เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 10 ตุลาคม 2026 เวลา 18:40.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,249
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,249
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงวันเสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ หลังจากเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอสัตตาหะฯ ในท่ามกลางสงฆ์ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ออกบิณฑบาต ให้ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) พาวิ่งไปยังมะไฟคู่รีสอร์ท เพื่อที่จะไปดูคณะของ "ดร.ท่านเจ้าคุณอาทิตย์" - พระโสภณวชิรวาที , ดร." (อาทิตย์ อตฺถเวที) เลขานุการประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งแจ้งว่า "มาถึงเมื่อคืนช่วงประมาณ ๒ ทุ่มเศษ"

    เมื่อไปถึง ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ของมะไฟคู่รีสอร์ทแจ้งว่า "ไม่มีคณะของพระภิกษุมาพักเลย" กระผม/อาตมภาพจึงต้องรอจนเกือบ ๗ โมงเช้า เผื่อว่าถ้าท่านเดินทางไกลแล้วเหน็ดเหนื่อยกันจะได้พักผ่อนให้พอ แล้วถึงได้โทรศัพท์ไปหา

    ปรากฏว่า "ดร.ท่านเจ้าคุณอาทิตย์" รับโทรศัพท์ทันทีทันควัน กระผม/อาตมภาพสอบถามว่า "ท่านไปพักอยู่ที่ไหน ? เพราะว่าจะมาจ่ายค่าที่พักให้ แต่มะไฟคู่รีสอร์ทแจ้งว่าท่านไม่ได้มาพัก" ทำเอาอีกฝ่ายละล่ำละลัก บอกว่า "ขออภัยครับ..เนื่องเพราะว่าคณะใหญ่ จึงมาพักกันที่เรือนสวนรีสอร์ทแทน และตอนนี้กำลังจะไปหาข้าวกินกันในตลาด" กระผม/อาตมภาพบอกไปว่า "ให้ทางแม่ครัวที่วัดทำอาหารเช้าไว้แล้ว" ท่านบอกว่า "เดินทางไปถึงร้านอาหารแล้ว ไม่ขอรบกวนทางวัดครับ"

    กระผม/อาตมภาพจึงต้องเดินทางกลับวัด และอาศัยอาหารเช้าที่ทางโรงครัววัดท่าขนุนทำไว้นั่นแหละ ฉันเช้ากันกับพระที่ดูแลสถานที่อีกหลายรูป เสร็จแล้วก็มาเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ โดยเฉพาะเครื่องเสียงและจอทีวี ในการที่จะนำเสนอเอกสารรายงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน)

    เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยได้ไม่นาน คณะของ "ดร.ท่านเจ้าคุณอาทิตย์" ก็มาถึง มีบุคคลสำคัญที่คุ้นเคยกันก็คือ "ท่านสิปป์บวร แก้วงาม" อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเกษียณอายุแล้ว แต่มาช่วยงานที่ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป

    เมื่อทักทายกันแล้วก็ได้นำคณะของ "ดร.ท่านเจ้าคุณอาทิตย์" กราบพระ สวดมนต์ จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ท่านทั้งหลายก็ขอตัวไปเดินดูสถานที่วัด ส่วนกระผม/อาตมภาพมาทดสอบเครื่องเสียงต่าง ๆ จนกระทั่งเป็นที่พอใจแล้ว ก็รอจนกระทั่ง "พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี" (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ. ๗) ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร เดินทางมาถึง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,249
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพิมพ์" ของกระผม/อาตมภาพนั้น ตำแหน่งหน้าที่ท่านมากมายเต็มไปหมด วันนี้มาในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการเผยแผ่และพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

    เมื่อถวายการต้อนรับแล้ว ท่านก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นมานำพวกเรากราบพระ ไหว้พระ แล้วเข้าสู่พิธีกรรมต่าง ๆ ทาง "ดร.ท่านเจ้าคุณอาทิตย์" ได้แนะนำคณะกรรมการที่เดินทางมาตรวจประเมิน ส่วนทางกระผม/อาตมภาพแนะนำทางเจ้าของพื้นที่ ประกอบด้วย

    "หลวงพ่อพระครูวรกาญจนโชติ, ดร." เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ

    "พระครูศรีธรรมวราภรณ์, ดร." เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี รูปที่ ๑ ซึ่งช่วยดูแลงานเกี่ยวกับสำนักปฏิบัติธรรม

    "ท่านณัฐกิตติ์ เขียวน้อยรัชตะ" นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี

    "นายศราวุธ ศรีทันดร" นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ

    "นางสาวบุญสนอง บุญยงค์"
    ประธานชุมชนคุณธรรมวังท่าขนุน เป็นต้น

    แล้ว "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพิมพ์" ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของการออกนิเทศก์ ก็คือตรวจติดตามการเผยแผ่ และพัฒนาของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด เพื่อที่จะสรุปรวมเอาจุดเด่นของทุกแห่ง ไปนำเสนอให้กับศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ แล้วในขณะเดียวกัน จะได้นำเอาปัญหาและวิธีแก้ปัญหา เพื่อที่ไปนำเสนอสำหรับสถานที่ซึ่งมีปัญหาใกล้เคียงกัน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,249
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    แล้วกระผม/อาตมภาพก็เริ่มนำเสนอตั้งแต่ที่มาที่ไป ของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นสำนักสำนักท้าย ๆ ในยุคนั้น เพราะว่าทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน ๒๕ สำนัก

    เมื่อตัวกระผม/อาตมภาพมาทำหน้าที่ประธานศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรี ก็ได้ช่วยผลักดัน จนกระทั่งปัจจุบันนี้เกิดสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีขึ้นมารวมแล้ว ๕๔ แห่ง ต้องบอกว่าเป็นตัวเลขที่น่าชื่นใจทีเดียว

    แต่ปัญหาก็คือตั้งแต่การจัดตั้งก็ถือว่าผิดฝาผิดตัวแล้ว เนื่องเพราะว่าทางเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รักสงบ ไม่ต้องการความวุ่นวายอื่น ๆ แต่ว่าเมื่อทางราชการยื่นมือเข้ามา กลายเป็นว่าดึงท่านออกมาสู่สถานที่ไม่สงบ แล้วยังต้องดำเนินการเกี่ยวกับงานเอกสารต่าง ๆ อีกมากมาย

    เพราะฉะนั้น..ถ้าเป็นไปได้ วิธีแก้ไขก็คือ หาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มาจัดการเรื่องทั้งหลายเหล่านี้แทนท่าน แบบเดียวกับที่กระผม/อาตมภาพ ไปเร่งรัดให้ใครจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรม ก็จะส่งทีมงานเข้าไปดำเนินการให้เลย เพื่อที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นไม่ต้องมาเสียเวลาเกี่ยวกับเรื่องเอกสาร นอกจากรออยู่อย่างเดียวก็คือ การเซ็นชื่อเท่านั้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงทำให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นมีความสะดวกใจมากขึ้น

    ถ้าหากว่าสำนักใดขาดในเรื่องของวิปัสสนาจารย์ นอกจากจะจัดอบรมเพิ่มเติมให้แล้ว ก็ยังมีการส่งพระวิปัสสนาจารย์ไปดำเนินการแทนด้วย ถ้าหากว่าอยู่ในลักษณะนี้ ก็จะเป็นอะไรที่ทุกคนพอที่จะช่วยงานกันได้ ไม่ใช่ว่าถึงเวลาก็โดนตำหนิว่า "ไม่มีการให้ความร่วมมือ ไม่ยอมส่งรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม" เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องบอกว่า บุคคลที่คลุกอยู่กับงานเท่านั้น ถึงจะรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ?
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,249
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    หลังจากนั้นก็ชี้แจงเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่การเป็นไปตามข้อกำหนด ก็คือ จัดการปฏิบัติธรรมอย่างน้อยปีละ ๖ ครั้ง แต่ว่าก็มีหลายแห่งซึ่งตั้งเป้าหมายผิดตั้งแต่แรก คือตั้งสำนักปฏิบัติธรรมขึ้นมา เพราะหวังว่าจะใช้ในการขอสมณศักดิ์ ในการใช้สิทธิ์เจ้าสำนักขอเป็นพระอุปัชฌาย์ เหล่านี้เป็นต้น

    ต้องมีการเปลี่ยนแนวคิดของท่านทั้งหลายเหล่านี้ว่า
    ให้ปฏิบัติหน้าที่ในความเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรสของเราให้เต็มที่ ส่วนอื่นนั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้เท่านั้น ถ้าสามารถรักษากำลังใจแบบนี้ได้ เราก็จะทำงานอย่างมีความสุขและสนุกสนาน

    จากนั้นก็ไปเป็นงานข้างเคียงการปฏิบัติธรรมของวัดท่าขนุน อย่างเช่นว่าการอุปสมบทหมู่ฟรีปีละ ๔ ครั้ง หรือว่าการจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เพราะว่าต้องมีการอบรมปฏิบัติธรรมให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นเหมือนกัน หรือการจัดอบรมค่ายพุทธบุตรให้กับโรงเรียนต่าง ๆ รวมไปถึงการรับบรรยายธรรม ไม่ว่าจะในการปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์อำเภอ คณะสงฆ์จังหวัด หรือ สถาบันพระสังฆาธิการ ตลอดจนกระทั่งรายการเสียงธรรมจากมหาจุฬาอาศรม และสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน ก็คือบรรยายในรายการเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเพื่อออกอากาศทางช่องยูทูบทุกวัน

    เรื่องทั้งหลายเหล่านี้นั้น จะว่าไปแล้วไม่ใช่หน้าที่โดยบังคับของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด แต่ว่าเมื่อเราทำไปแล้ว จะมีความกว้างขวางในการเผยแผ่มากขึ้น แม้กระทั่งในเรื่องของการช่วยชาวบ้านทำมาหากิน อย่างเช่นการจัดโครงการ "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน" ก็ดี โครงการ "หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าไทย นั่งแคร่ไม้ ใส่บาตรพระทุกวันอาทิตย์" ก็ตาม ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้อง มาร่วมกันอยู่ทุกอาทิตย์ เพื่อการปฏิบัติธรรมเบื้องต้นคือการให้ทาน

    ในขณะเดียวกัน ก็ได้นำเอาสินค้ามาจำหน่ายเป็นรายได้ของตนเอง ถ้าหากว่าชาวบ้านเขาอยู่ดีกินดี ก็จะมีอารมณ์ในการเข้าวัดปฏิบัติธรรม ไม่เช่นนั้นถ้าหากว่าเขายังลำบากอยู่ ก็คงไม่มีใครจะมีอารมณ์เข้าวัดเป็นแน่แท้ แล้วก็ขอให้ทางคณะกรรมการชี้แจงว่ามีอะไรขาดตกบกพร่อง หรือว่าจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,249
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพิมพ์" ก็เอาแต่ชมอยู่อย่างเดียวว่า รู้จักกระผม/อาตมภาพมานานมาก "ท่านเป็นคนชื่อเล็กแต่ใจใหญ่ ช่วยงานเขาทั่วไปหมด แม้กระทั่งกองทุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ได้เงินตั้งต้นมาจากท่าน" เหล่านี้เป็นต้น

    แม้กระทั่งการสร้างพระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปนาก พระพุทธรูปเงิน การสร้างบันไดขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน การสร้างตลาดริมแควเมืองท่าขนุน เป็นต้น ก็เป็นการดึงเอากำลังใจของชาวบ้านมารวมอยู่กับวัด หรือว่าสร้างให้เกิดสิ่งที่น่าสนใจ ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวแวะเวียนมา แล้วมีการจับจ่ายใช้สอย ทำให้รายได้ตกอยู่กับชุมชน พูดง่าย ๆ ว่าวัดได้ทำหน้าที่ของตนเอง เกินไปกว่าการเป็นสำนักปฏิบัติธรรมมากแล้ว

    "ดร.ท่านเจ้าคุณอาทิตย์" ก็กล่าวเช่นเดียวกันว่า กระผม/อาตมภาพนั้น ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ให้กับคณะสงฆ์ตำบล คณะสงฆ์อำเภอ คณะสงฆ์จังหวัด ตลอดจนกระทั่งงานระดับประเทศมากมาย ต้องบอกว่าสมกับที่ได้รับความศรัทธาเชื่อถือจากชาวบ้าน

    ส่วน "ท่านสิปป์บวร" บอกว่า ครั้งแรกที่ท่านร่างระเบียบของกองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านก็ไม่รู้ว่าเงินมากจากไหน เพิ่งรู้ว่าต้นทุน ๑ ล้านบาทมาจากหลวงพ่อพระครูวิลาศกาญจนธรรม แล้วท่านก็ยังมีการเพิ่มทุนทุกปี ๆ ละหลายครั้ง เป็นต้น สิ่งที่ท่านทำนั้น ต้องบอกว่าควรเป็นแบบอย่างให้แก่สำนักปฏิบัติธรรมอื่น ๆ ก็คือไม่ใช่ทำแค่สิ่งที่ตายตัวตามระเบียบอย่างเดียว หากแต่ว่าทำเกินไปกว่าระเบียบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นงานของสำนักปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น

    เมื่อคณะกรรมการผลัดกันชมแล้ว ก็ขอให้ทางจังหวัดของเรา ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ หรือว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ตลอดจนกระทั่งคณะญาติโยมที่มาร่วมงาน ผลัดกันกล่าวถึงงานด้านปฏิบัติธรรมของทางวัดท่าขนุน ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับคำชมเชยทั้งสิ้น แล้วก็ไปปิดการประเมินในเวลาเกือบจะ ๑๑ นาฬิกาตรง

    กระผม/อาตมภาพถวายภัตตาหาร และเลี้ยงอาหารกลางวันคณะที่เดินทางมา แล้วก็ส่งทุกท่านเดินลงกาญจนบุรี เพื่อที่จะไปตรวจประเมินที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดทุ่งลาดหญ้าอีกแห่งหนึ่ง แล้วหลังจากนั้น ยังต้องเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ อีกมาก ส่วนตัวของกระผม/อาตมภาพเอง ก็ออกเดินทางเพื่อเตรียมไปงานอื่น ๆ

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...