บทความให้กำลังใจ(การุณยฆาตโดยจิตไม่เศร้าหมองบาปไหม?)

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    62,924
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,700
    dhamma610705_03.jpg
    หลับให้มีคุณภาพ

    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑโฒ)
    คำถาม : นอนหลับอย่างไรให้มีคุณภาพจะได้ลดการใช้ยานอนหลับคะ

    พระอาจารย์ : คุณโยมทำอย่างนี้นะ หลักการมีอยู่ว่าในช่วงรอยต่อระหว่างความหลับกับความตื่นใจของคนเราจะมาหยุดอยู่ที่ศูนย์กลางกายที่กลางท้องเหนือจากระดับสะดือ 2 นิ้ว 2 นิ้วมือ เหนือสะดือแล้วก็อยู่ตรงกลางตัวพอดีเลยอยู่ตรงนั้นแหละกะ ๆ เอาพอประมาณ ๆ งั้นเวลานอนหลังจากอาบน้ำอาบท่าทุกอย่างสบายใจแล้ว สวดมนต์สักนิดหนึ่ง อะระหังสัมมา นะโมตะสะ ก็ได้แล้วนั่งสมาธิ 1 เมื่อย อย่าไปนั่งบนเตียงนะเตียงมันยุบแล้วเดี๋ยวจะแอ่นหลังมันจะล้มหงายหลัง เอานั่งที่พื้นหาอะไรหนุนก้นสักนิดให้สูงขึ้นเมื่อยเดียว 10 นาที ก็นอน 20 นาที เมื่อยก็นอน แล้วเวลาหลับอย่าไปคิดอะไรเอาใจมาคลอเคลียแถว ๆ ศูนย์กลางกายแป๊บเดียวไม่กี่วินาทีจะหลับเลยและหลับอย่างสนิทอย่างเป็นสุขหลับอย่างนี้ถูกวิธี เทวดาลงรักษาด้วยตื่นมาจะสดชื่น แล้วให้โยนกระปุกยานอนหลับทิ้งไปเลยนะ เจริญพร
    :- https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=17070
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    62,924
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,700
    dhamma610627_01.jpg
    ความลับไม่มีในโลก

    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑโฒ)
    คำถาม : ความลับไม่มีในโลก คำนี้เป็นจริงเพราะอะไรคะ

    พระอาจารย์ : เพราะถึงแม้เราไม่ได้บอกใคร อย่างน้อยตัวเราเองหนึ่งคนก็รู้ ยิ่งถ้าไปบอกคนอื่น เดี๋ยวก็มีโอกาสจะกระจายกว้างออกไป แล้วแม้เรายังไม่ได้บอกใคร 1. เรารู้ 2.กายสัมภเวสีรอบตัวเรา มีอยู่เยอะแยะเขาเห็นเขารู้ อย่าคิดว่าไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า นัตถิ โลเก ระโห นามะ ชื่อว่าที่ลับไม่มีในโลก ยิ่งยุคปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้า เราคุยกัน 2 คนที่นี่ คนที่อยู่ห่างไปตั้งหลาย 100 เมตร หลายกิโลเมตร ใช้เครื่องดักฟังแบบเป็นเลเซอร์จ่อเข้ามาก็ได้ยินที่เราพูดคุยกันชัดเจน เราคุยโทรศัพท์กัน 2 คน ไม่มีใครรู้ แต่เขาดักฟังดูดข้อมูลได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นความชั่วสิ่งไม่ดี ไม่ทำดีกว่า ชื่อว่าความลับ ชื่อว่าที่ลับไม่มีในโลก เจริญพร
    :- https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=17000
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    62,924
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,700
    Buddhasunrise.jpg
    การุณยฆาตโดยจิตไม่เศร้าหมองบาปไหม?
    หลวงพี่สติ:
    ขอตอบไปตามลำดับ และขอให้อ่านคำตอบให้ครบถ้วนทุกข้อ เพื่อความเข้าใจทั่วถึงถูกต้องที่สุด

    1. ไม่ว่าทำอะไรก็ตาม ทั้งทางกายทางวาจา ถ้าจิตไม่เศร้าหมองขุ่นมัว (เป็นกุศล) ก็ไม่บาปทั้งนั้น แต่ต้องเข้าใจให้ชัดและมีจิตชนิดนั้นจริงๆ ไม่ใช่เพียงคิดเอาว่า ไม่เศร้าหมอง เพราะคำว่า เศร้าหมอง ขุ่นมัวในภาษาไทยอาจจะคับแคบเกินไป
    2. ตามธรรมชาติของจิตแล้ว ความรู้สึกพอใจที่ได้ทำอะไรอย่างใจ ซึ่งอาจเป็นการเบียดเบียนผู้อื่นด้วย การทำความดีด้วยคิดว่าจะได้ผลตอบแทน ก็จัดเป็นความเศร้าหมองเช่นกัน ดังนั้น ต้องตระหนักว่าความเศร้าหมองบางอย่างมาในสภาวะของความสุข ความพอใจด้วย
    3. การุณยฆาต ว่าโดยศัพท์แล้วขัดแย้งกันอย่างยิ่ง ไม่มีการฆ่าใดที่ไม่ประกอบด้วยกิเลส ไม่ประกอบด้วยโทสะ ก็ประกอบด้วยโลภะ ซึ่งเป็นสภาวะที่เศร้าหมองทั้งคู่ อย่างแรกนั้นอาจจะเห็นชัดว่า เป็นความไม่พอใจต่อชีวิตของตนที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเพราะความเจ็บไข้ ความทุกข์ทรมานทางกายทางใจใดๆ ก็ตาม จึงตัดสินใจจบชีวิตของตนเอง อย่างที่สองนั้น ความอยากให้ชีวิตของตนพ้นไปจากความทุกข์ทนทรมานทางกายทางใจ จึงตัดสินใจจบชีวิตของตนเอง ทั้งสองอย่างเหมือนกันตรงที่มีรากเหง้ามาจากความไม่รู้ไม่เข้าใจธรรมชาติของชีวิตตามเป็นจริง (โมหะ หรือ อวิชชา) คือ ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการวางท่าทีต่อชีวิตอย่างถูกต้อง ดังนั้นโอกาสที่จะไม่เกิดความเศร้าหมองในจิตใจ (อกุศลจิต หรือ บาป) ในการตัดสินใจจบชีวิตตนเองและขณะที่จบชีวิตตนเองเลยนั้นเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
    4. ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา (ฉันโนวาทสูตร) เล่าไว้ถึงการตัดสินฆ่าตัวตายของภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งเจริญวิปัสสนามาเนิ่นนานแต่ยังไม่บรรลุธรรม แต่ด้วยการสั่งสมเพาะบ่มการเจริญวิปัสสนากรรมฐานมาอย่างเข้มข้นยาวนานนั้น ขณะที่ปาดคอตนเองได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ท่านได้สติอาศัยความเจ็บปวดนั้นเป็นอารมณ์เจริญวิปัสสนากรรมฐาน จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ก่อนชีวิตจะสิ้นสุดลง กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นได้ก็จริง แต่ที่เป็นเช่นนั้นได้ก็เพราะอาศัยเหตุปัจจัยหลายอย่าง ที่สำคัญก็คือ ท่านสั่งสมเพาะบ่มการเจริญวิปัสสนากรรมฐานมาอย่างเข้มข้นยาวนานนั่นเอง
    5. แม้ว่าวิธีการที่เรียกว่า “การุณยฆาต” ที่เกิดขึ้นในโลกนั้น จะไม่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างเรื่องราวในคัมภีร์ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ขณะสุดท้ายของชีวิตจะมีจิตที่ผ่องใส เมื่อรู้ว่ากำลังจะตายและการตายนี้ไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เป็นการทำให้ตายด้วยตนเอง
    ประเด็นสำคัญของคำถามนี้ คือ ความลังเลว่า ถ้าต้องจบชีวิตตนเองลง โดยจิตไม่เศร้าหมองจะเป็นไปได้ไหม? เพราะเกรงว่าถ้าจิตเศร้าหมองจะเป็นบาป ความลังเลสงสัยไม่มั่นใจเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ยิ่งไม่ควรคิดหรือลงมือการุณยฆาตเด็ดขาด เพราะเกิดความเศร้าหมองตั้งแต่เริ่มคิดแล้วล่ะ ชีวิตไม่ได้ทุกข์ทรมานตลอดเวลา และความทุกข์ทรมานทุกอย่างมีเหตุ ชวนกันหาต้นเหตุ และวางท่าทีต่อเหตุนั้นเสียใหม่ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องว่า สิ่งทั้งหลายมีธรรมชาติเป็นอย่างนั้นๆ เกิดขึ้นเพราะอาศัยเหตุปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน

    จงตื่นขึ้นมายามเช้าอย่างมีชีวิตชีวา ยิ้มรับกับวันใหม่ ให้ภายในเบิกบานผ่องใสอยู่เสมอเถิด แม้ชีวิตจะไม่ได้เป็นอย่างใจทุกอย่าง
    แค่เราสามารถใช้ชีวิตนี้ให้ดีงาม สงบเย็น เป็นประโยชน์ได้ แม้ในขณะวินาทีสุดท้ายก่อนชีวิตจะสิ้นสุดลง

    :- https://pagoda.or.th/q-a/2024-07-25-03-41-09.html
     

แชร์หน้านี้

Loading...