เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 24 กันยายน 2026 at 19:40.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,160
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,257
    ค่าพลัง:
    +27,026
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,160
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,257
    ค่าพลัง:
    +27,026
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ถือว่าช่วงงานหนักของกระผม/อาตมภาพก็สิ้นสุดลงในวันนี้ เนื่องเพราะว่าการตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางทั้ง ๒๓ จังหวัด ได้สิ้นสุดลงในวันนี้ ที่ชุมชนคลองบางน้อย ตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร

    ฟังแล้วพวกเราอาจจะไม่งง แต่คนกรุงเทพฯ จะงงมาก เพราะว่าเขาไม่มีตำบล ไม่อำเภอ ไม่มีจังหวัด มีแต่แขวง เขต แล้วก็กรุงเทพมหานครเลย จะว่าไปแล้ว กรุงเทพมหานครก็ไม่ใช่จังหวัด ต้องบอกว่าเป็นเขตปกครองพิเศษ แต่ว่าพวกเราส่วนใหญ่จำง่าย ๆ ว่าเป็นจังหวัดก็หมดเรื่องไป ไม่อย่างนั้นโบราณบอกว่า "รู้มากก็ยากนาน" ส่วนพวกที่ "รู้น้อยก็พลอยรำคาญ"..!

    แต่ถ้าหากว่าใครสังเกตจะเห็นว่า การตรวจยกชุมชน หรือว่าหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบของกรุงเทพมหานครนั้น จะไปอยู่ในเขตรอบนอกทั้งหมด แม้แต่วันนี้ พรรคพวกเพื่อนฝูงก็คือ "พระครูวัชรินทร์ " (พระครูเมตตามงคลวิศิษฏ์, ดร.) เจ้าอาวาสวัดวิศิษฏ์บุญญาวาส ยังถามว่า "ทำไมไม่เอาวัดใหญ่ ๆ อย่างเช่นวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร หรือ วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เป็นต้น ?" ก็เลยบอกว่า "ส่วนใหญ่วัดทั้งหลายเหล่านั้น ขาดความสืบเนื่องกับชุมชนไปนานแล้ว..!"

    เราจะเห็นว่าบรรดาวัดที่อยู่ชายขอบของกรุงเทพมหานคร ยังมีความเหนียวแน่นกับชุมชนอยู่มาก แต่ภายในส่วนกลาง วัดกับชุมชนมักจะแยกกันไปโดยเด็ดขาด ถ้าไม่มีกิจกรรม อย่างเช่นงานบวช งานศพ ก็แทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนกันแล้ว..!

    เป็นอะไรที่น่าคิดมากว่า
    "ยิ่งเจริญมากเท่าไร ก็ยิ่งห่างไกลศาสนามากเท่านั้น" เนื่องเพราะคนเราแยกไม่ออกว่าอะไรดีกับตนเอง ในเมื่อแยกไม่ออกว่าอะไรที่ดีแท้ ดีจริง กับตนเองก็จะไปไขว่คว้าของดีเทียมขึ้นมาแทน ซึ่งก็คือสะสมทรัพย์สมบัติต่าง ๆ กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ว่าลืมการสะสมความดีให้กับตนเอง..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,160
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,257
    ค่าพลัง:
    +27,026
    วันนี้เราไปอาศัยสถานที่ของวัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร ในการตรวจยกชุมชนบ้านคลองบางน้อยขึ้นเป็นชุมชนรักษาศีล ๕ ต้นแบบ ความจริงเจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร ก็คือ "ท่านเจ้าคุณอาจารย์ประศักดิ์" - พระเดชพระคุณพระเทพวชิรานุวัตร, รศ.ดร. (ประศักดิ์ อคฺคปญฺโญ ป.ธ. ๗) เจ้าคณะเขตตลิ่งชัน

    ท่านเคยเป็นอาจารย์สอนกรรมฐานให้กระผม/อาตมภาพ ตั้งแต่สมัยยังเรียน ป.บส. (ประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์) อยู่ ซึ่งตอนนั้น จะมีอาจารย์อยู่สองท่าน ท่านหนึ่งก็คือ "พระศรีวรญาณ" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งปัจจุบันก็คือ "พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ., รศ.ดร." (บุญชิต ญาณสํวโร ป.ธ. ๙) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

    เพียงแต่ว่าวัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ที่หายากก็คือสถานที่จอดรถ ใครไปเร็วก็ได้เปรียบ หาที่จอดได้ก่อน ถ้าไปช้า ก็ต้องยิ่งใหญ่ระดับประธานในงานเลย ถึงจะมีที่ให้จอด ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรม..!

    โดยเฉพาะวันนี้ ผู้นำฝ่ายฆราวาสก็คือ "ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเมื่อตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมา บรรดา ผอ.เขตและหน่วยงานต่าง ๆ ก็มาด้วย แล้วยิ่งประธานฝ่ายสงฆ์ก็คือ "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี" (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ. ๖) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานอำนวยการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มาเอง ก็แปลว่าทั้งพระทั้งโยมประดังมากันแน่นวัดไปหมด..!

    ทางด้านโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานเขตตลิ่งชัน ก็แห่กันมาหมดทั้ง ๑๖ โรงเรียน เล่นเอาแจกรางวัลเด็กกันกระเป๋าลื่นไปเลย..! แม้กระทั่งสามเณรของวัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร ถึงจะตัวเล็กตัวน้อย แต่ก็ดูถูกไม่ได้สักคน เพราะส่วนใหญ่ก็คือ สอบไปด้บาลีประโยค ๑ - ๒ แล้ว โดยเฉพาะเอาสามเณรตัวเล็ก ๆ ไปยืนบรรยายธรรม ในลักษณะเหมือนกับเทศน์สองธรรมาสน์ ก็คือสอบถามกันไปมา เพียงแต่กระผม/อาตมภาพไปให้คำแนะนำว่า "คราวหน้าถ้าจะแสดงในลักษณะอย่างนี้ ให้มองหน้าคนที่คุยกับเราด้วย"

    "พระเดชพระคุณพระธรรมวชิรสุนทร" (ประเทือง อาภาธโร ป.ธ. ๔) ประธานคณะกรรมการอำนวยการกลาง โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ บอกว่า "ไม่ได้หรอก ถ้าหลวงพ่อเล็กไปให้ทำอย่างนั้นเณรจะลืม เนื่องเพราะว่าเรื่องที่คุยกันนั้นก็คือตั้งใจท่องจำมา เขาจะมองหน้าเพื่อนไม่ได้ ต้องมองขึ้นฟ้า ไม่อย่างนั้นจะจำสิ่งที่ท่องมาไม่ได้..!" แต่ก็ยังดี..เพราะว่าถ้าฝึกซ้อมไปนาน ๆ ฝีมือแก่กล้าขึ้นก็น่าจะสามารถทำได้
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,160
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,257
    ค่าพลัง:
    +27,026
    ส่วน "สามเณรธรรมาสน์เพชร" วันนี้รวยน่าดู เพราะว่าตัวเล็กนิดเดียว แล้วมานั่งแสดงธรรม กวาดเงินติดกัณฑ์เทศน์ไปเท่าไรไม่รู้ ? แม้แต่กระผม/อาตมภาพก็ใส่ถวายไป ๕๐๐ บาท เพียงแต่แนะนำสามเณรว่า "อย่าหันหน้าอ่านกัณฑ์เทศน์ เพราะว่าถ้าหันไปหันมา ยิ่งถ้าเราอ่านเร็วก็จะเสียกิริยา ให้เราตั้งหน้าตรงไว้ แล้วเลื่อนมือที่ถือกัณฑ์เทศน์แทน ก็คือถ้าอ่านไปทางขวา มือเราก็เลื่อนไปทางซ้าย ถ้าอ่านไปทางซ้าย มือเราก็เลื่อนไปทางขวา โดยที่ให้ใบหน้าอยู่นิ่ง ก็จะรู้สึกว่าสงบระงับ น่าเลื่อมใส"

    ปกติเรื่องพวกนี้นักเทศน์เขาไม่บอกกันหรอก เพราะว่าเป็นเคล็ดลับส่วนตัวของเขา แต่กระผม/อาตมภาพเป็นคนไม่หวงความรู้ สรุปว่าวันนี้บรรดาคณะกรรมการตัวเบาโหวงไปตาม ๆ กัน เพราะว่าเด็กมากันตั้ง ๑๖ โรงเรียน..!

    เพียงแต่ว่าการตรวจประเมินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ นั้น เราจะเอามาตรฐานเดียวกันไม่ได้ ต้องดูบริบทของสถานที่ด้วย อย่างปีก่อน ๆ ที่จังหวัดตราด ถ้าจัดแล้วเอามาเปรียบกับวัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหารของวันนี้ ก็เท่ากับว่ามีแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น..!

    แต่ปรากฏว่าปีนั้นกรรมการเทคะแนนให้จังหวัดตราดกันทุกรูป จนกลายเป็นอันดับ ๑ ของภาค ๑๓ ก็คือชนะเลิศในระดับภาค เนื่องเพราะว่าคนจัดตีโจทย์แตก ก็คือ ปรองดอง สมานฉันท์ เบญจศีล เบญจธรรม มีครบทุกอย่าง ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถึงแม้จะดูเหมือนงานเล็ก แต่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนตามที่กรรมการต้องการ แม้กระทั่งประธานคณะกรรมการสาธารณกุศล ซึ่งทำงานเกี่ยวกับบรรดางานกู้ภัย งานช่วยเหลือสาธารณสงเคราะห์ก็ยังมาร่วมด้วย ตัวนายกเทศมนตรีเอง เป็นมาสิบกว่าสมัยแล้ว ลองเอา ๔ คูณเข้าไปว่าแกเป็นมานานเท่าไร ? เพราะว่าอายุเกือบ ๘๐ ปีแล้ว..!

    ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ในเรื่องของความปรองดอง ความสามัคคี ความสมานฉันท์ จึงมีครบถ้วนสมบูรณ์ คณะกรรมการจึงต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนในการให้คะแนน ปีนี้มีการมาขอแก้คะแนนของกระผม/อาตมภาพด้วย ก็คือชุมชนบ้านโคกขี้หนอนของจังหวัดชลบุรี เนื่องเพราะว่าในส่วนของบุคคลตัวอย่าง ซึ่งมี ๓ คะแนน เขาส่งบุคคลตัวอย่างมาคนเดียว กระผม/อาตมภาพบอกไปว่า "ถ้าหากว่ามาคนเดียวก็เอาไป ๑ คะแนน คนทั้งหมู่บ้านจะมีคนดีที่คนเขายอมรับนับถือกันแค่คนเดียวเชียวหรือ ?"

    สรุปก็คือเขามีจนเหลือล้น จึงไปทำการแก้ไขข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคณะกรรมการทุกฝ่ายจะได้เห็น แล้วก็มาขอคะแนนเพิ่ม ต้องบอกว่า "คณะกรรมการโครงการนี้ของเขาทำงานเป็น" เนื่องเพราะว่าคะแนน ถ้าหากว่าตราบใดที่ยังไม่ตัดสินว่า ใครชนะเลิศของภาค ใครชนะเลิศของหน ก็ยังสามารถแก้ไขได้

    เพียงแต่ว่าคณะกรรมการที่อนุญาตให้แก้ไขต้องลงลายเซ็นรับรองเท่านั้น ซึ่งกระผม/อาตมภาพก็ลงลายเซ็นรับรองไปทุกแผ่น จึงเป็นเรื่องที่พวกเราทั้งหลายควรที่จะคิดว่า การก้าวขึ้นที่สูง คือเป็นต้นแบบนั้น ไม่ถือว่ายาก การรักษาระดับเอาไว้จึงเป็นเรื่องยาก แล้วถ้ารักษาระดับ แล้วยังสามารถทำให้เจริญยิ่งกว่าเดิมได้ ก็จะเป็นอะไรที่หายากสุด ๆ..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,160
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,257
    ค่าพลัง:
    +27,026
    ตรงนี้เราต้องมาเทียบกับตัวของเราเอง ก็คือ วันนี้เราปฏิบัติใน ศีล สมาธิ ปัญญา ได้ดีเท่าเมื่อวานหรือไม่ ? ถ้าหากว่าดีไม่เท่าเมื่อวาน แล้วเมื่อวานนี้ดีกว่าตรงไหน ? เราต้องเอาส่วนนั้นมาแก้ไขแล้วทำวันนี้ อย่างน้อยให้ดีเท่ากับเมื่อวาน

    หรือถ้าสามารถทำให้ดีกว่าเมื่อวานได้ก็ยิ่งดี เพียงแต่ต้องรู้อีกเหมือนกันว่าส่วนไหนดีกว่า แล้ววันต่อ ๆ ไปก็รักษาระดับเอาไว้

    การปฏิบัติธรรมเหมือนกับการว่ายทวนน้ำ เป็นอะไรที่เราจะท้อ จะถอย จะเหนื่อยไม่ได้ เพราะว่ากิเลสกินเราตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าเราปล่อยลักษณะลอยตามน้ำเมื่อไร ก็เตรียมตัวกลายเป็นโมฆบุรุษ คือบุคคลที่หาความดีไม่ได้ เพราะว่า
    ถ้าตราบใดยังไม่เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า ถึงเวลากำลังใจพัง ก็จะพังทั้งหมด..!

    แต่ถ้าเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าเบื้องต้น สิ่งที่พังไปเป็นแค่สมาธิเท่านั้น กำลังใจที่เกิดจากปัญญา เห็นจริงและยอมรับ ไม่ได้พังตามไปด้วย แล้วก็สามารถที่จะทำคืนได้เร็วกว่ามาก

    เราท่านทั้งหลายจึงต้องพิจารณาทบทวนอยู่เสมอ ๆ อย่างที่เราสวดมนต์กันบ่อย ๆ ว่า "ตัวเราติเตียนตัวเอาเองโดยศีลได้หรือไม่ ? ผู้รู้ติเราโดยศีลได้หรือไม่ ? วันคืนล่วงไป ล่วงไป เราทั้งหลายทำอะไรกันอยู่ ?" ดังนี้เป็นต้น

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...