกต่อไป แต่จีนคือ สมาชิกถาวร #คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และเป็น #มหาอำนาจนิวเคลียร์ การที่อังกฤษจะเปิดฉากความขัดแย้งกับจีนเพื่อเกาะเล็กๆ เกาะเดียว เท่ากับเป็นการตัดขาดตัวเองออกจากดุลอำนาจโลก

    เงื่อนไข "หนึ่งประเทศ สองระบบ" (One Country, Two Systems) และ "คนฮ่องกงปกครองฮ่องกง" ที่จีนเสนอ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดและ "ให้เกียรติ" ฝ่ายอังกฤษมากที่สุดแล้ว เพราะอย่างน้อยทุนนิยมอังกฤษยังคงถอดถอนและสร้างผลประโยชน์ในฮ่องกง ต่อไปได้ในระดับหนึ่ง

    บทเรียนประวัติศาสตร์: อธิปไตยไม่ใช่เรื่องที่เปิดให้เจรจาต่อรองกัน

    มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ได้เขียนบันทึกไว้ในหนังสือชีวประวัติของเธอในเวลาต่อมา ซึ่งยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมาว่า:
    “ข้อตกลงนี้ไม่ได้เป็น และไม่มีทางที่จะเป็น 'ชัยชนะ' ของเราได้เลย เพราะเรากำลังเจรจาอยู่กับมหาอำนาจที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และมีศักยภาพเหนือกว่าเราอย่างเทียบไม่ติด”

    ในปี 1842 อังกฤษใช้เรือปืนเพียงไม่กี่ลำบีบให้รัฐบาลชิงเซ็นสัญญายกดินแดน แต่ในปี 1997 ไม่มีพลังใดในโลกที่จะบีบให้จีนละทิ้งการอ้างสิทธิ์เหนืออธิปไตยของตนเองได้อีกต่อไป ประวัติศาสตร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความกล้าหาญส่วนบุคคล แต่ขับเคลื่อนด้วย "ศักยภาพที่แท้จริงของชาตินั้นๆ" นั่นเอง

    #ChinaFocus #ฮ่องกง #เติ้งเสี่ยวผิง #มาร์กาเร็ตแธตเชอร์ #สงครามฝิ่น

    https://m.facebook.com/story.php?st...arvLmNER2l&id=100075826461941&mibextid=ZbWKwL
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1789553411382.jpg

    ดีเซลแคลิฟอร์เนียทะยานใกล้ 9 ดอลลาร์/แกลลอน ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ราคาเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ พุ่งจาก 6.06 เป็น 6.26 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 5 วัน เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนเพียง 3.71 ดอลลาร์
    ผู้ขับขี่ในเขต Bay Area รัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังเจอราคาดีเซลระดับเกือบ 9 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (ประมาณ 79 บาท/ลิตร) โดยภาพจากปั๊ม Chevron แห่งหนึ่งแสดงราคาดีเซลที่ 8.37 ดอลลาร์/แกลลอน (ประมาณ 74 บาท/ลิตร)

    ล่าสุดราคาเฉลี่ยดีเซลทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียพุ่งขึ้นเป็น 8.21 ดอลลาร์/แกลลอน (ประมาณ 72 บาท/ลิตร) ทำสถิติสูงสุดใหม่ และแพงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 6.26 ดอลลาร์/แกลลอน (ประมาณ 55 บาท/ลิตร) เกือบ 2 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่บางปั๊มใน Bay Area ขยับเข้าใกล้ 9 ดอลลาร์แล้ว

    เมื่อ 5 วันก่อน ราคาเฉลี่ยดีเซลทั่วสหรัฐฯ ยังอยู่ที่ประมาณ 6.06 ดอลลาร์/แกลลอน ก่อนขยับขึ้นมาเป็น 6.26 ดอลลาร์ ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่เพียงประมาณ 3.71 ดอลลาร์/แกลลอน

    ที่มา: ABC7 News Bay Area


    https://www.facebook.com/share/p/19ZKHMR4Ap/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาดีเซลในเยอรมนีพุ่งขึ้นแตะระดับ 2.80 ยูโรต่อลิตร หรือราว 104 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลสำหรับรถบรรทุกก็ขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกัน โดยราคาเฉลี่ยทั่วประเทศขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 2.42 ยูโรต่อลิตร หรือราว 90 บาทต่อลิตร และยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    FB_IMG_1789563358617.jpg
    สถานการณ์นี้กระทบเยอรมนีโดยตรง เพราะระบบขนส่งสินค้า ภาคเกษตร และรถยนต์ดีเซลราว 14 ล้านคัน ยังพึ่งพาน้ำมันดีเซลอย่างมาก ขณะที่ยุโรปนำเข้าดีเซลจำนวนมากจากโรงกลั่นในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งตามปกติต้องขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

    แรงกดดันยิ่งเพิ่มขึ้นหลัง ท่าเรือยานบู (Yanbu) ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบียทางทะเลแดง ระงับการโหลดสินค้าทั้งหมดเมื่อวานนี้ และเที่ยวขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียมายังยุโรปถูกยกเลิกในวันเดียวกัน ขณะที่ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบ หรือ US diesel crack spread พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวานนี้

    https://www.facebook.com/share/p/1D8KywExdC/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โรงงานเซรามิก ปลดฟ้าผ่า พนักงาน 200 ชีวิตเคว้ง อ้างยอดสั่งซื้อลด ขาดสภาพคล่อง อดีตพนักงานหันมาปลูกถั่วฝักยาว แตงกวา ขายตลาดประทังชีวิต

    โรงงานเซรามิก ปลดฟ้าผ่า พนักงาน 200 ชีวิตเคว้ง อ้างยอดสั่งซื้อลด ขาดสภาพคล่อง
    https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10401307

    https://www.facebook.com/share/1dVhCBuYFj/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมพุ่ง 1.2% MoM สูงกว่าคาดที่ 0.8% หลังเดือนก่อนลดลง 0.6%

    ขณะที่ยอดค้าปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) เพิ่มขึ้น 1.4% MoM สูงกว่าคาดที่ 0.6% หลังเดือนก่อนลดลง 0.3%

    ด้านราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 0.7% สูงกว่าคาดที่ 0.5% ส่วนราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 0.6% ตามคาด

    https://www.facebook.com/share/1BUJ2FX1DN/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวมะกันอัดคลิปแซะทั่นผู้นำทรัมป์ ตัวการทำให้น้ำมันในสหรัฐพุ่งไปแกลลอนละ 7.89 $ พร้อมกับล้อเลียนสโลแกนทรัมป์ Make America Broke again! (มาทำให้สหรัฐพังอีกครั้ง!)

    https://www.facebook.com/share/r/19kD5mJ37L/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.2 MB
      เปิดดู:
      3

แชร์หน้านี้

Loading...