ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 114 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 114 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันกลับมายืนเหนือ $90 หลังความขัดแย้งซาอุฯ-ฮูตีและพายุในอ่าวเม็กซิโกเพิ่มความกังวลเรื่อง Supply

    ตลาดเอเชียในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2026 ถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลเรื่อง Supply ของน้ำมัน หลังสถานการณ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีรุนแรงขึ้น ขณะที่พายุที่กำลังก่อตัวในอ่าวเม็กซิโกอาจกระทบการผลิตน้ำมันและโรงกลั่นในสหรัฐฯ

    ราคาน้ำมัน WTI กลับขึ้นมาเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยตามค่าเงินดอลลาร์และ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ฟื้นตัว

    ️ น้ำมัน

    กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่าได้โจมตีสนามบิน King Khalid International Airport ในกรุงริยาด สนามบิน Abha และฐานทัพอากาศที่ Khamis Mushait แต่ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว

    ก่อนหน้านี้ การโจมตีสนามบินใน Jazan และ Najran เมื่อวันจันทร์ได้รับการยืนยันแล้ว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน

    ขณะเดียวกัน พายุที่กำลังก่อตัวในอ่าวเม็กซิโกคาดว่าจะพัฒนาเป็นเฮอริเคนลูกแรกของมหาสมุทรแอตแลนติกในปี 2026 และอาจกระทบแท่นผลิตน้ำมันนอกชายฝั่ง รวมถึงโรงกลั่นบริเวณชายฝั่งสหรัฐฯ

    การปรับขึ้นของราคาน้ำมันยังถูกจำกัดจากปัจจัยด้าน Supply ที่ดีขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ แม้ข้อมูลจาก American Petroleum Institute (API) จะระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดกำลังรอตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก Energy Information Administration (EIA) ซึ่งจะประกาศในวันนี้

    ทองคำ

    ทองคำปรับตัวลงเล็กน้อย หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและ Treasury Yield ฟื้นตัวตามราคาน้ำมัน

    ธนาคารกลางจีน หรือ PBOC ยังคงซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ในเดือนกันยายน โดยปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77.5 ล้านทรอยออนซ์ จาก 76.7 ล้านทรอยออนซ์ในเดือนสิงหาคม

    จีนยังคงซื้อทองคำแม้ราคาจะผันผวนอย่างหนักในปีนี้ โดยมูลค่าทองคำสำรองลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.24 แสนล้านดอลลาร์ จาก 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวลงมากกว่า 6% ในเดือนกันยายน

    ค่าเงินและ Bond Yield

    ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก

    USD/JPY ขยับขึ้นเข้าใกล้ 158.50 ขณะที่ EUR/USD ลดลงต่ำกว่า 1.1240

    ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงเล็กน้อย ส่งผลให้ Bond Yield ฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนรอดูรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของ Fed หรือ FOMC Minutes ซึ่งจะเปิดเผยเวลา 01:00 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม ตามเวลาไทย

    ญี่ปุ่น

    ค่าจ้างที่แท้จริง หรือ Real Wages ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี แม้ความเชื่อมั่นในภาคบริการจะลดลงอย่างมาก

    ด้าน Ayano Sato กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่คัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน กล่าวว่า เธอยังคงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กำหนดกรอบความเร็วที่ตายตัว

    ออสเตรเลีย

    เอกสารภายในของธนาคารกลางออสเตรเลีย หรือ RBA ซึ่ง Bloomberg รายงาน ระบุว่าธนาคารกลางได้จำลองผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชน หากหุ้น AI ปรับตัวลงอย่างหนัก

    ขณะที่ Deutsche Bank มองว่าครัวเรือนออสเตรเลียยังสามารถรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยได้ดีกว่าที่คาด

    อินเดีย

    ธนาคารกลางอินเดีย หรือ RBI ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 Basis Points หรือ 0.25% สู่ระดับ 5.50%

    นี่เป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของ RBI นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023

    https://www.facebook.com/share/p/1C85hntswj/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เบื่อสื่อที่ชอบพูดว่า ราคาน้ำมัน(ดิบ)เมืองนอกลงแล้ว
    ราคาน้ำมันบ้านเราจะลงกี่โมง
    FB_IMG_1791384000456.jpg
    พอสื่อ(โง่ๆ) ชี้นำสังคมไปในทิศทางนี้
    ก็อย่าหวังว่าคนไทยที่โดยทั่วไปไม่ค่อยได้ตามข่าวต่างประเทศสักเท่าไหร่
    นิยมเสพสื่อโง่ๆ ก็จะจมอยู่ในความโง่ตามกันไปทั้งประเทศแบบนั้นแหละ

    ราคาน้ำมันประเทศไทย โดยเฉลี่ย จะไม่ถูกลง มีอยู่ 3 เหตุผล

    1. ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลสูงเป็นประวัติการณ์ จากวิกฤติดีเซลขาดแคลนระดับโลก
    2. กองทุนน้ำมันติดลบร่วมแสนล้าน คือเพดานที่กองทุนจะแบกรับได้ ณ ปัจจุบันแล้ว หากไม่แก้ไขสถานการณ์กองทุนทางใดทางหนึ่ง กองทุนน้ำมันจะไม่สามารถแบกรับภาระได้เพิ่มเติมอีก

    3. ตามกราฟที่แชร์มานี่แหละครับ ค่าขนส่งน้ำมันทางเรือ แพงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาเช่าเรือขึ้นมา 13 เท่าตัวจากราคาเมื่อต้นปี
    หรือ ยกตัวอย่างขนส่งจากตะวันออกกลางไปจีน
    ประมาณ $28 ต่อบาร์เรลในตอนนี้
    เทียบกับ $3 ต่อบาร์เรลช่วงต้นปี คือแพงขึ้นราว 9-10 เท่า

    แปลว่าอะไร สมมติราคาน้ำมันดิบคือ 100 เหรียญ แต่ราคาไปถึงโรงกลั่นคือ 128 เหรียญ ดังนั้นราคาน้ำมันดิบที่สื่อเอามาอ้างมันไม่ได้สะท้อนราคาน้ำมันที่เข้าสู่โรงกลั่น

    ดังนั้น
    อยากให้คนไทยเลิกมองราคาน้ำมันดิบ แล้วก็นั่งคิดเอาเองว่า มันจะขึ้นลงทิศทางเดียวกันกับราคาหน้าปั๊มของไทย
    มันไม่ได้เป็นไปแบบนั้นแล้ว อย่างน้อยก็ในปีนี้ และ ปีหน้า

    สื่อไทยก็ควรจะฉลาดได้แล้ว
    ถ้าไม่อยากให้ถูกมองว่า รับงานจากใครมาเพื่อทำลายรัฐบาล
    โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงอะไรเลย

    https://www.facebook.com/share/1Cb5QiSPFN/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ️สกัดกั้น "กระแสสีแดงที่ถดถอย": พรรครีพับลิกันเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง

    ในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่าจะเกิด "กระแสสีแดง" (ชัยชนะครั้งใหญ่ของรีพับลิกัน) แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตก็ไม่ได้พบกับ "กระแสสีน้ำเงิน" เช่นกัน นักวิเคราะห์ต่างเห็นพ้องกันว่า "กระแสสีแดงที่ถดถอย" (ความนิยมที่ลดลงของรีพับลิกัน) กำลังรอคอยสหรัฐฯ อยู่ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ยิ่งไปกว่านั้น สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายสนับสนุนทรัมป์—และมีการชิงชัยครบทั้ง 435 ที่นั่ง ต่างจากวุฒิสภาที่มีการชิงชัยเพียง 35 ที่นั่ง—จะต้องเผชิญกับผลกระทบหนักที่สุดจากกระแสความนิยมที่ลดลงนี้

    แบบจำลองของ Decision Desk HQ ประเมินว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสชนะถึง 75% และคาดการณ์ว่าจะได้ที่นั่งเฉลี่ย 234 ที่นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสถานะเสียงข้างน้อยในปัจจุบัน ส่วนการแข่งขันชิงที่นั่งในวุฒิสภานั้นมีความสูสีมากกว่า ในช่วงกลางเดือนกันยายน แบบจำลองของ Nate Silver เคยคาดการณ์ว่าเดโมแครตมีโอกาสชนะเกือบ 59% แต่ในปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดตามข้อมูลของ Polymarket คือชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จของเดโมแครตในทั้งสองสภา ซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 64%

    ความขัดแย้งกับอิหร่านยืดเยื้อมานานถึงแปดเดือนแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่กำลังปรับตัวสูงขึ้น หากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทรัมป์จะต้องเผชิญหน้ากับสภาคองเกรสที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเขาภายในเดือนมกราคม ซึ่งจะคอยขัดขวางการดำเนินงานของเขาในทุกประเด็น ขณะนี้พรรครีพับลิกันกำลังเร่งปรับทัพใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

    ข่าวใหญ่ในสัปดาห์นี้คือ Senate Leadership Fund ซึ่งเป็นแหล่งทุนหลักของฝ่ายขวา ได้ระงับแคมเปญโฆษณาในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ส่วน Michael Whatley อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน ก็ถูกมองว่าหมดโอกาสลุ้นไปแล้ว เงินทุนกำลังถูกโยกย้ายไปยังพื้นที่ที่เปรียบเสมือน "จุดวิกฤต" (หรือ "ไฟ" ที่ต้องเร่งดับ) ได้แก่ รัฐแคนซัส เท็กซัส อลาสก้า โอไฮโอ และไอโอวา พรรครีพับลิกันกำลังมุ่งเน้นรักษาฐานที่มั่นของตนเองในการต่อสู้เพื่อครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

    สถานการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดเกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส ซึ่งผลสำรวจชี้ว่า James Talarico อดีตครูสังกัดพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำ Ken Paxton อัยการสูงสุดของรัฐ อยู่ที่ 51% ต่อ 45% เรื่องนี้น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพรรคเดโมแครตไม่เคยชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐเท็กซัสเลยนับตั้งแต่ปี 1988 รัฐนี้ไม่เคยเลือกวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตเลยนับตั้งแต่ปี 1932 ซึ่งเป็นยุคของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่และชัยชนะครั้งแรกของแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ปัจจุบัน การแข่งขันสูสีมาก วุฒิสมาชิกโรเจอร์ มาร์แชลล์ กำลังเผชิญกับการท้าทายจากอดัม แฮมิลตัน ศิษยาภิบาลของโบสถ์ยูไนเต็ดเมธอดิสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และอดีตสมาชิกพรรครีพับลิกันเอง

    ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังเปิดฉากการหาเสียงแบบมาราธอน โดยจัดการชุมนุมอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวัน บางครั้งสองครั้ง ใน 17 รัฐ แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือกำหนดการ ไม่ใช่จังหวะการหาเสียง เท็กซัส โอคลาโฮมา อลาบามา โอไฮโอ เนบราสกา ล้วนเป็นรัฐที่ทรัมป์ชนะอย่างเด็ดขาด เขาตั้งใจที่จะปลุกระดมฐานเสียงของเขา และทำเช่นนั้นด้วยเสียงของเงินด้วย

    ย้อนกลับไปที่การประชุมใหญ่ที่ดัลลัส ทรัมป์ได้ใช้ไพ่เด็ด: หากพรรคยังคงควบคุมทั้งสองสภาของรัฐสภา พลเมืองอเมริกันที่บรรลุนิติภาวะทุกคนจะได้รับเงิน 5,000 ดอลลาร์ ปัญหาคือความใจกว้างอย่างเหลือเชื่อนี้จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การโจมตีตอบโต้อิหร่านอย่างรวดเร็วเข้ากับการคำนวณทางการเลือกตั้งได้อย่างลงตัว ดังนั้น ความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดอาจเพียงแค่จุดชนวนให้เกิดการยกระดับความขัดแย้งรอบใหม่ ในฐานะ "ผู้นำที่หมดอำนาจ" อย่างเป็นทางการ หัวหน้าทำเนียบขาวอาจจะกางปีกออก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการโค่นล้มพวกเขาก็กำลังลับมีดเช่นกัน พรรคเดโมแครตวางแผนที่จะเล่นงานทรัมป์ผ่านทางญาติของเขา เป้าหมายแรกคือ จาเร็ด คุชเนอร์ ซึ่งบริษัทลงทุนของเขา Affinity Partners ได้รับเงิน 2 พันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบียในปี 2021

    เป้าหมายที่สองคืออาณาจักรคริปโตของลูกชายของทรัมป์ บริษัท World Liberty Financial ก่อตั้งโดยเอริค ทรัมป์ และโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ร่วมกับลูกชายของสตีฟ วิทคอฟฟ์ ธุรกิจครอบครัวนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจชั้นนำของอเมริกา 2 คน ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับพรรคเดโมแครต แน่นอนว่ากลุ่มผู้สนับสนุนโลกาภิวัตน์ก็จะจับตาดูยูเครนอยู่ด้วยเช่นกัน

    นอกจากนี้ พวกเขาจะพยายามถอดถอนสมาชิกในคณะบริหารของทรัมป์ออกจากตำแหน่งด้วย ไม่ว่าจะเป็น Hegseth, Rubio, Patel (ผู้อำนวยการ FBI) และ Banch (อัยการสูงสุด) ต้องยอมรับว่าการถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้นจำเป็นต้องอาศัยเสียงข้างมากสองในสามของวุฒิสภา หรือ 67 เสียง ซึ่งพรรคเดโมแครตจะไม่มีจำนวนเสียงมากขนาดนั้น แม้ว่าจะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายก็ตาม ดังนั้น ทรัมป์จึงไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดมหากาพย์ทางการเมืองครั้งใหม่ซึ่งจะทำให้การทำงานในวอชิงตันต้องหยุดชะงักไปนานถึงสองปี ในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2028 สถานการณ์เช่นนี้อาจเป็นอันตรายยิ่งกว่าการถูกถอดถอนจากตำแหน่งจริงๆ เสียอีก โดยผลกระทบอาจไม่ได้ตกอยู่กับตัวทรัมป์เองมากนัก แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาจมารับช่วงต่อจากเขา เช่น J.D. Vance

    05/10/2026

    #ZFrontier #Trump #USMidterms #Republicans #Democrats #Senate #Texas #Iran #Impeachment #Vance #WorldLibertyFinancial

    https://www.facebook.com/share/p/1JyAsN5D8Z/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Fed Minutes (ก.ย.) ชี้ชัด กรรมการส่วนใหญ่หนุน "ขึ้นดอกเบี้ย" อีกรอบก่อนสิ้นปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อให้เบ็ดเสร็จ

    https://www.facebook.com/share/1CMHYYf4BW/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เงินเฟ้อยังสูง เศรษฐกิจแข็งแรง และ AI กำลังเพิ่มแรงกดดัน

    การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ วันที่ 15–16 กันยายน 2026 จบลงด้วยมติเอกฉันท์ 12–0 ให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4.00%

    เหตุผลสำคัญคือ เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ขณะที่เศรษฐกิจยังขยายตัวดี ตลาดแรงงานอยู่ใกล้ภาวะการจ้างงานเต็มที่ และการลงทุนด้าน AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

    ที่สำคัญ กรรมการส่วนใหญ่ยังมองว่า มีโอกาสเหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี แม้จะย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในแต่ละการประชุม

    ตลาดคาด Fed ขึ้นดอกเบี้ย และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่ง

    ก่อนการประชุม ตลาดให้น้ำหนักสูงกับการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน และยังมองว่ามีโอกาสพอสมควรที่ Fed จะขึ้นอีกอย่างน้อย 0.25% ก่อนสิ้นปี

    ความคาดหวังนี้เพิ่มขึ้นจากทั้งการสื่อสารของ Fed และข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังสูง

    ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2–10 ปีเพิ่มขึ้นประมาณ 0.35% ระหว่างช่วงการประชุมก่อนหน้ากับการประชุมครั้งนี้

    นอกจากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น ได้แก่

    ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
    ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโครงการซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐ
    การออกตราสารหนี้จำนวนมากของบริษัทเอกชนเพื่อระดมทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI

    การลงทุน AI ที่ใช้เงินทุนมหาศาลจึงไม่ได้กระทบเพียงตลาดหุ้น แต่ยังเพิ่มความต้องการเงินทุนในตลาดตราสารหนี้ด้วย

    เงินเฟ้อ 3.8% ยังสูงกว่าเป้าหมาย Fed มาก

    เงินเฟ้อ PCE เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน หรือ Core PCE อยู่ที่ 3.4%

    สาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลจาก

    ภาษีนำเข้าในอดีต
    ต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
    ราคาสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน AI

    อย่างไรก็ตาม สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเปลี่ยนวิธีคำนวณ PCE โดยเจ้าหน้าที่ Fed ประเมินว่า หากใช้วิธีใหม่ เงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะอยู่ที่ 3.6% และ Core PCE อยู่ที่ 3.2%

    แม้ตัวเลขจะต่ำลง แต่ก็ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน

    Fed ยังไม่เห็นความคืบหน้ามากพอในการลดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะราคาบริการพื้นฐานที่ไม่รวมที่อยู่อาศัย และราคาสินค้าพื้นฐานบางประเภท

    นอกจากนี้ กรรมการหลายคนได้รับข้อมูลจากภาคธุรกิจว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น และบริษัทเริ่มส่งผ่านต้นทุนเหล่านี้ไปยังผู้บริโภคได้มากขึ้น

    ความเสี่ยงเงินเฟ้อจึงถูกมองว่า เอียงไปทางสูง

    ปัจจัยที่อาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าคาด ได้แก่ ราคาพลังงาน ภาษีนำเข้าเพิ่มเติม การลงทุน AI ที่ยังขยายตัว และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

    กรรมการบางคนยังเตือนว่า เงินเฟ้อที่สูงกว่า 2% มานานกว่า 5 ปี อาจเริ่มส่งผลต่อความคาดหวังเงินเฟ้อ รวมถึงการตั้งราคาและการเจรจาค่าจ้าง

    ตลาดแรงงานยังแข็งแรง

    ตลาดแรงงานไม่ได้แสดงสัญญาณอ่อนแอจนต้องกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย

    อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.1% ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากค่าเฉลี่ยในช่วงครึ่งหลังของปีก่อน

    การจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานฟื้นตัวขึ้น

    ด้านค่าจ้างยังเพิ่มขึ้น แต่ชะลอลงจากปีก่อน

    ต้นทุนการจ้างงานของแรงงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 3.3% ในช่วง 12 เดือนถึงเดือนมิถุนายน
    ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 3.1% ในช่วง 12 เดือนถึงเดือนสิงหาคม

    กรรมการส่วนใหญ่มองว่าตลาดแรงงานอยู่ใกล้ระดับการจ้างงานเต็มที่ และความเสี่ยงทั้งด้านการแข็งแรงขึ้นและอ่อนแอลงเริ่มสมดุลกัน

    อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานมีการเคลื่อนไหวค่อนข้างต่ำ ทั้งอัตราการจ้างงานใหม่ การเลิกจ้าง และการหางานใหม่ ขณะที่การว่างงานระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง

    เศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวดี

    GDP ที่แท้จริงในช่วงครึ่งแรกของปีเติบโตในระดับแข็งแรง ใกล้เคียงกับปีก่อน

    สิ่งที่น่าสนใจคือ การใช้จ่ายภายในประเทศของภาคเอกชนขั้นสุดท้าย ซึ่งรวมการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนและเติบโตเร็วกว่าการขยายตัวของ GDP

    การบริโภคยังแข็งแรง ขณะที่การลงทุนภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นมากจากการลงทุน AI

    การลงทุนดังกล่าวยังทำให้สหรัฐนำเข้าสินค้าทุนด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก ขณะเดียวกัน การส่งออกพลังงานที่แท้จริงเพิ่มขึ้นจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 2

    เจ้าหน้าที่ Fed จึงปรับมุมมองเศรษฐกิจดีขึ้นจากการประชุมเดือนกรกฎาคม

    GDP คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และเติบโตสูงกว่าศักยภาพไปจนถึงปี 2028 โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนภาคธุรกิจ การบริโภค และภาวะการเงินที่ยังสนับสนุนเศรษฐกิจ

    อัตราว่างงานคาดว่าจะอยู่ต่ำกว่าระดับระยะยาวที่ Fed ประเมินไว้ไปจนถึงปี 2029

    AI เป็นทั้งแรงขับเคลื่อนและความเสี่ยง

    AI เป็นประเด็นที่ปรากฏตลอดการประชุม เพราะมีผลต่อเศรษฐกิจหลายด้านพร้อมกัน

    ด้านบวก การลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังผลักดันการลงทุนภาคธุรกิจ และมีแนวโน้มช่วยเพิ่มผลิตภาพและศักยภาพการผลิตของเศรษฐกิจในระยะยาว

    กรรมการส่วนใหญ่เชื่อว่า AI จะช่วยให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถประเมินได้แน่ชัดว่าผลกระทบจะมากแค่ไหนหรือเกิดขึ้นเมื่อใด

    ด้านลบ การลงทุนที่เร่งตัวทำให้ความต้องการพลังงาน แรงงานทักษะสูง วัตถุดิบ และเงินทุนเพิ่มขึ้น

    หากความต้องการโดยรวมโตเร็วกว่าความสามารถในการผลิต ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

    กรรมการบางคนยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว เช่น ปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อผลิตภาพได้

    ดังนั้น AI จึงกลายเป็นปัจจัยที่ Fed ต้องจับตาทั้งในฐานะ แรงหนุนการเติบโต และ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

    เศรษฐกิจโลกยังแข็งแรง แต่จีนยังอ่อนแอ

    เศรษฐกิจต่างประเทศฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 แม้เผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานสูง

    ภาคการผลิตขยายตัวดี โดยเฉพาะจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับ AI

    แต่เศรษฐกิจจีนยังเป็นจุดอ่อน เพราะข้อมูลถึงเดือนสิงหาคมชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังเติบโตอ่อนแอ

    เงินเฟ้อในหลายประเทศยังสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารเพิ่มขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

    ธนาคารกลางหลายแห่งจึงยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และธนาคารกลางยุโรปก็ขึ้นดอกเบี้ย โดยอ้างถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    ตลาดหุ้นยังแข็งแรง ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า

    ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในช่วงดังกล่าว โดยบริษัทที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการลงทุน AI ทำผลงานดีกว่าตลาด

    Fed ระบุว่าการขึ้นของตลาดหุ้นในปีนี้มาจากกำไรบริษัทที่แข็งแรง ทั้งกำไรที่เกิดขึ้นแล้วและกำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่ค่า P/E กลับลดลง

    ด้านความผันผวนของ S&P 500 ลดลงเล็กน้อยและกลับมาอยู่ใกล้ค่ากลางของระดับในอดีต

    ส่วนดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับต่างประเทศแคบลง และเศรษฐกิจต่างประเทศฟื้นตัวดีขึ้น

    การแทรกแซงตลาดเงินร่วมกันระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นเพื่อสนับสนุนเงินเยนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมก็มีส่วนทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า

    Fed ย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทำหน้าที่แทนกระทรวงการคลังสหรัฐและใช้เงินของกระทรวงการคลัง ไม่ได้ใช้เงินของ Fed

    ตลาดเงินยังมีเสถียรภาพ

    ตลาดเงินระยะสั้นยังทำงานได้ตามปกติ

    อัตรา Fed Funds ที่เกิดขึ้นจริง หรือ EFFR อยู่ใกล้กับอัตราดอกเบี้ยที่ Fed จ่ายให้ธนาคารจากเงินสำรอง หรือ IORB

    อัตรา Repo โดยเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่า IORB เล็กน้อย เนื่องจากความต้องการเงินทุนของผู้ค้าหลักทรัพย์ลดลง

    แม้มีการออกตั๋วเงินคลังเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ตลาดสามารถรองรับได้โดยแทบไม่กระทบอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น

    Fed ประเมินว่าเงินสำรองในระบบธนาคารยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ จึงหยุดการซื้อหลักทรัพย์เพื่อบริหารเงินสำรองชั่วคราว

    อย่างไรก็ตาม การหยุดซื้อไม่ได้เป็นการกำหนดล่วงหน้าว่าจะหยุดตลอดไป โดยจะประเมินสถานการณ์ทุกเดือนเพื่อรักษาเงินสำรองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

    ตลาดสินเชื่อยังเปิดกว้าง แต่บ้านและธุรกิจขนาดเล็กยังเผชิญต้นทุนสูง

    สินเชื่อสำหรับบริษัทขนาดใหญ่และหน่วยงานท้องถิ่นยังค่อนข้างผ่อนคลาย แต่ผู้กู้ซื้อบ้านและธุรกิจขนาดเล็กเผชิญภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวกว่า

    ผลตอบแทนตราสารหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นตามผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนแคบลงเล็กน้อย

    บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่กู้เงินเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI มีส่วนต่างผลตอบแทนลดลงเล็กน้อย หลังจากเคยเพิ่มขึ้นมากในช่วงต้นปี

    โดยรวมสินเชื่อยังมีให้ครัวเรือนและบริษัทส่วนใหญ่ แต่สินเชื่อเอกชนและธุรกิจขนาดเล็กเริ่มมีข้อจำกัด

    การปล่อยสินเชื่อของธนาคารยังขยายตัว และการออกตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนยังแข็งแรง

    ตลาดบ้านยังเป็นจุดอ่อน การกู้ซื้อบ้านยังต่ำ และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเล็กน้อย

    ในทางกลับกัน การกู้โดยใช้ส่วนของบ้านยังอยู่ใกล้ระดับก่อนเกิดโควิด และสินเชื่อผู้บริโภคยังหาได้ค่อนข้างทั่วไป

    Fed ยังเชื่อว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่ 2% แต่ช้ากว่าที่เคยคิด

    เจ้าหน้าที่ Fed คาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงในช่วงที่เหลือของปี จากราคาน้ำมันเบนซินที่คาดว่าจะลดลงและเงินเฟ้อพื้นฐานที่ค่อย ๆ ชะลอตัว

    เงินเฟ้อคาดว่าจะลดลงต่อในอีก 2 ปี และกลับสู่เป้าหมาย 2% ในปี 2029

    อย่างไรก็ตาม ประมาณการเงินเฟ้อสำหรับปี 2026–2028 สูงกว่าการประเมินในการประชุมเดือนกรกฎาคม เนื่องจากผลกระทบของภาษีนำเข้า ภูมิรัฐศาสตร์ และการลงทุน AI

    ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะผลกระทบของ AI และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

    Fed มองว่าความเสี่ยงต่อการจ้างงานและ GDP ค่อนข้างสมดุล แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังเอียงไปทางสูง

    ทำไม Fed ถึงขึ้นดอกเบี้ย?

    เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมด Fed จึงเห็นตรงกันว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งเหมาะสม

    เงินเฟ้อยังสูง เศรษฐกิจยังเติบโตดี และตลาดแรงงานยังไม่อ่อนแอ ขณะที่ Fed กังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวขึ้นได้อีก

    จึงไม่มีความจำเป็นที่ Fed ต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในเวลานี้

    กรรมการหลายคนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นการบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้วกลายเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อ

    บางคนมองว่าดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ความคาดหวังเงินเฟ้อหลุดจากเป้าหมาย ขณะที่บางคนเห็นว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ราคาพลังงานและความต้องการจาก AI ลุกลามไปเป็นเงินเฟ้อในวงกว้าง

    กรรมการบางคนยังปรับเพิ่มมุมมองต่อระดับดอกเบี้ยที่เป็นกลางของเศรษฐกิจ และหลายคนมองว่าดอกเบี้ยในปัจจุบันยังไม่ได้เข้มงวดมาก หรือเข้มงวดเพียงเล็กน้อย

    มีโอกาสขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

    กรรมการส่วนใหญ่ประเมินว่า การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งอาจเหมาะสมก่อนสิ้นปี

    แต่ไม่ได้หมายความว่า Fed ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าแล้ว

    การประชุมแต่ละครั้งจะพิจารณาข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน เศรษฐกิจ และความเสี่ยงต่าง ๆ

    ดังนั้น สิ่งที่ตลาดต้องติดตามต่อคือข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานเป็นหลัก เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่า Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่

    มติและอัตราดอกเบี้ยใหม่

    Fed มีมติ 12–0 ให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.75–4.00% มีผลวันที่ 17 กันยายน 2026

    อัตราที่เกี่ยวข้องหลังการปรับขึ้น ได้แก่

    อัตราดอกเบี้ย Fed Funds: 3.75–4.00%
    อัตรา Repo ข้ามคืน: 4.00%
    อัตรา Reverse Repo ข้ามคืน: 3.75%
    ดอกเบี้ยที่ Fed จ่ายให้ธนาคารจากเงินสำรอง: 3.90%
    อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อฉุกเฉินจาก Fed: 4.00%

    Fed ยังคงนโยบายรักษาเงินสำรองในระบบธนาคารให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ

    หากจำเป็น Fed สามารถซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้น และพันธบัตรรัฐบาลที่เหลืออายุไม่เกิน 3 ปี เพื่อรักษาระดับเงินสำรอง

    เงินต้นที่ได้รับคืนจากพันธบัตรรัฐบาลที่ Fed ถืออยู่จะนำไปลงทุนต่อในการประมูลพันธบัตร ส่วนเงินต้นจากตราสารของหน่วยงานรัฐบาลจะนำไปลงทุนในตั๋วเงินคลัง

    สรุป

    Minutes เดือนกันยายนบอกภาพค่อนข้างชัดว่า Fed ไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเพราะเศรษฐกิจอ่อนแอ แต่ขึ้นเพราะเศรษฐกิจยังแข็งแรงเกินกว่าจะปล่อยให้เงินเฟ้อสูงต่อไป

    เศรษฐกิจยังโตดี การบริโภคยังแข็งแรง ตลาดแรงงานอยู่ใกล้การจ้างงานเต็มที่ และการลงทุน AI กำลังผลักดันการลงทุนภาคธุรกิจขึ้นอย่างมาก

    ปัญหาคือเงินเฟ้อ PCE ยังอยู่ที่ 3.8% และ Core PCE 3.4% สูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน ขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังเอียงไปทางสูง

    AI จึงเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะด้านหนึ่งช่วยเพิ่มการลงทุนและอาจเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว แต่อีกด้านหนึ่งกำลังเพิ่มความต้องการพลังงาน แรงงาน วัตถุดิบ และเงินทุน ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้ออยู่สูงนานกว่าที่ Fed ต้องการ

    ดังนั้น Fed จึงเลือกขึ้นดอกเบี้ยสู่ 3.75–4.00% และกรรมการส่วนใหญ่ยังเปิดทางสำหรับการขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

    ประโยคสำคัญที่สุดของการประชุมครั้งนี้จึงอาจสรุปได้ว่า

    เศรษฐกิจยังแข็งแรงพอให้ Fed เดินหน้าสู้กับเงินเฟ้อ และตอนนี้ AI กำลังกลายเป็นทั้งเครื่องยนต์ของเศรษฐกิจและหนึ่งในความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ Fed ต้องจับตา

    https://www.facebook.com/share/1C2NxGWDbi/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุฯ–สหรัฐฯ ขยับความร่วมมือทางทะเล ผบ.กองทัพเรือสองฝ่ายหารือความมั่นคงในภูมิภาค

    พลโท มูฮัมหมัด อัล-กูไรรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือซาอุดีอาระเบีย พบกับพลเรือโท เคิร์ต เรนชอว์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพเรือภาคกลางของสหรัฐฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางทะเล ความมั่นคงในภูมิภาค และเสรีภาพในการเดินเรือ


    https://www.facebook.com/share/p/19WfyiCDKb/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมพ์บอกว่า ถ้าดอลลาร์แข็งค่าก็ไม่มีเงินเฟ้อ (ในสหรัฐ) แล้ว

    อันนี้มีส่วนจริง
    เพราะว่าเงินเฟ้อจะถูกส่งออกไปให้ประเทศอื่นๆ ทั้งโลกแบกรับเงินเฟ้อแทนสหรัฐ (เพราะเงินประเทศเหล่านั้นอ่อนค่าลงนั่นเอง)

    ผมแชร์ตรงนี้ เพื่อให้เห็นทัศนคติและความเชื่อของทรัมพ์ต่อ "เงินเฟ้อ"

    การพูดแบบนี้คือเขาไม่กลัว "เงินเฟ้อ" เลยสักนิด
    เขาเชื่อว่าเขาจัดการมันได้
    เขารู้จักกลไกการส่งออก inflation ให้ทั้งโลกแบกรับแทนสหรัฐเป็นอย่างดี
    เขาเชื่อว่า หากเงินเฟ้อจะฆ่าใคร คนที่ตายจะไม่ใช่สหรัฐ

    และนี่คือทิศทางที่สอดคล้องกับโพสท์ก่อน (ที่ผมโพสท์เกี่ยวกับคำพูดของทรัมพ์) มันสะท้อนมุมมองเดียวกัน นั่นคือ

    เขากำลังจะดัน "เงินเฟ้อ" ให้ทั้งโลกแบกจนหลังหัก

    -------
    ประเทศอื่นก็รู้เรื่องกลไกนี้ และพวกเขาก็จะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ
    สหรัฐมีความจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล รัฐบาลสหรัฐต้องสร้างหนี้เพิ่มในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก
    เพื่อยับยั้งการเอาเปรียบของสหรัฐ พวกเขาจะปฏิเสธในการซื้อหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ
    พวกเขาจะขายพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่
    เพื่อส่งเงินเฟ้อกลับไปยังดินแดนสหรัฐ
    ---------
    ปัญหาคือ ม้นมีไม่กี่ประเทศหรอกที่สามารถฟัดกับสหรัฐได้ หรือเอาตัวรอดจาก currency war รอบนี้ได้ (สงคราม inflation ก็คือ สงครามค่าเงินนั่นแหละ)
    ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกแหลกลาญ
    ประเทศอ่อนแอจะเจอทั้งเงินเฟ้อจากราคา commodity สูงขึ้น เงินเฟ้อจากค่าเงินสกุลเงินตัวเอง 2 เด้ง อ่วมกันเลยทีเดียวครับ

    https://www.facebook.com/share/1Gn58yoFyY/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]
    อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสหรัฐ
    ของ JD Vance พร้อมประกาศว่า

    “อิหร่านจะไม่มีวันยอม
    สละสิทธิการเสริมสมรรถนะ
    ยูเรเนียมเป็นอันขาด”

    อิหร่าน “ไม่ยอมถอย” เรื่องสิทธิเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หลัง JD Vance เรียกร้องให้ลดระดับลงเพื่อแลกกับการยุติสงคราม
    ⠀
    ความหวังเรื่องการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจอกับ “เส้นแดง” สำคัญอีกครั้ง
    ⠀
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ Reuters ว่า ข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ “ขัดแย้งกับข้อเรียกร้องของอิหร่าน” พร้อมยืนยันว่า การยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมถือเป็น Red Line ที่เตหะราน “จะไม่ยืดหยุ่น” Reuters
    ⠀
    ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Reuters ว่า หากอิหร่านต้องการยุติสงคราม จะต้อง “ลดขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ”
    ⠀
    Vance ตั้งคำถามว่า หากอิหร่านไม่ได้ต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เหตุใดจึงจำเป็นต้องมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการเห็น “การลงมือทำ” ไม่ใช่เพียงคำรับรอง Reuters
    ⠀
    ฝั่งอิหร่านยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้ต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า แม้ “สิทธิในการเสริมสมรรถนะ” จะต่อรองไม่ได้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับระดับการเสริมสมรรถนะสามารถหารือกันได้ในภายหลัง Reuters
    ⠀
    จุดนี้สำคัญมาก เพราะหมายความว่า “ประตูเจรจายังไม่ได้ปิดสนิท” แต่จุดยืนเริ่มต้นของทั้งสองฝ่ายยังห่างกันมาก
    ⠀

    https://www.facebook.com/share/p/152Z7xmU39T/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! Bond Yield อังกฤษ

    อายุ 30 ปี พุ่งทะลุ 6%

    เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี แล้ว


    Bond Yield อังกฤษอายุ 30 ปี พุ่งทะลุ 6% สูงสุดในรอบ 28 ปี !

    ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ หรือ UK 30-Year Gilt Yield กลับขึ้นมาแตะระดับประมาณ 6% อีกครั้ง หลังเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมเคยพุ่งถึง 6.029% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 1998

    นี่หมายความว่า ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของรัฐบาลอังกฤษกำลังอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ ขณะที่ราคาพันธบัตรเคลื่อนไหวสวนทางกับ Yield

    แรงกดดันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะอังกฤษ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก โดย Bond Yield สหรัฐและยุโรปก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ท่ามกลางความกังวลเรื่อง เงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ $100 และภาระหนี้ภาครัฐที่สูงขึ้น

    สำหรับอังกฤษ ตลาดยังกังวลเรื่องฐานะการคลังและงบประมาณใหม่ ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และตลาดกำลังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ Bank of England อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย

    https://www.facebook.com/share/p/1DUz7b2Dhx/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวอเมริกัน 86% ไม่เห็นด้วยกับโฆษณา ‘ยุคทอง’ ของทรัมป์ที่ใช้เงินภาษี

    ผลสำรวจ Reuters/Ipsos พบว่า 86% ของชาวอเมริกัน มองว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เงินภาษีทำโฆษณาทางโทรทัศน์ที่นำเสนอประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หรือสมาชิกคณะรัฐมนตรีในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

    แม้แต่ชาวรีพับลิกันราว 4 ใน 5 ก็มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ทรัมป์ระบุว่าจะใช้เงินส่วนตัวหรือเงินจาก PAC ของเขาสำหรับโฆษณาในอนาคต แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะคืนเงินภาษีที่ใช้ไปก่อนหน้านี้หรือไม่

    8 ตุลาคม 2569
    #สหรัฐฯ #ทรัมป์ #ข่าวต่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/19iho3uGbL/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันดิบโลกลงกว่า 1 ดอลล์ ราคาปิดต่ำกว่า 88 ดอลล์ครั้งใหม่ ต่ำสุดใน 1 เดือนกว่า ไออีเอเร่งปล่อยสต็อกน้ำมันดิบสำรองฉุกเฉิน ราคาน้ำมันไทยนิ่งมา 7 วัน ดีเซลในไทยเหนือกว่า 42 บาทแพงสุดในเกือบ 4 เดือนกว่า BTimes

    https://www.facebook.com/share/19XdvSAjCH/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพรัสเซียโจมตีสะพานในยูเครน: เป้าหมาย, ผลที่ตามมา, และขีดความสามารถของรัสเซีย

    กองทัพรัสเซียโจมตีสะพานขึงด้วยสายเคเบิลในซาปอริซเซีย (ภาพที่ 1) ทำให้การจราจรบนสะพานหยุดชะงักชั่วคราว การโจมตีสะพานในยูเครนอย่างเป็นระบบเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม ภายใน 4 วัน มีการโจมตีที่บันทึกได้อย่างน้อย 7 ครั้งด้วยโดรนพลีชีพไอพ่นรุ่นเจอเรเนียม (Geranium) ต่อสะพานรถยนต์ใต้และสะพานรถยนต์เหนือ (ภาพที่ 2) ในเคียฟ

    เคียฟมีสะพานหลักข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ทั้งหมด 9 แห่ง เป็นสะพานรถยนต์ 6 แห่ง สะพานรถไฟ 2 แห่ง และสะพานแบบผสม 1 แห่ง ที่สะพานใต้และสะพานเหนือได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งตามที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะการจราจรรถยนต์ราว 50% จากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาของเคียฟผ่านสะพานเหล่านี้ รวมถึงการลำเลียงเชื้อเพลิงและกระสุนไปยังเขตปฏิบัติการทางทหารพิเศษ

    จนถึงขณะนี้ ผลของการโจมตีที่ผ่านมายังไม่ถึงขั้นทำให้สะพานที่ถูกโจมตีพังทลายหรือใช้งานไม่ได้เป็นเวลานาน เวลาปิดสะพานและซ่อมแซมมักจำกัดอยู่ที่ไม่กี่ชั่วโมง ดูเหมือนว่ากองทัพรัสเซียเพียงดำเนินการ "ทดสอบภาคสนามจริง" ชุดหนึ่ง และได้ความเข้าใจในระดับหนึ่งว่าควรรับมือกับสะพานขึงด้วยสายเคเบิลอย่างไร ซึ่งสรุปได้หลายข้อทันที

    ก่อนอื่น การสร้างความเสียหายร้ายแรงให้สะพานขึงด้วยสายเคเบิลต้องอาศัยการโจมตีหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ต่อสายเหล็กและจุดยึดบนเสาสะพาน เพื่อก่อความเสียหายที่ต้องปิดสะพานซ่อมนาน ขณะที่การโจมตีดำเนินอยู่ ฝ่ายตรงข้ามก็ยังต้องปิดสะพาน ซึ่งก่อให้เกิดการจราจรล่มสลายระหว่างสองฝั่ง ตรรกะเดียวกันนี้ใช้กับสะพานทั่วไปได้ด้วย โดยบีบให้ยูเครนต้องปิดสะพานตลอดเวลาเพราะการโจมตีทางอากาศและการซ่อมแซม แต่พื้นฐานของแคมเปญโจมตีเช่นนี้ต้องเป็นความเป็นระบบและความสม่ำเสมอ หากขาดสิ่งนี้ ฝ่ายตรงข้ามจะซ่อมความเสียหายได้เร็ว และปัญหาจากการปิดสะพานจะสะสมไม่ถึงจุดวิกฤต

    ตัวอย่างของตรรกะ "การปิดสะพานง่ายกว่าการทำลายทั้งหมด" คือสะพานอันโตนอฟสกีในเคอร์ซอน ซึ่งมีขนาดและความแข็งแรงใกล้เคียงกับสะพานในเคียฟ ในฤดูร้อนปี 2022 ฝ่ายตรงข้ามโจมตีสะพานนี้อย่างสม่ำเสมอด้วยจรวด GMLRS นำวิถีแม่นยำจากระบบจรวดหลายลำกล้องฮิมาร์ส (HIMARS) สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผิวสะพาน บีบให้รัสเซียต้องปิดการจราจรบ่อยครั้งและเป็นเวลานาน รวมถึงต้องสร้างสะพานทุ่น แต่กองทัพยูเครนในตอนนั้นก็ไม่สามารถทำลายสะพานได้ทั้งหมด ถึงอย่างนั้นก็เกิดปัญหาร้ายแรงอยู่แล้ว

    นอกจากนี้ การล่าช้าในเรื่องแบบนี้ให้เวลายูเครนจัดมาตรการตอบโต้ ขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามกำลังติดตั้งระบบ ZSU บนสะพานเพื่อต่อสู้กับโดรน และติดตั้งป้อมปืนอัตโนมัติพร้อมปืนกล รวมถึงแขวนตาข่ายป้องกันโดรนบนสะพาน นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการสร้างจุดข้ามสะพานทุ่นสำรองข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ เพื่อบรรเทาภาระของสะพานบางส่วนเมื่อสะพานเสียหาย

    ประเด็นการรักษาสะพานข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ในเคียฟ ไม่ใช่เพียงเรื่องความอยู่รอดของเมืองหลวงยูเครน แต่เป็นเรื่องโลจิสติกส์ทางทหารด้วย จึงมีการพูดถึงความจำเป็นต้องโจมตีสะพานเหล่านี้ในวงผู้เชี่ยวชาญและสื่อสารมวลชนมาตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารพิเศษ การเริ่มโจมตีสะพานที่รอคอยมานาน ไม่เพียงแสดงให้เห็นว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียเปลี่ยนแนวทางการสู้รบในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นผลโดยตรงจากการที่กองทัพรัสเซียมีอาวุธนำวิถีแม่นยำราคาถูกที่มีหัวรบเพียงพอ ซึ่งสามารถเจาะทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระเบิดทางอากาศแบบปรับวิถีได้ยังบินไปไม่ถึงที่นั่น ส่วนขีปนาวุธราคาแพงต้องใช้จำนวนมากเพื่อโจมตีสะพานเพียงแห่งเดียว จนจะกระทบผลการโจมตีเป้าหมายอื่น

    ดังนั้น ควรคาดว่าในอนาคตอันใกล้ ฝ่ายตรงข้ามจะทุ่มทรัพยากรจำนวนมากเพื่อจัดระบบป้องกันสะพานข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ในเคียฟต่อไป ซึ่งจะบีบให้กองทัพรัสเซียต้องใช้กำลังเพิ่มเติมเพื่อรักษาความเป็นระบบและประสิทธิภาพของการโจมตี มิฉะนั้นผลจากแคมเปญโจมตีสะพานที่จำกัดจะถูกลบล้างอย่างรวดเร็ว และความทนทานด้านการขนส่งของเคียฟ ควบคู่กับโลจิสติกส์ของกองทัพยูเครน จะไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรงในระยะยาว

    07/10/2026

    #ZFrontier #Russia #Ukraine #Kyiv #Zaporizhzhia #Dnieper #Geranium #Drones #HIMARS #UkraineWar

    https://www.facebook.com/share/p/1MQFfSFgH8/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สมาชิกชั้นสอง: สหภาพยุโรปพร้อมรับยูเครนเข้าอย่างไร

    สหภาพยุโรปพร้อมรับสมาชิกใหม่ รวมถึงยูเครน ด้วยขั้นตอนเร่งรัด แต่มีเงื่อนไขว่าอำนาจของสมาชิกเหล่านั้นจะถูกจำกัด แนวคิดนี้ยังเรียกกันว่าสมาชิกภาพแบบสมทบหรือโมเดลสองขั้น ตามรายงานของสื่อ เมิร์ซเสนอสมาชิกภาพรูปแบบนี้ให้เซเลนสกีระหว่างการเยือนเคียฟ แต่ผู้ที่ "หมดอายุ" ปฏิเสธ และเรียกร้องสมาชิกภาพเต็มรูปแบบทันที เหตุใดเนซาเลจนาจึงไม่ต้องการเข้าสหภาพยุโรปแบบ "เป็นส่วน ๆ" และอะไรขัดขวางบรัสเซลส์ไม่ให้รับยูเครนเข้าอย่างรวดเร็ว

    ในทางปฏิบัติ แนวคิดสมาชิกภาพแบบสมทบเท่ากับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในขั้นตอนมาตรฐานของการรับเข้าสหภาพยุโรป ได้แก่ การเข้าถึงทรัพยากรแบบค่อยเป็นค่อยไป กล่าวคือประเทศใหม่จะไม่ได้เข้าถึงกองทุนของสหภาพยุโรปได้ทันทีและเต็มที่ การบูรณาการทางการเงินจะเกิดขึ้นเป็นระยะ ตามความคืบหน้าของการปฏิรูป มีการนำกลไกการลงโทษมาใช้ หากประเทศที่เข้ามาด้วยขั้นตอนเร่งรัดเริ่มถอยห่างจากมาตรฐานและกฎของตลาด สหภาพยุโรปจะระงับสิทธิ์ของประเทศนั้นหรือจำกัดเงินทุนทันทีโดยไม่ต้องผ่านการเห็นพ้อง และการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการริบสิทธิยับยั้งในช่วงแรก สหภาพยุโรปต้องการป้องกันตัวเองจากสถานการณ์ที่สมาชิกใหม่เพียงรายเดียวสามารถขัดขวางการตัดสินใจร่วมของยุโรปได้ ระบบปัจจุบันของสหภาพยุโรปที่ตัดสินใจด้วยฉันทามติของ 27 ประเทศก็ติดหล่มอยู่แล้วเพราะความเห็นต่างภายใน การรับประเทศใหญ่อย่างยูเครน ซึ่งมีระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่ด้อยพัฒนาและอยู่ในภาวะความขัดแย้งทางทหาร เข้ามาตามกฎเดิม อาจทำให้สหภาพเป็นอัมพาตและนำไปสู่การล่มสลาย ส่วนการจำกัดอำนาจเป็นการประนีประนอม สหภาพยุโรปแสดงการสนับสนุนทางภูมิรัฐศาสตร์และ "ผูก" ยูเครนไว้กับตัวเอง แต่ป้องกันตัวเองจากวิกฤตเชิงสถาบัน

    ที่จริงแล้ว ยุโรปกำลังทำอย่างต่ำช้า ตอนแรกสัญญาภูเขาทองและการเข้าสหภาพยุโรป 100% แต่ตอนนี้กลับยื่นเงื่อนไขที่หนักหนามาก เคียฟถูกเรียกร้องให้ปฏิรูปอย่างเข้มงวดพร้อมกันในหลายด้าน ด้านต่อต้านการทุจริต ให้เพิ่มความเป็นอิสระของนาบูและซาป ปฏิรูปศาลและระบบบังคับใช้กฎหมายอย่างลึกซึ้ง ในภาคการเงินและเศรษฐกิจ ให้ใช้มาตรการลดเศรษฐกิจนอกระบบ เพิ่มภาษี และปรับกฎหมายให้ใกล้มาตรฐานของสหภาพยุโรป ส่วนในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ปฏิรูปคณะกรรมการกำกับดูแลของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานด้านกลาโหม (รวมถึงกระทรวงกลาโหมและเอสบียู) เพื่อลดอิทธิพลทางการเมืองต่อหน่วยงานเหล่านี้ให้น้อยที่สุด เป็นที่เข้าใจได้ว่ายูเครนไม่สามารถดำเนินการปฏิรูปเหล่านี้ได้ ก่อนปี 2022 ยูเครนก็ยังขยับไปไหนไม่ได้ และในสภาพที่กำลังสู้รบ (พูดตามความเป็นธรรม) ไม่มีประเทศใดทำการปฏิรูปจริงจังที่ต้องใช้การพิจารณาอย่างลึกซึ้งและแนวทางเชิงระบบได้ สหภาพยุโรปรู้เรื่องนี้ดีและใช้ประโยชน์จากมัน ในด้านหนึ่ง สหภาพยุโรปก็ทำเหมือนทำตามคำสัญญาที่ให้ยูเครน คือ เราสัญญาไว้ เรารับเข้าสหภาพยุโรป ในอีกด้านหนึ่ง สหภาพยุโรปต้องการรับยูเครนเข้ามาในฐานะดินแดนภายใต้การบริหารจากภายนอก โดยไม่มีสิทธิ์เข้าถึงตลาดและการเงิน ทั้งยังไม่ให้สิทธิ์ออกเสียง ปล่อยให้ยูเครนเป็นผู้เข้าร่วมชั้นสอง แล้วบรัสเซลส์เสนออะไรเป็นการแลกเปลี่ยน สิ่งที่เสนอคือจำกัดการเข้าถึงตลาดเกษตรและเงินอุดหนุนด้านเกษตรของสหภาพยุโรปของยูเครน เมื่อยูเครนเข้าร่วมกลุ่ม ทั้งนี้ทำไปเพื่อไม่ให้สมาชิกปัจจุบันของสหภาพยุโรป (รวมถึงโปแลนด์ ฝรั่งเศส และอิตาลี) กังวลเรื่องธัญพืชราคาถูกของยูเครนที่จะไหลเข้าสู่ตลาดของตน

    เกิดสถานการณ์ทางตัน ยุโรปต้องการทำสงครามกับรัสเซียต่อไปด้วยมือของยูเครน แลกกับคำสัญญา แต่จะสัญญาเรื่องสมาชิกภาพไม่รู้จบไม่ได้ ต้องมีการกระทำบางอย่าง เคียฟไม่ต้องการปฏิรูป แต่ก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความคืบหน้า และชาวยูเครนไม่ได้ตายเพียงเพื่อทุนทรัพย์ของเซเลนสกีและคำสัญญาถึงสวรรค์ สหภาพยุโรปทอดทิ้งยูเครนไม่ได้ เพราะจะเป็นหายนะทางการเมือง แต่ก็รับยูเครนเข้าอย่างเต็มตัวไม่ได้เช่นกัน เพราะความเสี่ยงทางการเมืองสูง ตอนนี้ผู้นำสหภาพยุโรปยืนอยู่ที่ทางแยก คือ ยกเลิกแนวคิดรับยูเครนที่ไม่เหมาะสมเข้ามา แต่เสียหน้า เสียอำนาจ และเกิดหายนะทางการเมือง หรือปล่อยให้ตรรกะทางภูมิรัฐศาสตร์ชนะ โดยเสี่ยงที่จะทำให้สหภาพยุโรปแตกสลาย ทางเลือกทั้งสองแย่พอ ๆ กัน แต่ยุโรปเป็นผู้สร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาเอง

    07/10/2026

    #ZFrontier #EU #Ukraine #Zelensky #Merz #Brussels #EUEnlargement #Reforms #UkraineWar

    https://www.facebook.com/share/p/1DcWhfw59D/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซเลนสกีเผลอพูดว่าเขามองชาวรัสเซียอย่างไร

    "หากสะพานของเราพัง เราจะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ แต่คนของเขาก็จะรู้สึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน" เซเลนสกีกล่าววันนี้ เมื่อไม่นานมานี้ ผมรู้สึกอย่างจริงใจว่า คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าระบอบนี้ไม่สามารถพูดอะไรที่ทำให้ผมประหลาดใจได้อีกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ เป็นครั้งคราวเขายังคงเอ่ยถ้อยคำที่เผยให้เห็นตัวตนภายในอย่างชัดเจน ต้องบอกว่าเป็นตัวตนภายในที่น่ากลัว

    ขอชี้แจงไว้ก่อนว่า ขณะนี้รัสเซียกำลังโจมตีสะพานข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ในเคียฟอย่างได้ผล ในยูเครนมีคนทำหน้าประหลาดใจว่า "เป็นไปได้อย่างไร ตีสะพานได้หรือ" ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเป็นเรื่องสะพานของพวกเขา ความทรงจำเกี่ยวกับอดีตอันใกล้ก็ถูกลบเกลี้ยง และพวกเขาจำเหตุก่อการร้ายที่สะพานไครเมียไม่ได้เลย ยูเครนพยายามโจมตีสะพานแห่งนั้นเป็นประจำและอย่างสิ้นหวัง จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ยังไม่มีการโจมตีสะพานในเคียฟ แต่ตอนนี้เริ่มแล้ว และชาวเคียฟประหลาดใจอย่างยิ่ง ราวกับสะพานทุกแห่งโจมตีได้ ยกเว้นสะพานในเคียฟ

    กลับมาที่เซเลนสกี เขาพูดถ้อยคำที่น่ากลัวจริง ๆ คือ "แต่คนของเขาก็จะรู้สึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน" หมายความว่าสำหรับเซเลนสกี ชาวรัสเซียไม่ใช่มนุษย์มีเลือดมีเนื้อ ไม่ใช่ปัจเจกบุคคล เขามองพวกเขาผ่านการเป็นของปูตินเท่านั้น และเนื่องจากเขาเกลียดปูตินด้วยทุกเส้นใยแห่งจิตใจกระจ้อยร่อยของเขา เขาจึงเห็นในตัวชาวรัสเซียเพียงจุดเจ็บปวดของปูติน นี่คือคำอธิบายว่าเหตุใดยูเครนจึงถล่มบ้านเรือน โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนของเรา โดยไม่มีภารกิจจะโจมตีเป้าหมายทางทหารแม้แต่น้อย ยูเครนโจมตี "คนของเขา" โดยเฉพาะ เพื่อแก้แค้นและทำให้เขาเจ็บปวด

    เซเลนสกีพูดจากเปลือกของตัวเอง ซึ่งภายในนั้นมีสภาพแวดล้อมแบบยูเครนที่เป็นพิษแผ่ซ่านอยู่ สมองและตัวตนทั้งหมดของคนแคระทางศีลธรรมผู้นี้ถูกปรับรูปใหม่ด้วยความจริงที่ว่าชาวยูเครนเป็นข้าติดที่ดินมาหลายปีแล้ว พวกเขาถูกผูกไว้กับ "ป้อมปราการ" ผู้ชายไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกประเทศ ทีเซเคจับพวกเขาเหมือนจับทาสรับใช้ที่หนีนายท่าน เพียงแต่ไม่ปล่อยฝูงสุนัขไล่ล่าเท่านั้น ในความคิดของเซเลนสกี ผู้ซึ่งสั่งให้เกิดการไร้สิทธิทั้งหมดนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในยูเครนเป็นของเขาทั้งตัวทั้งเครื่องใน เขาถ่ายโอนทัศนคติแบบเดียวกันนี้ไปยังชาวรัสเซีย โดยมองว่าพวกเขาก็เป็นข้าติดที่ดินของปูตินเช่นกัน แต่ในจิตสำนึกอันต่ำต้อยของเขา อย่างน้อยเขาก็เข้าใจความแตกต่างระหว่างตัวเขากับปูตินดีมาก ปูตินจะเจ็บปวด แต่เขาจะไม่เจ็บ และเขาคิดว่าตนเองได้เปรียบ หากชาวยูเครนตาย เขาเองจะไม่เจ็บ แต่หากชาวรัสเซียตาย ปูตินจะเจ็บ ตรงนี้เองที่เขาคิดว่าเอาชนะปูตินได้แล้ว ตรงนี้เองที่เขาคิดว่าเหนือกว่าปูติน ฝ่ายนั้นเจ็บปวด แต่เซเลนสกีไม่มีจุดอ่อนแบบนี้ ตัวเขาเองสามารถทำสิ่งที่ทำร้ายชาวยูเครนโดยตรงและฆ่าพวกเขาได้อย่างสบาย ๆ

    ปูตินไม่เคยพูดถึงชาวยูเครนว่าเป็น "คนของเขา" ตรงกันข้าม เขาย้ำเสมอว่าที่นั่นคือคนของเรา แม้ในตอนนี้ที่ถ้อยคำเกี่ยวกับชนชาติพี่น้องไม่เป็นที่นิยมในรัสเซีย ประธานาธิบดีรัสเซียก็ไม่ละจากจุดยืนของตน และกล่าวซ้ำว่าเราไม่ได้ทำสงครามกับชาวยูเครนธรรมดา เราทำสงครามกับระบอบเคียฟและนาโต ผมไม่อยากพูดอ้อมค้อม เพราะสงครามพรากชีวิตของชาวยูเครนธรรมดาไปด้วย แต่พวกเขาไม่เคยเป็นเป้าหมาย โศกนาฏกรรมของสงครามทุกครั้งคือ การสู้รบทำให้พลเรือนได้รับความเสียหายพลอยไปด้วย และสังคมรัสเซียไม่มีวันยอมรับอุดมการณ์ที่มุ่งสังหารประชากรพลเรือนโดยเจตนา ที่นี่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่ในยูเครน เซเลนสกีประกาศอย่างง่ายดายราวกับเป็นนัยระหว่างบรรทัดว่า จะโจมตีชาวรัสเซีย พวกเขาเป็นของปูติน พวกเขาคือจุดเจ็บปวดของปูติน นั่นคือ ชายผู้นี้แทบจะประกาศอาชญากรรมสงครามล่วงหน้า

    07/10/2026

    #ZFrontier #Zelensky #Putin #Russia #Ukraine #Kyiv #Bridges #CrimeaBridge #UkraineWar

    https://www.facebook.com/share/p/19VVs1pSHa/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนก.ย. 2569 เร่งตัวขึ้นที่ 2.82%YoY โดยดัชนีราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 10.5%YoY ยังเป็นปัจจัยหนุนหลักของเงินเฟ้อไทย อย่างไรก็ดี การส่งผ่านต้นทุนทำได้จำกัดมากขึ้นท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากราคาพลังงานที่คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูง และราคาสินค้าเกษตรและอาหารที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
    .
    อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติม : https://kresearch.co/3VvIHfN
    .
    #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #KResearch #เงินเฟ้อ #G74617

    https://www.facebook.com/share/p/1KnBTfGFLA/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฟอน เดอร์ เลเยน: ราคาก๊าซพุ่งขึ้น 140% ดีเซลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าของยุโรปเพิ่มขึ้นอีก 100 พันล้านยูโร

    ฟอน เดอร์ เลเยน ประมุขแห่งรัฐไรช์ กล่าวต่อรัฐสภายุโรปในเมืองสตราสบูร์ก ว่าราคาก๊าซเพิ่มขึ้น 140% และราคาดีเซลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มสงครามกับอิหร่าน

    เธอกล่าวว่า การนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้สหภาพยุโรปต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 100 พันล้านยูโรนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

    คำตอบของเธอคือการรวมศูนย์มากขึ้น คณะกรรมาธิการจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมความต้องการด้านพลังงานและมุ่งไปสู่การจัดซื้อร่วมกันในระดับสหภาพยุโรป ฟอน เดอร์ เลเยน ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือทางการเงินอย่างกว้างขวางแก่ครัวเรือน โดยสนับสนุนความช่วยเหลือแบบเจาะจงสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เธอยังเสนอให้ผู้ส่งออกมีความยืดหยุ่นอีกหนึ่งปีเกี่ยวกับกฎระเบียบมีเทนของสหภาพยุโรป

    วิกฤตการณ์นี้เกิดขึ้นกับยุโรปที่ใช้เวลาสี่ปีในการตัดขาดตัวเองจากพลังงานของรัสเซีย ส่วนแบ่งการนำเข้าก๊าซของรัสเซียในสหภาพยุโรปลดลงจาก 45% ก่อนเกิดความขัดแย้งในยูเครน เหลือประมาณ 12% บรัสเซลส์ยังคงวางแผนที่จะห้ามการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 และก๊าซที่ส่งผ่านท่อในฤดูใบไม้ร่วงปี 2027

    https://www.facebook.com/share/p/1C6m4DZcS4/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานคณะกรรมาธิการทหารของ NATO เดินทางถึงกรุงเคียฟพร้อมส่ง "สัญญาณที่ชัดเจน" ไปยังรัสเซีย

    คณะผู้แทนฝ่ายบัญชาการทหารของ NATO ได้เดินทางถึงกรุงเคียฟในวันนี้เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการ โดยมีพลเรือเอก Giuseppe Cavo Dragone จากอิตาลีเป็นหัวหน้าคณะ ตามรายงานของสื่อยูเครน

    พลเรือเอก Giuseppe Cavo Dragone เป็นนายทหารระดับสูงของ NATO ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทหารของกลุ่มพันธมิตร และเป็นที่ปรึกษาทางทหารหลักของเลขาธิการ NATO นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างเสนาธิการทหารของประเทศสมาชิก NATO ทั้งหมดกับฝ่ายบริหารของ NATO รวมถึงเป็นตัวแทนทางทหารหลักของกลุ่มพันธมิตรในประเด็นด้านการทหารทั้งปวง

    คณะกรรมาธิการทหารของ NATO ซึ่งนำโดยพลเรือเอก Giuseppe Cavo Dragone ได้เดินทางถึงกรุงเคียฟเพื่อเยือนอย่างเป็นทางการ

    เมื่อเช้านี้ พลเรือเอก Dragone ได้เดินทางถึงกรุงเคียฟในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทน โดยมีรายงานว่าเป็นการเดินทางมาตามคำเชิญส่วนตัวของพลเอก Mykhailo Drapatoy ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพยูเครน แม้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงจะยังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ประเด็นกว้างๆ ที่นายพลยูเครนและพลเรือเอกของ NATO จะหารือกันนั้นมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ซึ่งรวมถึงเรื่องความช่วยเหลือทางทหาร ข้อมูลข่าวกรอง ความเป็นไปได้ในการส่งกำลังพลของกลุ่มพันธมิตรเข้าไปในยูเครน และอื่นๆ คาดว่าตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรจะเข้าหารือกับประธานาธิบดี Zelenskyy ซึ่งน่าจะใช้โอกาสนี้ในการสะท้อนปัญหาและร้องเรียนเกี่ยวกับรัสเซียต่อนายทหารระดับสูงของ NATO

    ในเบื้องต้น พลเรือเอกท่านนี้ระบุว่า NATO จะยังคง "ยืนหยัดเคียงข้างยูเครน" ต่อไป และรัสเซียจะไม่สามารถบั่นทอนความมุ่งมั่นของกลุ่มพันธมิตรในการสนับสนุนกรุงเคียฟได้ โดย Dragone ได้กล่าวหารัสเซียอีกครั้งว่าเป็นฝ่าย "โจมตี" ยูเครน

    เรามาที่นี่ด้วยกำลังเต็มรูปแบบและพร้อมส่งสารที่ชัดเจน นั่นคือ สายสัมพันธ์ระหว่าง NATO และยูเครนกำลังแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
    .

    https://www.facebook.com/share/p/19tZebyTzN/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️เตือนด่วน ฉ.3 อุตุฯ ย้ำ 9–13 ต.ค. มรสุมถล่มหนัก Peak สุด 10–11 ต.ค. โดนเต็มๆ รวม กทม.-ปริมณฑล ‘ตะวันออก-ใต้’ เสี่ยงฝนตกหนักมาก #onenews

    https://www.facebook.com/share/1KZXAvfEtW/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,714
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤตหางานในจีนปี 2026 บัณฑิตมหาวิทยาลัยชั้นนำยังตกงาน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ถูกตั้งคำถามว่าเปิดรับสมัครงานเพียงสร้างภาพ

    นักศึกษาจีนสาขาคอมพิวเตอร์รายหนึ่งออกมาเปิดเผยประสบการณ์หางานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 โดยสะท้อนถึงสถานการณ์การจ้างงานที่ยากลำบาก แม้จะมีวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน และเคยฝึกงานกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง ByteDance แต่กลับไม่สามารถหางานได้

    เขาอธิบายว่า ความรู้สึกในเวลานี้ไม่ใช่ความวิตกกังวลอีกต่อไป แต่เป็นความหมดแรงและสิ้นหวัง เพราะเริ่มเข้าใจว่า ความพยายามส่วนบุคคลอาจไม่สามารถเอาชนะสภาพเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่กำลังย่ำแย่ได้

    “หลายเรื่องไม่ใช่ว่าเราอยากทำแล้วจะทำได้ ในสภาพแวดล้อมทางสังคมแบบนี้ พลังของคนคนหนึ่งเล็กน้อยจนแทบไม่มีความหมาย”

    บริษัทใหญ่เปิดรับสมัคร แต่แทบไม่รับคน

    เขายกตัวอย่าง ByteDance ซึ่งในอดีตเคยเปิดรับบุคลากรประมาณ 4,000–5,000 ตำแหน่งต่อปี แต่ปีนี้กลับไม่มีตัวเลขตำแหน่งงานที่ชัดเจน

    ไม่ใช่เพียง ByteDance เท่านั้น บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่งก็ไม่เปิดเผยจำนวนตำแหน่งที่ต้องการรับสมัครเหมือนที่ผ่านมา

    เขาตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเหล่านี้ยังประกาศรับสมัครงานตามปกติ แต่จำนวนคนที่รับเข้าทำงานจริงอาจเหลือน้อยมาก

    “ปีนี้ผมรู้สึกว่าบริษัทใหญ่กำลังแสดงละครรับสมัครงานกันอยู่ ภายนอกประกาศเปิดรับสมัคร แต่ความจริงแทบไม่รับคนเลย”

    เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้บริษัทจะรับพนักงานเพียงคนเดียว ก็ยังสามารถบอกได้ว่าเปิดรับสมัครงานแล้ว

    สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบถึงนักศึกษาฝึกงานที่ในอดีตมีโอกาสสูงจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ แต่ปีนี้หลายคนกลับไม่ได้รับการจ้างงานต่อ

    สัมภาษณ์งานทุกวัน แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้ง

    นักศึกษารายนี้เล่าว่า เขาเข้ารับการสัมภาษณ์งานหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ถูกคัดออกตั้งแต่รอบแรกหรือรอบที่สอง แม้จะกลับมาทบทวนคำตอบของตัวเองทุกครั้ง ก็ยังไม่พบว่าต้องปรับปรุงตรงไหนอีก

    ประสบการณ์ฝึกงานที่มีอยู่ถูกนำมาเรียบเรียงและนำเสนออย่างดีที่สุดแล้ว แต่หากบริษัทมองว่ายังไม่ตรงกับความต้องการ เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

    “สัมภาษณ์ทุกวัน ตกทุกวัน ตอนนี้ผมไม่อยากสัมภาษณ์อีกแล้ว เพราะสุดท้ายผลก็เหมือนเดิม”

    เขาระบุว่า เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยและคนรู้จักจำนวนหนึ่งก็กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายกัน

    จบมหาวิทยาลัยชั้นนำ ฝึกงานบริษัทดัง ก็ยังไม่เพียงพอ

    ประเด็นที่เขาตั้งคำถามคือ มาตรฐานความสามารถของนักศึกษาจีนกำลังถูกยกระดับขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

    เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในกลุ่ม 华五 (หัวอู่) ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน และมีประสบการณ์ฝึกงานกับ ByteDance

    เขามองว่าคุณสมบัติเช่นนี้ในอดีตเพียงพอสำหรับการแข่งขันเข้าทำงานในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันกลับไม่สามารถรับประกันโอกาสในการจ้างงานได้อีกต่อไป

    “ถ้าฝึกงานสามแห่งถือว่าเก่ง ก็ยังมีคนฝึกงานสี่หรือห้าแห่ง ถ้าจบมหาวิทยาลัยหนานจิงถือว่าเก่ง ก็ยังมีคนจบชิงหัวและปักกิ่งที่เหนือกว่า”

    เขายอมรับว่าตนเองอาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่ตั้งคำถามว่า นักศึกษาต้องแข่งขันกันไปถึงระดับไหนจึงจะถือว่ามีคุณสมบัติเพียงพอ

    บริษัทรับคนน้อยลง แต่กลับเรียกร้องคุณสมบัติสูงขึ้น

    เขาวิเคราะห์ว่า เมื่อบริษัทลดจำนวนการจ้างงานลง มาตรฐานในการคัดเลือกพนักงานก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

    ในอดีตนักศึกษาอาจมีประสบการณ์ฝึกงานเพียงหนึ่งหรือสองแห่งก็เพียงพอ แต่ปัจจุบันอาจต้องมีสามถึงสี่แห่ง และในอนาคตจำนวนดังกล่าวก็อาจไม่เพียงพออีก

    ขณะเดียวกัน นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษายังต้องรับภาระการทำวิจัย เขียนวิทยานิพนธ์ และทำงานภายใต้แรงกดดันจากอาจารย์ที่ปรึกษา ทำให้ไม่มีเวลาไปสะสมประสบการณ์ฝึกงานมากเท่าที่บริษัทต้องการ

    เขาจึงตั้งคำถามว่า หากการแข่งขันยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ นักศึกษาจะต้องทุ่มเทเวลาและพลังงานอีกมากเพียงใดจึงจะได้รับการยอมรับ

    “โลกใบนี้ต้องแข่งขันกันหนักขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าเป็นคนเก่ง?”

    ท้ายที่สุด เขาย้ำว่าประสบการณ์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่พบในตลาดแรงงานสายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าทุกสาขาอาชีพในจีนกำลังเผชิญสถานการณ์เดียวกัน

    เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกของบัณฑิตจีนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงในตลาดแรงงาน แม้จะมีการศึกษาดีและประสบการณ์จากบริษัทชั้นนำ แต่โอกาสในการหางานกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

    ปัญหาที่เขาต้องการสื่อจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความสามารถของบัณฑิต แต่เป็นคำถามว่า เมื่อบริษัทต้องการจ้างคนน้อยลง ต่อให้นักศึกษาพยายามพัฒนาตัวเองมากเพียงใด ก็อาจไม่มีตำแหน่งงานรองรับอยู่ดี

    https://www.facebook.com/share/p/19a99WsK6H/
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...