ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 60 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 60 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปี 2027 หลายประเทศจะขาดดุลงบประมาณมากขึ้น (ต้องกู้มาโปะมากขึ้น)
    หลักๆ มาจาก
    - ต้องเพิ่มวงเงินด้านความมั่นคง (กลาโหม) ตามที่ตกลงกับทรัมพ์ไว้ (โดยเฉพาะญี่ปุ่น)
    - สวัสดิการ ยิ่งสังคมสูงวัยมาก ภาระสวัสดิการยิ่งสูงขึ้น
    - เงินสำหรับชำระดอกเบี้ยหนี้ สูงขึ้น (ยอดสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น)

    ผมเอารูปนี้มาแสดง เพื่อให้เห็นวงจร Feedback loop ที่กำลังเร่งตัว
    ภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก คูณด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมาก
    ไหนจะภาระสวัสดิการที่ลดลงไม่ได้ (เพื่อรักษาฐานเสียงของผู้มีอำนาจ)
    โดนเร่งเกมจากค่าใช้จ่ายเพื่อสงครามอีก

    ในรูปจะเห็นว่า มีแค่อังกฤษที่การขาดดุลลดลง (แต่ก็ยังขาดดุลอยู่ ซึ่งก็คือยังตั้องกู้เพิ่ม หนี้สาธารณะเพิ่มอยู่ดี) เป็นผลจากเก็บภาษีในอัตราสูงขึ้น และการปรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล
    การรัดเข็มขัดของรัฐบาลอังกฤษ ทำให้เกิดการประท้วงหลายครั้ง ความนิยม การสนับสนุนของประชาชนลดลง ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นลดต่ำ
    อย่าลืมว่าสิ่งที่อังกฤษทำ ยังเป็นแค่การซื้อเวลาเท่านั้น (เพราะหนี้ยังเพิ่มขึ้น) และลำพังแค่นี้ ความไม่พอใจของประชาชนก็รุนแรงแล้ว
    มันจึงเป็นการสะท้อนปัญหาว่า เราแทบไม่มีโอกาสที่จะแก้ปัญหาหนี้ภาครัฐได้เลย ทำได้แค่เตะกระป๋องไปเรื่อยๆ และรอให้มันกระดอนมาชนหน้าเราไม่วันใดก็วันหนึ่ง

    https://www.facebook.com/share/18ZaBsxCeZ/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ECB
    การวางแผนอยู่ที่คน ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า

    ในวรรณกรรมสามก๊ก มีฉากหนึ่งที่ขงเบ้งวางแผนล่อสุมาอี้เข้าสู่หุบเขาซ่างฟาง แผนการทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เมื่อกองทัพสุมาอี้เข้ามาติดกับ ขงเบ้งสั่งจุดไฟเผาหุบเขาเพื่อปิดฉากศัตรูตัวฉกาจ แต่ในวินาทีที่สุมาอี้กำลังจะสิ้นชื่อ พายุฝนกลับตกลงมาอย่างหนักจนไฟดับสนิท เปิดทางให้สุมาอี้หนีรอดไปได้ ขงเบ้งที่ยืนมองความพ่ายแพ้ของแผนการตนเองบนยอดเขา ได้แต่ทอดถอนใจแล้วรำพึงว่า "การวางแผนอยู่ที่คน ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า" (谋事在人,成事在天)

    วลีคลาสสิกนี้กำลังสะท้อนภาพของ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในปัจจุบันได้อย่างตลกร้าย เมื่อสถาปนิกทางการเงินแห่งแฟรงก์เฟิร์ตได้ออกแบบเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ไว้อย่างรัดกุมที่สุด เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤติหนี้สาธารณะระลอกใหม่ แต่ผลลัพธ์ในโลกความเป็นจริงอาจถูกกำหนดด้วย "ฟ้า" ซึ่งก็คือความผันผวนของมวลชนและการเมืองที่อยู่นอกเหนือสมการ

    กายวิภาคแห่งวิกฤติหนี้ฝรั่งเศส
    ปัญหาของฝรั่งเศสในขณะนี้คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เสพติดการใช้จ่ายภาครัฐและการอัดฉีดสวัสดิการ สัดส่วนหนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 110% ของ GDP ขณะที่การขาดดุลงบประมาณทะลุ 5.5% ไปแล้ว ปัญหาเชิงโครงสร้างนี้ฝังรากลึกเกินกว่าจะแก้ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว และด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน ฝรั่งเศสจึงอยู่ในสถานะ "ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยให้ล้ม แต่ก็ใหญ่เกินกว่าที่จะอุ้มไหว" (Too big to fail, but potentially too big to bail)

    เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ตลาดจะเทขายพันธบัตรฝรั่งเศส ทำให้อัตราผลตอบแทน (Bond Yield) พุ่งสูงจนรัฐบาลกู้เงินใหม่มาจ่ายหนี้เก่าไม่ได้ ECB จะลงมาช่วยได้อย่างไร?
    ECB ไม่สามารถใช้ท่าไม้ตายอย่างการพิมพ์เงินหว่านแห (QE) แบบสหรัฐฯ ได้ เพราะจะสร้างเงินเฟ้อให้พุ่งกระฉูดทั่วยุโรป และไม่สามารถใช้การคุมเส้นผลตอบแทน (YCC) แบบญี่ปุ่น ที่ประกาศตัวเลขเป้าหมายชัดเจนได้ เพราะจะเปิดช่องให้นักเก็งกำไรทั่วโลกรุมกินโต๊ะจนหน้าตัก ECB หมดเกลี้ยง

    ECB จึงต้องออกแบบเครื่องมือเฉพาะกิจขึ้นมา นั่นคือ TPI และ OMT

    อาวุธลับของ ECB: เมื่อการ "ทำหมันเงิน" คือการโยนบาปให้เพื่อน
    สำหรับคนทั่วไป ชื่อ TPI (Transmission Protection Instrument) และ OMT (Outright Monetary Transactions) อาจฟังดูเป็นศัพท์เทคนิคที่น่าเบื่อ แต่วิธีการทำงานของมันคือ "การเล่นแร่แปรธาตุ" ระดับชาติ

    กลไกของทั้งสองเครื่องมือนี้เหมือนกันคือ ECB จะ "พิมพ์เงินใหม่" ออกมา แล้วนำไปกว้านซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหา (เช่น ฝรั่งเศส) ในตลาดรองแบบไม่อั้น เพื่อสร้างแรงซื้อสู้กับแรงเทขาย กดให้ดอกเบี้ยกู้ยืมของฝรั่งเศสต่ำลง

    แต่เดี๋ยวก่อน... การพิมพ์เงินใหม่มันต้องสร้างเงินเฟ้อไม่ใช่หรือ?
    เพื่อไม่ให้เกิดเงินเฟ้อ ECB จึงต้องใช้กระบวนการที่เรียกว่า "การทำหมันเงิน" (Sterilization)
    อธิบายง่ายๆ คือ ECB ใช้ "มือขวา" พิมพ์เงินใหม่ไปซื้อหนี้ฝรั่งเศส และใช้ "มือซ้าย" ดึงเงินจำนวนเท่ากันเป๊ะออกจากระบบเศรษฐกิจยุโรป แล้ว ECB จะดึงเงินกลับอย่างไร? คำตอบคือ ECB จะนำเอาสินทรัพย์ชั้นดีที่ตัวเองถืออยู่ เช่น "พันธบัตรของรัฐบาลเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์" เทขายออกมาในตลาดเพื่อดูดเงินสดกลับเข้าคลัง

    ผลเสียในภาพรวมที่ตามมาคือความวิบัติที่ถูกซุกซ่อนไว้:

    เฉลี่ยความเสียหายให้คนอื่นรับกรรม: เมื่อ ECB เทขายพันธบัตรเยอรมนีออกมาจำนวนมาก ราคาพันธบัตรเยอรมนีจะตก และดอกเบี้ย (Bond Yield) ของเยอรมนีจะพุ่งสูงขึ้น หมายความว่า ประชาชนและรัฐบาลเยอรมัน ต้องจ่ายดอกเบี้ยกู้ยืมแพงขึ้น เพียงเพื่อนำเงินไปอุดหนุนให้ฝรั่งเศสกู้ได้ถูกลง แม้ชาวเยอรมันจะไม่เจอ "เงินเฟ้อ" จากนโยบายนี้ แต่พวกเขาต้องเผชิญกับ "ดอกเบี้ยที่แพงขึ้น" ซึ่งสร้างความเจ็บปวดต่อเศรษฐกิจไม่ต่างกัน

    งบดุลของ ECB จะเต็มไปด้วย "หนี้เน่า": เมื่อกระบวนการนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ พอร์ตการลงทุนของ ECB จะถูกถ่ายเทเอาสินทรัพย์ชั้นดี (ของเยอรมนี) ออกไป และถูกยัดไส้ด้วยพันธบัตรขยะที่มีความเสี่ยงสูง (ของฝรั่งเศสและอิตาลี) เข้ามาแทน หากวันหนึ่งประเทศเหล่านี้เบี้ยวหนี้ ECB จะล้มละลาย และประเทศผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเยอรมนีก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพื่ออุ้ม ECB อยู่ดี

    เกณฑ์ 4 ข้อที่สอบตก และยาแรงที่ไม่มีใครกล้ากลืน
    ECB รู้ดีว่าเครื่องมือนี้เป็นการเอาเปรียบทางการเงิน จึงตั้งเงื่อนไขไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศลูกหนี้ได้ใจ

    สำหรับ TPI (รถพยาบาลฉุกเฉิน) ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายกว่า แต่ประเทศนั้นต้องผ่านเกณฑ์ 4 ข้อ ได้แก่:

    ต้องไม่อยู่ในกระบวนการถูกลงโทษจากการขาดดุล (EDP) ของ EU (ขาดดุลต้องไม่เกิน 3%)

    โครงสร้างเศรษฐกิจต้องไม่มีความไม่สมดุลที่รุนแรง

    ทิศทางหนี้สาธารณะต้องได้รับการประเมินว่ายั่งยืน

    ต้องดำเนินนโยบายเศรษฐกิจตามคำสั่งของ EU
    ซึ่งในความเป็นจริง ฝรั่งเศสสอบตกแทบทุกข้อ! โดยเฉพาะข้อแรก เพราะเพิ่งถูก EU ประกาศนำเข้าสู่กระบวนการ EDP อย่างเป็นทางการไปหมาดๆ

    ส่วน OMT (การผ่าตัดใหญ่) นั้นเป็นยาที่แรงกว่าและเข้มงวดกว่ามาก ประเทศที่จะขอใช้ OMT ต้องยอมคุกเข่าเซ็นสัญญามอบอำนาจอธิปไตยทางการคลังให้ "ทรอยก้า" (EU, ECB, IMF) เข้ามาควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ รัฐบาลจะถูกบังคับให้หั่นสวัสดิการ ตัดบำนาญ ปลดข้าราชการทันที มันคือการฆ่าตัวตายทางการเมืองที่ตั้งแต่ตั้งกฎนี้มา ไม่เคยมีประเทศไหนกล้ากดปุ่มใช้ OMT เลยสักครั้ง

    การหลับตาของ ECB และทางตันของฝรั่งเศส
    เมื่อวิกฤติมาถึง หากฝรั่งเศสสอบตกเกณฑ์ TPI และผู้นำฝรั่งเศสไม่กล้าขอใช้ OMT สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ ECB จะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย "แกล้งหลับตา" แล้วใช้ดุลยพินิจเปิดเครื่องมือ TPI เพื่ออุ้มฝรั่งเศสไปก่อน เพราะสถานการณ์ระดับ Too big to fail นั้นรอไม่ได้

    แต่การอุ้มนี้ไม่ได้มาฟรีๆ ฝรั่งเศสจะถูกบีบจากประเทศเจ้าหนี้ให้ต้องหั่นสวัสดิการและรัดเข็มขัด หากผู้ปกครองฝรั่งเศสยอมรับเงื่อนไข สิ่งที่จะตามมาทันทีคือการนัดหยุดงานและการจลาจลเผาเมืองทั่วประเทศ ซึ่งปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อมวลชนถูกผสมโรงด้วยกลุ่มผู้อพยพตามชานเมือง ที่ไม่รับฟังเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์และพร้อมจะยกระดับความรุนแรง

    หากการแทรกแซงนี้จะสำเร็จ ฝรั่งเศสต้องเสียสละสวัสดิการสังคมที่เคยสุขสบาย ยืดอายุเกษียณ และยอมกลืนเลือดปฏิรูปโครงสร้าง ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสภาวะการเมืองปัจจุบันของฝรั่งเศสที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

    หากทำไม่ได้ ท้ายที่สุดยุโรปจะถูกต้อนเข้าสู่ Worst-case scenario สองทางเลือก:

    พิมพ์เงินเพื่อทำลายหนี้ (Inflationary Bailout): ยอมฉีกกฎทุกข้อ พิมพ์เงินอัดฉีดอย่างไร้เงื่อนไข ปล่อยให้เงินเฟ้อพุ่งสูงและค่าเงินยูโรเสื่อมค่า

    เบี้ยวหนี้เพื่อล้างไพ่ (Deflationary Collapse): กลุ่มรัดเข็มขัดทนไม่ไหว ปฏิเสธการอุ้ม ปล่อยให้ฝรั่งเศสผิดนัดชำระหนี้ นำไปสู่การแตกสลายของสกุลเงินยูโร

    โมเดลทางคณิตศาสตร์และเครื่องมือของ ECB อาจถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรบรรจงเพียงใด แต่เมื่อต้องลงสนามจริงและเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นของมวลชน ความขัดแย้งทางอธิปไตย และโครงสร้าง "ไม้ผุ" ที่ร้าวลึก โครงสร้างที่ออกแบบไว้ก็อาจพังทลายลงไม่เป็นท่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้นายธนาคารกลางจะวางแผนมาดีแค่ไหน บทสรุปของวิกฤติครั้งนี้ก็ยังคงเป็นสัจธรรมที่ว่า "การวางแผนอยู่ที่คน ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า"

    https://www.facebook.com/share/p/1E9xDheNrk/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สตง.แจงผลสอบไทยพีบีเอส 85.22 ล้าน ย้ำตรวจตามข้อร้องเรียน พบปัญหาวัดผลงาน-จ้างผลิตรายการ-จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบรองรับ

    14 ตุลาคม 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงผลตรวจสอบ "การใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย" โดยยืนยันว่าเป็นการตรวจสอบตามหน้าที่ หลัง #ได้รับข้อร้องเรียน จากบุคลากรภายในองค์กรช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ไม่ใช่การตอบโต้หรือกลั่นแกล้งองค์กรสื่อ และไม่ได้มุ่งโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง
    .
    นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษก สตง. กล่าวว่า ข้อร้องเรียนครอบคลุมการ #จัดหาผู้ผลิตรายการข่าว #การใช้ทรัพย์สินขององค์กรโดยผู้บริหาร และ #ประสิทธิภาพการดำเนินงาน สตง.จึงตั้งคณะทำงานตรวจสอบตามคำสั่งวันที่ 26 มกราคม 2569 โดยแยกการตรวจสอบเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้าง การประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพองค์กร และการตรวจสอบความรับผิดเฉพาะบุคคล ซึ่งหากพบพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่ามีพฤติการณ์ทุจริต อาจส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
    .
    นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ออกรายงานแล้ว 2 ฉบับ คือรายงานตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และรายงานตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ส่วนการตรวจสอบความรับผิดเฉพาะบุคคลยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยต้องรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง และปฏิบัติตามมาตรฐานและขั้นตอนของกฎหมายตรวจเงินแผ่นดิน
    .
    นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การแถลงครั้งนี้เป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจากผลตรวจ ไม่ใช่การตัดสินว่าบุคคลใดมีความผิดแล้ว หากพบความเสียหายต้องพิจารณาความรับผิดทางละเมิดและวินัยตามกระบวนการ ส่วนกรณีที่มีหลักฐานน่าเชื่อว่าเป็นการทุจริตจึงจะส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    .
    นางสินีนาต โพธิชัย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน กล่าวว่า #ไทยพีบีเอส ได้รับงบประมาณดำเนินงานปีละกว่า 2,000 ล้านบาท และมากกว่าครึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาและผลิตสื่อเพื่อให้บริการประชาชน การตรวจสอบจึงมุ่งดูว่าการใช้จ่ายเงินสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับพันธกิจของสื่อสาธารณะหรือไม่
    .
    ผลตรวจพบว่า ตัวชี้วัดบางส่วนยังไม่สามารถสะท้อนผลสัมฤทธิ์จากการผลิตและเผยแพร่รายการได้อย่างแท้จริง ขาดความต่อเนื่องและมีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง แม้อยู่ภายใต้ผู้บริหารชุดเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถประเมินความก้าวหน้าและความสามารถในการแข่งขันได้ชัดเจน นอกจากนี้ การวางแผนจัดหารายการส่วนใหญ่ดำเนินการเป็นรายปี ขาดการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำผลไปปรับปรุงงาน และมีการเปลี่ยนตัวชี้วัดแทนการแก้ปัญหาที่พบ
    .
    นางสินีนาตกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยพีบีเอสมีการนำข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมมาใช้ แต่ยังไม่สามารถนำไปกำหนดแผนจัดหารายการให้ตรงกับความต้องการของผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบบริหารรายการและฐานข้อมูลยังแยกกันตามสำนัก ไม่ได้เชื่อมเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ขณะที่ระบบบันทึกการเผยแพร่ยังรองรับรายการโทรทัศน์ได้มากกว่าช่องทางออนไลน์ จึงไม่สามารถสะท้อนการเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดได้ครบถ้วน
    .
    #สตง.ยังพบข้อจำกัดใน #การประเมินคุณภาพรายการ และ #ผลตอบแทนทางสังคม โดยแนวทางคัดเลือกรายการและผู้ประเมินยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ส่วนไทยพีบีเอสชี้แจงว่าอยู่ระหว่างปรับยุทธศาสตร์จากโทรทัศน์ไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ จึงยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายความนิยมและกลุ่มเป้าหมายออนไลน์ไว้ในตัวชี้วัดขององค์กรอย่างครบถ้วน สตง.จึงเสนอให้ปรับปรุงระบบข้อมูล การวัดผล และการประเมินความคุ้มค่า เพื่อให้การใช้เงินสาธารณะตอบสนองประชาชนได้ดีขึ้น
    .
    นางมธุลีห์ โยคี #ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง กล่าวถึงกรณีการจ้างผลิตรายการข่าว “เจาะย่อโลก” โดยวิธีเฉพาะเจาะจงในช่วงปีงบประมาณ 2560–2568 ว่า ไทยพีบีเอสทำสัญญากับบริษัทผู้ผลิตที่ผ่านการคัดเลือกตามระเบียบขององค์กร แต่ขอบเขตงานมีลักษณะเป็นการจ้างผลิตโดยใช้อุปกรณ์และสิ่งสนับสนุนการผลิต และไม่พบการประเมินเรตติ้งรายการประกอบการพิจารณาตามที่ตรวจสอบ
    .
    สตง.เห็นว่าการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับหลักการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และอาจมีประเด็นเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยประเมินความเสียหายส่วนนี้ไว้ที่ 15.84 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2566–2568
    .
    นางมธุลีห์ ยังชี้แจงกรณี #การจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร #ผู้ดำเนินรายการ #แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการในปีงบประมาณ 2566–2568 ว่า การจ่ายเงินต้องมีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่รองรับอย่างถูกต้อง แต่จากการตรวจสอบพบว่า การจ่ายเงินบางส่วนอาศัยแนวทางหรือหลักเกณฑ์ภายในที่ใช้ในเชิงบริหาร และการอนุมัติภายใต้กรอบอำนาจชั่วคราว โดยไม่ปรากฏระเบียบรองรับการเบิกจ่ายอย่างครบถ้วนตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
    .
    สตง.เห็นว่าการจ่ายค่าตอบแทนในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 69.38 ล้านบาท มีปัญหาเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบการเงินและกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และเสนอให้หน่วยงานดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เป็นข้อสรุปจากการตรวจสอบของ สตง. ยังต้องผ่านขั้นตอนพิจารณาและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงตามกระบวนการ
    .
    เมื่อรวมความเสียหายที่ สตง.เห็นควรให้ดำเนินการชดใช้จากกรณีจ้างผลิตรายการ 15.84 ล้านบาท และกรณีค่าตอบแทนพิธีกรและผู้ร่วมรายการ 69.38 ล้านบาท เป็นเงิน 85,222,935.65 บาท ทั้งนี้ ไม่ควรตีความว่าการระบุยอดดังกล่าวเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดหรือเป็นการชี้ขาดความผิดของบุคคลใดโดยอัตโนมัติ
    .
    ด้านนายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีผู้บริหารได้รับเงินค่ารถประจำตำแหน่ง แต่ยังมีการใช้รถส่วนกลางขององค์กรด้วยว่า การตรวจสอบครอบคลุมย้อนหลัง 5 ปี โดยพบประเด็นเกี่ยวกับการไม่มีระเบียบการใช้รถส่วนกลางที่ชัดเจน แม้องค์กรมีแนวทางเบิกค่าใช้จ่ายรถประจำตำแหน่งอยู่แล้ว สตง.เห็นว่าการใช้ทรัพย์สินขององค์กรต้องมีข้อกำหนดที่ชัดเจน และต้องพิจารณาว่าผู้บริหารที่ได้รับเงินค่ารถแล้วมีเหตุจำเป็นอย่างไรในการใช้รถส่วนกลางเพิ่มเติม
    .
    นายโสมทัตกล่าวว่า คณะทำงานได้สรุปความเห็นในประเด็นนี้แล้ว และจะเสนอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาลงนามแจ้งผลต่อไทยพีบีเอสโดยเร็ว โดยกำหนดเวลาที่แน่นอนต้องยึดตามขั้นตอนการออกหนังสืออย่างเป็นทางการ
    .
    สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับเอกสารตรวจสอบที่เผยแพร่ก่อนถึงหน่วยรับตรวจ นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า หนังสือที่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย วินัย หรือการดำเนินการกับบุคลากรอาจเป็นเอกสารลับ ซึ่งหน่วยรับตรวจต้องรักษาความลับ การที่เอกสารไปถึงสื่อก่อนเวลาอันควรจึงต้องตรวจสอบว่าเกิดจากช่องทางใด หากพบเจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    .
    นายสุทธิพงษ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า สตง.ตรวจสอบไทยพีบีเอสเพราะความโกรธแค้นหรือเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยยืนยันว่าเป็นการทำงานตามหน้าที่และข้อร้องเรียน พร้อมกล่าวว่าประเด็นการใช้เงินและการปฏิบัติตามกฎหมายต้องแยกจากข้อถกเถียงเรื่องจริยธรรมหรือจรรยาบรรณสื่อ
    .
    ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสกำหนดแถลงชี้แจงกรณีการตรวจสอบของ สตง. ในช่วงบ่ายวันที่ 14 ตุลาคม โดยมีนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ร่วมชี้แจง ท่ามกลางข้อเรียกร้องให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้หน่วยรับตรวจชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน
    .
    สาระสำคัญของกรณีนี้จึงมีทั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การจ่ายค่าตอบแทน การบริหารทรัพย์สิน และการวัดผลสัมฤทธิ์ขององค์กร ซึ่งต้องติดตามผลการชี้แจงของไทยพีบีเอส รวมถึงการดำเนินการขั้นต่อไปของ สตง. ก่อนสรุปความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง

    Cr : ภาพ spacebar
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1HqJANRwra/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซเลนสกี โวย! ชาติพันธมิตรตะวันตกและสหรัฐอเมริกา หลังยูเครนไม่ได้รับข่าวกรองการเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธลูกใหญ่ของรัสเซียถล่มกรุงเคียฟ เมื่อคืนที่ผ่านมา
    -
    เซเลนสกี: "พันธมิตรของเราไม่ได้เตือนยูเครนเมื่อคืนเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธลูกใหญ่ของรัสเซีย 5 ลูกไปยังกรุงคียฟ เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พันธมิตรควรปฏิบัติ และไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งต่อเรา"
    -
    นอกจากนี้ รายงานจากสื่อระบุว่า : เซเลนสกียืนยันอย่างเป็นทางการถึงการปฏิเสธของสหรัฐอเมริกาที่จะให้ข้อมูลข่าวกรองแก่ยูเครน
    -
    เซเลนสกี วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่เลือกจำกัดหรือระงับการแชร์ข้อมูลข่าวกรองทางทหารที่สำคัญให้กับยูเครน ซึ่งมองว่าเป็นมาตรการกดดันทางการเมืองที่ไม่ยุติธรรมในยามที่ยูเครนกำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างหนักหน่วง
    -
    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่ยูเครนยังคงเดินหน้าใช้โดรนโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานและโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย
    -
    ประกอบกับที่ทรัมป์รู้สึกผิดหวังและตำหนิคำพูดของเซเลนสกี ที่วิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างรุนแรงว่าแสดงความอ่อนแอจากข้อตกลงน้ำมันที่ทำไว้กับปูติน ในขณะที่เซเลนสกีเองก็ได้ตำหนิทรัมป์กลับเช่นกันว่า ข้อตกลงน้ำมันระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียนั้นไม่ยุติธรรมและไม่ซื่อตรงต่อยูเครน แม้ว่าสหรัฐฯ จะพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานก็ตาม

    https://www.facebook.com/share/19f3nnva8v/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จากพ่อถึงลูก #ข่าวสั้นกัมพูชา

    “ มรสุมรุมกินโต๊ะกัมพูชา จากวิกฤตศรัทธาพิมพ์ธนบัตร สู่สื่อโลกเปิดตัวละครใหม่แฉคอลเซ็นเตอร์ลองเบย์ โยงรัฐบาลเขย่าเก้าอี้นายกฯ ฮุน มาเนต ”

    …………..…………..…………..………………………………

    1.- แม้การก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งของ “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะถูกจับตาในฐานะความหวังใหม่ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่อนาคตแห่งการปฏิรูปและการพัฒนาอย่างมั่นคง

    2.- แต่ในความเป็นจริงของการเปลี่ยนผ่าน กลับทำให้บรรยากาศภายในกัมพูชาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ความระส่ำระสาย และความตึงเครียดที่เปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกขณะ

    3.- หลังการเปิดโปงอาณาจักรอาชญากรรมข้ามชาติโดยสื่อระดับโลกอย่าง “ Al Jazeera ” (101 East) ที่ส่งทีมข่าวแฝงตัวเข้าเจาะลึกด้านมืดใจกลาง “ ลองเบย์ ” (Long Bay Dara Sakor) พื้นที่พิเศษในจังหวัดเกาะกง

    4.- กับตัวละครใหม่ “ Deng Pibing ” พร้อมเปิดภาพถ่ายแนบแน่นกับบุคคลระดับผู้นำ ก่อนซ้ำเติมด้วยวิกฤตการณ์ทางการเงินจากข่าวลือ “ กัมพูชาถังแตก ” รวมถึงคลื่นใต้น้ำทางการเมืองจากการที่รัฐบาลกัมพูชาหันไปกระชับความสัมพันธ์แนบแน่นกับเวียดนาม

    5.- และปมบาดแผลข้อพิพาทชายแดน #ไทยกัมพูชา ที่ถูกกลุ่มผู้วิจารณ์และฝ่ายต่อต้าน ที่นำกลับมาโจมตีเรื่องการเสียดินแดนอีกครั้ง

    …………..…………..…………..………………………………

    ▪️ แฉคลิปเสียง
    ▪️ ใครในภาพ
    ▪️ เกาะสวรรค์ ฝันร้ายลองเบย์
    …………..…………..…………..………………………………

    ▪️ แฉคลิปเสียง

    6.- ในขณะที่ไฟนอกประเทศกำลังโหมกระหน่ำ ฝ่ายค้านและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาในต่างแดนก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย พวกเขาโต้กลับด้วยการหยิบยกประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นมาโจมตี “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้กัมพูชาต้องสูญเสียดินแดน

    7.- ล่าสุด โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเก่าช่วงต้นปี 2026 อีกครั้ง โดยเป็นภาพเหตุการณ์ขณะชาวกัมพูชาในแคนาดาขับไล่ “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกจากวัดพุทธแห่งหนึ่งอย่างดุเดือด จากความไม่พอใจประเด็นข้อพิพาทดินแดน #ไทยกัมพูชา ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่ารัฐบาลกำลังยอมเสียดินแดนให้แก่ไทยและเวียดนาม

    8.- ขณะเดียวกัน ยังเกิดกระแสข่าวลือสะพัดในโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลกัมพูชากำลังประสบวิกฤตถังแตกจนเงินสดหมดคลัง และต้องเร่งพิมพ์ธนบัตรใช้อย่างเร่งด่วน หลังมีการประกาศออกธนบัตรรุ่นใหม่ชนิดราคา 50,000 และ 100,000 เรียล ซึ่งกลุ่มผู้เห็นต่างและฝ่ายค้านในต่างประเทศต่างชี้ว่า นี่คือหลักฐานชัดเจนที่สะท้อนถึงวิกฤตการเงินขั้นรุนแรงของรัฐบาล

    9.- ทำให้สื่อกัมพูชาหลายสำนักได้ออกมาเผยแพร่คำชี้แจงโต้ตอบอย่างดุเดือดของ “ สมเด็จฮุน เซน ” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจแก่สาธารณชนระบุว่า

    “ ค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ที่ประมาณ 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้ของรัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีสูงเกินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเฉลี่ย 500 - 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งถือว่าเพียงพออย่างมากต่อการครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ของแผ่นดิน และยังคงรักษาระดับเงินสดสำรองคลังไว้ที่มากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้อย่างมั่นคง “

    10.- นอกจากนี้ “ สมเด็จฮุน เซน ” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้เปิดศึกโต้กลับใส่กลุ่มผู้เห็นต่างและฝ่ายค้านในต่างประเทศ โดยเรียกร้องให้ส่งมอบเงินที่ระดมทุนได้จาก “ วัด Phnom Serei ” ซึ่งเป็นองค์กรทางศาสนาไม่แสวงหาผลกำไรในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ก่อตั้งโดย “ Venerable But Buntenh ” พระสงฆ์นักเคลื่อนไหวชื่อดัง เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นในกัมพูชา

    11.- โดย “ สมเด็จฮุน เซน ” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้กล่าวว่า“ เงินกองทุนของวัดดังกล่าว ถูกยักยอกเพื่อนำไปใช้สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายค้านภายในประเทศ ” และ “ ตนเองเตรียมที่จะเปิดเผยคลิปเสียงบันทึกการประชุมที่มีการหารือเรื่องการยักยอกเงินดังกล่าวลงสู่สาธารณะ ”

    12.- “ สมเด็จฮุน เซน ” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยข้อความฝากถึงกลุ่มผู้เห็นต่างและฝ่ายค้านในต่างประเทศที่กุข่าวลือนี้ว่า

    " ถ้าพวกคุณคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยม ก็จงทำในแบบที่ได้รับความเคารพ ถ้าพวกคุณคิดจะทำเรื่องโง่เขลา ก็จงทำในแบบที่ทำให้คนอื่นเขาสงสาร "

    13.- พร้อมกล่าวเสริมว่า

    “ หากรัฐบาลเงินหมดคลังจริงๆ ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ก็ควรจะยินดี เพราะนั่นหมายความว่ารัฐบาลกำลังจะล่มสลายในไม่ช้า และเปิดโอกาสให้พวกเขายึดอำนาจได้ ”

    14.- ขณะเดียวกัน “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้ออกมาร่วมปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยชี้ให้เห็นว่าธนบัตรบางฉบับใช้งานหมุนเวียนมานานจนชำรุด การออกธนบัตรฉบับใหม่จึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการยกระดับความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลง และทดแทนธนบัตรเก่า

    15.- ด้านข้อมูลจาก “ ธนาคารชาติแห่งกัมพูชา “ (NBC) ระบุว่า เพียงแค่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการเก็บรวบรวมธนบัตรเก่าได้ราว 92 ล้านฉบับ และตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2026 ทางการได้นำธนบัตรชำรุดเหล่านี้ไปผ่านกระบวนการย่อยสลายและเผาทำลายแล้วประมาณ 435 ล้านฉบับ การออกธนบัตรรุ่นใหม่จึงเป็นไปเพื่อทดแทนของเก่าในระบบที่ถูกทำลายไปตามรอบ

    16.- “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้ขาดแคลนเงินทุนใดๆ ข้าราชการยังคงได้รับเงินเดือนตรงเวลา ทั้งยังได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลพฺจุมเบ็ญ อีกด้วย

    17.- ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ “ Ou Virak ” ประธานสถาบัน ” Future Forum Cambodia “ ในกรุงพนมเปญ เปิดเผยกับ ” CamboJA News “ สำนักข่าวกัมพูชาว่า ธนาคารกลางทั่วโลกต่างพิมพ์ธนบัตรใหม่ออกสู่ระบบเป็นปกติเพื่อหมุนเวียนทดแทนของเก่า พัฒนาคุณลักษณะความปลอดภัย หรือเพิ่มปริมาณเงิน

    18.- และยังทำให้รัฐบาลได้รับประโยชน์จากรายได้จากการพิมพ์เงินตราออกใช้ (Seigniorage) หรือกำไรจากการผูกขาดสิทธิผลิตเงินตรา อย่างไรก็ดี นโยบายการเงินของกัมพูชามีข้อจำกัดสูงเนื่องจากพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ทั้งการทำธุรกรรม ค่าใช้จ่าย และเงินออม ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจาก Seigniorage

    19.- แม้การออกธนบัตรเรียลรุ่นใหม่จะช่วยกระตุ้นการใช้เงินเรียลและเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีการตรวจสอบที่เป็นอิสระเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

    20.- สอดคล้องกับ “ Hong Vannak ” นักเศรษฐศาสตร์จาก “ Royal Academy of Cambodia ” ซึ่งชี้ว่า การพิมพ์ธนบัตรเพิ่มไม่สามารถทำได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากต้องสอดคล้องกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค หากปริมาณเงินในระบบล้นเกินความต้องการที่แท้จริง ค่าเงินเรียลจะร่วงหล่นลงโดยอัตโนมัติ

    21.- ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงเสถียรภาพในการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ ดังนั้น หากรัฐบาลตัดสินใจทำอะไรโดยปราศจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ ผลกระทบเชิงลบย่อมย้อนกลับมาทำลายตัวรัฐบาลเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    22.- ด้านทางธนาคารชาติแห่งกัมพูชา (NBC) ก็ได้ออกมายืนยันปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียเช่นเดียวกันว่าสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์กำลังจะประสบปัญหาทางการเงิน

    …………..…………..…………..………………………………

    ▪️ ใครในภาพ

    23.- นอกเหนือจากมรสุมข่าวลือเรื่องรัฐบาลกัมพูชาถังแตก และแรงกดดันจากการเดินหน้าเปิดความร่วมมือกับเวียดนามอย่างเต็มรูปแบบทั้งการค้าการลงทุน รวมถึงกรณีที่เวียดนามอัดฉีดเงินกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 268.48 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงโรงเรียนมิตรภาพกัมพูชา-เวียดนาม ในกรุงพนมเปญแล้ว

    24.- รัฐบาลกัมพูชายังต้องเผชิญกับวิกฤตความน่าเชื่อถือครั้งใหญ่อีกด้วย แม้ว่า “ ฮุน มาเนต “ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะออกมายืนยันหนักแน่นว่า “ รัฐบาลกัมพูชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ” พร้อมทั้งโหมข่าวการกวาดล้างปราบปรามอย่างหนักจนกลายเป็นประเด็นใหญ่บนหน้าสื่อกัมพูชาก็ตาม

    25.- ความน่าเชื่อถือเหล่านั้นกลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อ “ อัลจาซีรา (Al Jazeera) ” สื่อระดับโลก ได้เผยแพร่สารคดีสืบสวนสอบสวนเชิงลึก เปิดโปงตัวละครสำคัญอย่าง “ Deng Pibing ” ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ “ ลองเบย์ ” (Long Bay Dara Sakor) เมืองใหม่ยักษ์ใหญ่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเกาะกง

    26.- สารคดีดังกล่าวยังได้นำเสนอหลักฐานสำคัญ เป็นภาพถ่ายการเข้าพบปะพูดคุยระหว่าง ” Deng Pibing “ กับ “ สมเด็จฮุน เซน ” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา รวมถึงภาพถ่ายรวมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่าง “ เฟือง สกุณา ” รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา สิ่งนี้กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญให้สื่อหลายสำนัก กลุ่มผู้เห็นต่าง และฝ่ายค้านในต่างประเทศ นำไปประโคมข่าว

    27.- ตอกย้ำภาพลักษณ์ฉาวโฉ่ในสายตาประชาคมโลกสอดคล้องกับ “ รายงานสถานการณ์การค้xมนุษย์ประจำปี (TIP Report 2026) “ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่จัดให้กัมพูชาจมอยู่ในอันดับ “ Tier 3 “ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด สำหรับประเทศที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำในการป้องกัน ปราบปราม และคุ้มครองเหยื่อจากการค้xมนุษย์

    28.- รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า รัฐบาลกัมพูชาไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดการค้xมนุษย์ ทั้งยังขาดความพยายามอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหา ซ้ำร้ายยังพบข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล ที่ปรึกษา ตลอดจนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายบางราย มีส่วนได้รับผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงจากเครือข่ายค้xมนุษย์ภายในศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์

    29.- แม้ทางการกัมพูชาจะกล่าวอ้างถึงการกวาดล้างและจับกุมผู้นำระดับสูงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริง กลับเป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ

    30.- เนื่องจากแทบไม่มีการลงโทษทางอาญาต่อผู้กระทำผิดระดับใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนรู้เห็นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลกัมพูชายังไม่เคยดำเนินคดีกับผู้ค้xมนุษย์ที่มีความเชื่อมโยงกับศูนย์หลอกลวงเหล่านี้อย่างจริงจัง

    31.- ตรงกันข้าม กลับใช้อำนาจเข้าแทรกแซงเพื่อโอบอุ้มและปกป้องการดำเนินงานขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมกับใช้อิทธิพลข่มขู่ทั้งตัวเหยื่อและภาคประชาสังคมที่พยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือและกักขังแรงงานนับหมื่นคนที่หลบหนีออกมาไว้ในสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยไม่มีกระบวนการคัดกรองเพื่อระบุสถานะผู้เสียหายจากการค้xมนุษย์อย่างถูกต้อง และไม่มีการส่งตัวไปยังบริการช่วยเหลือที่เหมาะสม

    32.- นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชายังเดินหน้าขัดขวางไม่ให้องค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) เข้าไปคัดกรองหรือให้บริการช่วยเหลือผู้เสียหายชาวต่างชาติในสถานกักกันตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงสั่งห้ามจัดหาที่พักพิงโดยไม่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากรัฐบาล

    33.- ซึ่งการอนุมัติดังกล่าวมักจะไม่เกิดขึ้นเลย ส่งผลให้ระบบช่วยเหลือผู้เสียหายไม่เพียงพอต่อจำนวนเหยื่อที่หลบหนีออกจากศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    34.- และยิ่งกว่านั้น คือการที่เจ้าหน้าที่กัมพูชาลงโทษเหยื่อการค้xมนุษย์โดยไม่เหมาะสม ด้วยข้อหา “ การกระทำผิดกฎหมายเข้าเมือง ” ทั้งที่การละเมิดกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการถูกบังคับและตกเป็นเหยื่อของการค้xมนุษย์โดยตรง

    …………..…………..…………..………………………………

    ▪️ เกาะสวรรค์ ฝันร้ายลองเบย์

    “ สถานีตำรวจเป็นของพวกเรา ที่นี่จึงปลอดภัยที่สุด ”

    —— คำกล่าวของกลุ่มผู้บริหารฐานปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ ภายในโครงการลองเบย์ (Long Bay Dara Sakor) ———

    35.- โครงการ " ลองเบย์ " (Long Bay Dara Sakor) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกาะสวรรค์แห่งใหม่สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และศูนย์กลางความบันเทิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ภายในพรั่งพร้อมด้วยโรงแรม คอนโดมิเนียม รีสอร์ต สนามกอล์ฟ สนามบิน ตลอดจนท่าเรือน้ำลึกที่รองรับได้ทั้งกิจการพาณิชย์และภารกิจทางการทหาร

    36.- โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ เขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสาคร ” (Dara Sakor SEZ) ในจังหวัดเกาะกง ซึ่งนับเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา และถูกโฆษณาชวนเชื่อไว้ว่าเป็น " จุดหมายปลายทางชายฝั่งระดับโลกสำหรับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม "

    37.- แต่ภาพความเจริญริมอ่าวไทยกลับเป็นเพียงฉากหน้าเพื่อกลบซ่อนความจริงอันน่าสะพรึงกลัวของเกาะสวรรค์ไว้เบื้องหลัง เมื่อล่าสุด “ ทีมข่าวสืบสวนสอบสวน 101 East ” จากสำนักข่าวระดับโลกอย่าง “ Al Jazeera ” ได้ลงพื้นที่จริงแฝงตัวครั้งสำคัญเพื่อสืบสวนในทางลับ

    38.- ด้วยความกล้าหาญของทีมผู้สื่อข่าว ได้แก่ “ Lynn Lee ” , “ James Leong ” และ “ Alex Lee ” ที่ยอมเสี่ยงชีวิตแฝงตัวเป็นนักลงทุนธุรกิจพนันออนไลน์จากฟิลิปปินส์ จนสามารถบันทึกภาพและคำสารภาพของเจ้าพ่ออาชญากรรมรายนี้ไว้ได้อย่างชัดเจน

    39.- ตัวละครหลักผู้อยู่เบื้องหลังการเนรมิตอาณาจักรแห่งนี้คือ “ Deng Pibing “ มหาเศรษฐีระดับพันล้านเชื้อสายจีน ผู้ซึ่งเข้ามากว้านซื้อสัญชาติกัมพูชา ควบคู่ไปกับการถือหนังสือเดินทางของประเทศแอนติกาและบาร์บูดา นอกจากนี้ เขายังถือครองเครือข่ายบริษัทบังหน้าในฮ่องกงรวมถึงกลุ่มอาณาจักรโรงแรมหรูอย่าง Dara Sakor Hotel Group และ Dara Sakor Hotels and Resorts

    40.- “ Deng Pibing “ ได้ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในกัมพูชาและใช้เวลานานหลายปีในการสร้างภาพลักษณ์ฉากหน้าให้กลายเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จและพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชา

    41.- ยิ่งไปกว่านั้น “ Deng Pibing “ ยังมักอ้างถึงสายสัมพันธ์ระดับสูงที่เป็นบารมีหนุนหลัง โดยระบุชื่อของ “ Cheat Moni ” บอดี้การ์ดหญิงสังกัดหน่วยองครักษ์ประจำตัว “ สมเด็จฮุน เซน ” ตลอดจน “ Yim Leak ” นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลชาวกัมพูชา ซึ่งมีพี่สาวคือ “ Yim Chhaylin ” อดีตภรรยาของ “ ฮุน มานี ” บุตรชายคนที่ 4 ของ “ สมเด็จฮุน เซน ”

    42.- และมีพี่ชายคือ “ Yim Leang ” รองอธิบดีตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการฝ่ายอารักขาความปลอดภัย โดยอ้างว่าบุคคลเหล่านี้ต่างคอยวิ่งเต้น คุ้มกัน และให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังเสมอมา อย่างไรก็ดี ทางด้านทนายความของ “ Yim Leak ” ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาและการมีความเชื่อมโยงกับเรื่องดังกล่าว

    43.- “ Deng Pibing “ ยังได้เปิดปากอธิบายถึงกลไกการทำงาน ค่าใช้จ่ายในแต่ละปฏิบัติการ ตลอดจนสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ซึ่ง “ เขาเป็นคนสร้างสถานีตำรวจขึ้นมาเอง ” และ “ เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ตำรวจกัมพูชา ” ทั้งที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง

    44.- นอกจากนี้ “ Deng Pibing “ ยังระบุว่าเงินส่วนใหญ่ที่ได้จากการฉ้อโกงจะถูกส่งต่อไปยังบิ๊กบอสระดับบน ส่วนที่เหลือจึงจะเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง พร้อมทิ้งท้ายว่า ธุรกิจแก๊งสแกมเมอร์และหลอกลวงออนไลน์นี้ สามารถทำกำไรมหาศาลยิ่งกว่าการค้ายxเสพติxเสียอีก

    45.- ด้วยสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นและอิทธิพลที่ครอบงำตำรวจไว้ได้ ส่งผลให้ “ Deng Pibing “ ถึงขั้นใช้รถตู้ของตำรวจพาทีมข่าวแฝงตัวเข้าไปเยี่ยมชมฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการต้มตุ๋นข้ามชาติด้วยตนเอง ซึ่งซ่อนตัวอย่างมิดชิดอยู่ภายในโครงการ " ลองเบย์ " (Long Bay) อาณาจักรเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่ฉากหน้าถูกเนรมิตขึ้นมาตบตาคนภายนอกว่าเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวและรีสอร์ตหรูหราแถบชายฝั่ง

    46.- แต่บรรยากาศภายในกลับเงียบเหงาวังเวงราวกับไร้ผู้คน เพราะแท้จริงแล้ว ด้านหลังแนวกำแพงสูงลิ่วที่แน่นหนานั้น กลับถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการเพื่อกักขังเหยื่อค้xมนุษย์ รวบรวมผู้ถูกหลอกลวงมาบังคับใช้แรงงานทาxยุคใหม่ที่ไร้อิสรภาพ

    47.- นอกจากนี้ “ Deng Pibing “ ยังพาเดินชมพื้นที่อย่างห้อง VIP ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นสถานที่มั่วสุมยxเสพติx และจัดปาร์ตี้คาราโอเกะสุดเหวี่ยงโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ภาพเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่า อาณาจักรมืดอันยิ่งใหญ่แห่งนี้มีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลระดับสูงสุดของประเทศคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

    48.- ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านสารคดีสืบสวนเชิงลึกชุด " Exposing an alleged crime kingpin's Cambodian empire" (เปิดโปงเจ้าพ่ออาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังอาณาจักรในกัมพูชา) ที่เข้าแกะรอยและตีแผ่ความจริงอันดำมืดของอาณาจักรที่สร้างขึ้นบนฐานการทุจริตคอร์รัปชันอย่างหมดเปลือก

    >> https://www.aljazeera.com/video/101...ng-an-alleged-crime-kingpins-cambodian-empire

    49.- และปมเรื่องยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อพบว่า “ Deng Pibing ” มีความเชื่อมโยงทางธุรกิจโดยตรงกับ " She Zhijiang " เจ้าพ่ออาชญากรรมข้ามชาติผู้ก่อตั้งศูนย์สแกมเมอร์ชื่อกระฉ่อนอย่าง " ชเวโก๊กโก่ " (Shwe Kokko) บริเวณชายแดนไทย- เมียนมา

    50.- ทั้งสองเคยปรากฏตัวร่วมกันบนเวทีในพิธีเปิดโซนความบันเทิง ” Long Bay Entertainment “ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ เขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสาคร ” (Dara Sakor SEZ) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 โดยมีภาพถ่ายยืนยันขณะ “ She Zhijiang “ , “ Deng Pibing “ และ ” Wu Jianfeng “ กำลังเททรายลงบนป้ายโลโก้โครงการ

    51.- สำหรับ " She Zhijiang " นักธุรกิจสัญชาติจีน เจ้าของกลุ่มบริษัท “ Yatai International Holdings Group ” ถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ถูกทางการไทยจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ตามหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (Interpol) หลังถูกรัฐบาลจีนระบุว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายบ่อนการพนันออนไลน์ข้ามชาติกว่า 200 แห่ง มูลค่าหลายแสนล้านบาท

    52.- รวมถึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้xมนุษย์ และการฟอกเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ " ชเวก๊กโก " รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งมุ่งเป้าหลอกลวงพลเมืองจีนเป็นหลัก ทั้งนี้ ทางการไทยได้ส่งมอบตัวเขาให้แก่เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนไปแล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2025

    ข่าวการจับกุม She Zhijiang
    >> https://www.occrp.org/en/news/gambling-tycoons-partners-abandon-him-as-extradition-to-china-looms
    >> https://www.thaipbs.or.th/news/content/358470

    53.- นอกจากนี้เอกสารการจดทะเบียนบริษัทในฮ่องกงที่ได้รับมาโดย ” องค์กรสื่อสืบสวนสอบสวนระดับสากล OCCRP “ ได้ยืนยันว่า ความเชื่อมโยงของชายทั้งสามคนในพื้นที่ดาราสาครไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความสัมพันธ์ชั่วคราวเอกสารดังกล่าวระบุชัดว่า “ She Zhijiang ” ถือหุ้นและเป็นเจ้าของบริษัทที่ชื่อว่า “ Cosmos Rise Investment Limited ” ร่วมกับ “ Wu Jianfeng ” โดยมี “ Deng Pibing “ ที่นั่งเก้าอี้บริหารในตำแหน่งผู้อำนวยการของบริษัท

    54.- ขณะเดียวกัน “ Wu Jianfeng ” และ “ Deng Pibing “ ยังเป็นผู้บริหารหลักของ “ Zheng Heng Group Co., Ltd. ” บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นตัวหลักในการดำเนินโครงการพัฒนา ” เขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสาคร “ (Dara Sakor SEZ) เคียงข้างกับ “ Union Development Group (UDG) ” บริษัททุนจีนที่มีรัฐบาลจีนหนุนหลัง

    55.- สำหรับ “ เขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสาคร ” (Dara Sakor SEZ) แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของท่าเรือขนส่งขนาดใหญ่และสนามบินนานาชาติที่สร้างโดยจีน ซึ่งมีรันเวย์ยาวพอที่จะรองรับเครื่องบินรบทางทหารได้ ทั้งยังอยู่ไม่ห่างจาก “ ฐานทัพเรือเรียม ” ที่จีนเข้ามาขยายพื้นที่ให้กัมพูชาเพียงไม่กี่ไมล์ทางทะเล

    56.- ความเชื่อมโยงทางยุทธศาสตร์นี้ส่งผลให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัท “ Union Development Group (UDG) ” ไปตั้งแต่ปี 2020 โดยระบุว่า " บริษัทดังกล่าวถูกรัฐบาลจีนใช้เป็นฉากหน้าในการแผ่อิทธิพลและผลประโยชน์ทางการทหาร ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก "

    57.- ยิ่งไปกว่านั้น “ Deng Pibing “ นี้ยังพัวพันกับ “ Benjamin Mauerberger ” (เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์) ชาวแอฟริกาใต้ หรือที่รู้จักในนาม " เบน สมิธ " ล็อบบี้ยิสต์และนักการเงินผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของฉายา " ฟิกเซอร์ " (Fixer) และ " โจ โหลว แห่งประเทศไทย " - ซึ่งถูก “ Tom Wright ” อดีตผู้สื่อข่าวมือรางวัลจาก “ The Wall Street Journal ”เปิดโปงพฤติการณ์ผ่านช่องทางออนไลน์ " Hunting Whales " เกี่ยวกับการฟอกเงินผ่านตลาดหุ้น

    58.- รายงานของ Tom Wright ระบุว่า “ Benjamin Mauerberger ” ทำหน้าที่เป็นตัวกลางและนอมินีถือครองทรัพย์สินลับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพชรจากแอฟริกา, เหมืองทองคำและพลาตินัม, กองทุนสำรองทองคำในกัมพูชา, สินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ

    59.- ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์หรูในลอนดอน ดูไบ และมอนเตเนโกร ซึ่งเส้นทางการเงินและทรัพย์สินเหล่านี้ได้ลากเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้มีอำนาจระดับสูงในภูมิภาค ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และ “ สมเด็จฮุน เซน ” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

    60.- “ Benjamin Mauerberger ” (เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่อยู่เคยอยู่ในห้องเดียวกับ “ Deng Pibing ” เมื่อครั้งเดินทางไปยังธนาคาร “ B.I.C. (Cambodia ) Bank ” ในกรุงพนมเปญเมื่อปี 2018 ธนาคารดังกล่าวอยู่ภายใต้ B.I.C. Group ของ “ Yim Leak ” ประธานคณะกรรมการบริษัท B.I.C. Group และธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งมีบริษัทในเครืออยู่จำนวนมาก

    61.- นอกจากนี้ “ Yim Leak ” ยังเป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ 61 เฮกตาร์ในชื่อ “ One Phnom Penh ” รวมถึงเป็นเจ้าของบริษัท Kulen Property Group ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา ปัจจุบันมีการประเมินกันว่า “ Yim Leak ” มีทรัพย์สินรวมมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    62.- ซึ่งสิ่งที่ธนาคาร “ B.I.C. (Cambodia ) Bank ” ให้ความสนใจไม่ใช่คาสิโนรีสอร์ทหรูที่มีผู้อยู่อาศัย 80,000 คนตามที่ “ Deng Pibing ” นำเสนอ แต่เป็นเงินฝากสดมหาศาลซึ่งมีช่วงหนึ่งสูงถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ราว 2,014 ล้านบาท)

    ข่าวการเปิดโปงเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger)
    >> https://whalehunting.projectbrazen....crypto-cartel-buying-states-to-fight-the-u-s/
    >> https://themomentum.co/feature-who-is-benjamin-mauerberger/
    >> https://www.thaipbs.or.th/news/content/356037

    63.- และผลจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในกัมพูชา ลาว และเมียนมา จนนำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรระดับสากล ตามรายงานของสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้นำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรระดับสากล

    64.- ด้านเว็บไซต์ www.opensanctions.org ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน ปี 2018 ประกาศคว่ำบาตร บริษัท “ Zheng Heng Group Co., Ltd. ” ของ “ Deng Pibing ” เนื่องจากพบความเชื่อมโยงในการเข้าไปถือหุ้นและมีอำนาจบริหารบางส่วนใน “ ธนาคาร B.I.C. (BIC Bank) ”

    65.- ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทดังกล่าวยังให้การสนับสนุนและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกักขังทรมาน ตลอดจนการบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมายในพื้นที่ " ลองเบย์ " (Long Bay Dara Sakor) เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

    66.- โครงการลองเบย์ (Long Bay Dara Sakor) ถูกทางการกัมพูชาบุกเข้าปราบปรามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แม้ผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่จะหลบหนีไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงยึดหลักฐานสำคัญและจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้บางส่วน นำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองของ “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026

    67.- ขณะที่ตัวละครสำคัญอย่าง “ Deng Pibing ” ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชาระบุว่า เขาได้หลบหนีออกจากกัมพูชาไปตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด องค์การตำรวจสากล (Interpol) ได้ยกระดับออกหมายแดงเพื่อติดตามจับกุมตัวเจ้าพ่ออาชญากรรมรายนี้แล้ว

    …………..…………..…………..………………………………

    68.- วิกฤตการณ์ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นคลื่นใต้น้ำที่สั่นคลอนเสถียรภาพอำนาจของ “ ฮุน มาเนต ” รัฐบาลกัมพูชาชุดใหม่ ตลอดจนตระกูลฮุน ในการรับมือกับศึกรอบด้านเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนให้กลับคืนมา ท่ามกลางสายตาของประชาคมโลกที่กำลังจับตามองยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

    …………..…………..…………..………………………………

    ที่มาข้อมูล

    https://assets.publishing.service.gov.uk/media/68edf492a8398380cb4acffe/Global_Human_Rights.pdf

    https://bangkok.ohchr.org/news/2022...trafficking-forced-criminality-southeast-asia

    https://www.facebook.com/share/r/18Yjdo58DK/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/19YxLMTHz4/?mibextid=wwXIfr

    https://www.state.gov/reports/2026-trafficking-in-persons-report/cambodia

    https://www.facebook.com/share/1cgEeAwhAT/?mibextid=wwXIfr

    https://isranews.org/article/isranews-news/143699-Companyyy.html

    https://phnompenhpost.com/national/...ounds-implicated-officials-face-legal-action/

    https://www.linkedin.com/posts/garw...s-cambodian-activity-7514707575725031425-yuHI

    https://www.facebook.com/share/r/1DQKUEwhRS/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1E5pjHTgNn/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/14rNZXAgiKK/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/r/1EiD9EbM2z/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/r/1BX1GCBAmk/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/r/1FNLqbx3bd/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/14uQZY89Lar/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/19fYyS7kuJ/?mibextid=

    https://cambodianess.com/article/vietnam-puts-up-8m-for-friendship-school

    https://www.facebook.com/share/18hbLQDzrU/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1HtCjZGRi6/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/1DgHE4f1PA/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1BsFdMeQcP/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/1C1iahraBb/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/r/1HoDgBhFyS/?mibextid=wwXIfr

    https://cambojanews.com/hun-sen-says-cambodia-holds-2-5-billion-in-treasury-amid-banknote-rumors/

    https://asianews.network/despite-en...intains-cambodias-tier-3-trafficking-ranking/

    https://www.facebook.com/share/v/18ogzXB1ip/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/v/1EQU96ogP7/?mibextid=wwXIfr

    …………..…………..…………..………………………………

    FB_IMG_1791971266456.jpg FB_IMG_1791971269026.jpg FB_IMG_1791971272041.jpg FB_IMG_1791971274390.jpg FB_IMG_1791971276898.jpg FB_IMG_1791971279179.jpg FB_IMG_1791971281332.jpg FB_IMG_1791971283804.jpg FB_IMG_1791971286081.jpg FB_IMG_1791971288217.jpg FB_IMG_1791971290302.jpg FB_IMG_1791971295373.jpg FB_IMG_1791971297480.jpg FB_IMG_1791971300597.jpg FB_IMG_1791971303117.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/19deP4XejN/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สิ้นชาติ ครบรอบ 2 ปี ประชาชนต้องหนีตาย กลายเป็นคนไร้บ้าน หลังมุสลิมชีอะห์ คู่ค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของยิวไซออนิสต์ ได้บุกตีดินเเดนชนชาติเเรกของโลก ที่ยกศาสนาคริสต์ให้เป็นศาสนาประจำชาติ
    ชาวอาร์ทซัคเชื้อสายอาร์เมเนีย หลักเเสนคน ขณะกำลังอพยพออกจากภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค เตรียมมุ่งหน้าสู่สาธารณรัฐอาร์เมเนีย เพื่อลี้ภัย หลังจากสาธารณรัฐอาร์ทซัค ประเทศของพวกเขาพ่ายเเพ้สงครามให้กับสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ถูกกองทัพอาเซอร์ไบจาน ที่มีอาวุธไฮเทค-ได้รับการสนับสนุนด้านข่าวกรองจากรัฐอิสราเอล เข้ายึดครองพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ วันที่ 21 กันยายน ปี 2023

    ประธานาธิบดี “ซามเวล ชาห์รามันยาน” เเห่งอาร์ทซัค ประกาศวางอาวุธ ประกาศสลายกองทัพป้องกันอาร์ทซัค ยอมจำนนต่อรัฐบาลบากู ก่อนที่ผู้นำอาเซอร์ไบจาน จะเปิดโอกาสให้ชาวอาร์ทซัคเลือก ว่า จะอพยพไปอยู่ที่อื่นแบบไร้สัญชาติ ก็จะเปิดทางให้อพยพ กลับไม่อพยพ อยู่ที่เดิม เเต่ต้องยอมเป็นพลเมืองสัญชาติอาเซอร์ไบจาน อยู่ใต้กฎหมายอาเซอร์ไบจาน

    เเน่นอน ชาวอาร์ทซัค หรือ คนนากอร์โน-คาราบัค ที่เกือบทั้งหมดมีเชื้อสายอาร์เมเนีย เลือกอพยพไปอยู่ที่อื่น ไม่ขออยู่ใต้การปกครองของอาเซอร์ไบจาน เพราะหวั่นว่าจะโดนชาวเติร์กฆ่าล้างบางเหมือนในครั้งอดีตเเละที่ผ่านมาไม่นานอีก

    สุดท้าย ถ้านับปัจจุบัน พึ่งจะผ่านมา 2 ปี วันที่ 1 มกราคม ปี 2024 อาร์ทซัค ประเทศของชาวอาร์เมเนียพลัดถิ่น ที่อยู่มานานกว่า 3 ทศวรรษ ก็ได้ล่มสลาย ไม่มีอยู่อีกต่อไป เมื่อ ชาห์รามันยาน ประธานาธิบดีคนสุดท้ายเเห่งสาธารณรัฐอาร์ทซัค ที่มีอาร์เมเนีย-สหพันธรัฐรัสเซีย-สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ถือหาง ประกาศยุบประเทศที่โลกไม่ยอมรับลง วันที่ 1 มกราคม ปี 2024 ปล่อยให้ดินเเดนเเห่งนี้ ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานแบบเต็มตัว

    ซึ่งนับเป็นอีกครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ที่ชาวคริสต์อาร์เมเนีย ต้องจำใจทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ยอมเสียดินเเดนให้กับชาวเติร์กมุสลิม

    FB_IMG_1791971559854.jpg FB_IMG_1791971562364.jpg FB_IMG_1791971564148.jpg FB_IMG_1791971566229.jpg FB_IMG_1791971568328.jpg FB_IMG_1791971570407.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1Dx8K2qX7q/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา ยืนยันจะไม่อนุญาตให้ปลูกกัญชาในกัมพูชา เชื่อว่าไม่สามารถควบคุมดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างประเทศไทย
    .
    คลิกอ่านข่าว : https://www.ch7.com/th/news/192552
    .
    #Ch7HDNews #ข่าวออนไลน์7HD
    ติดตามข่าวช่อง 7HD ทุกช่องทางออนไลน์ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews
    https://www.facebook.com/share/p/1ByvEEtr7w/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน !!

    เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์เตือนประชาชน:
    "เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

    ในสารที่ส่งถึงประชาชนชาวกาตาร์ ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมสำหรับสภาวะที่ยากลำบากและสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ประกาศว่า: เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และทุกคน รวมถึงสถาบันและประชาชน ต้องรับผิดชอบในส่วนของตนเอง

    ข่าวโลกที่3
    https://www.facebook.com/share/v/1FCUtDhe6L/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Ow.mp4
      ขนาดไฟล์:
      174.8 KB
      เปิดดู:
      9
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินโดนีเซีย | วิกฤตขาดแคลนน้ำมัน

    เกาะบาหลีปั่นป่วน น้ำมันขาดแคลนหลายวัน รถต่อคิวยาวหลายกิโลเมตร ประชาชนรอเติมน้ำมันนานหลายชั่วโมง

    สื่ออินโดนีเซียรายงานวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ว่า เกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซีย กำลังเผชิญปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนตามสถานีบริการหลายแห่ง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมัน

    ปัญหาเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงวันที่ 7–9 ตุลาคม และรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งเมืองเดนปาซาร์ เขตบาดุง ตาบานัน และเกียนยาร์ บางจุดมีรถต่อคิวยาวหลายกิโลเมตรจนกระทบการจราจร

    น้ำมันที่ได้รับผลกระทบมีทั้ง Pertalite ซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินราคาประหยัดที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ และ Pertamax ซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินอีกประเภทหนึ่งที่มีราคาสูงกว่า

    ประชาชนบางรายต้องรอนานหลายชั่วโมง แต่เมื่อถึงคิวกลับพบว่าน้ำมันหมด ทำให้ต้องเดินทางไปหาสถานีบริการแห่งอื่น ขณะที่บางคนจำเป็นต้องซื้อน้ำมันจากผู้ขายต่อในราคาสูงกว่าปกติ

    สถานการณ์กระทบชีวิตประจำวันของชาวบาหลี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานและประกอบอาชีพ

    บริษัทเปอร์ตามินา รัฐวิสาหกิจพลังงานอินโดนีเซีย ชี้แจงว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากเรือบรรทุกน้ำมันมีปัญหาระหว่างเข้าเทียบท่าและขนถ่ายสินค้า ทำให้การส่งน้ำมันเข้าสู่ระบบกระจายสินค้าเกิดความล่าช้า

    เมื่อรถขนส่งน้ำมันส่งเชื้อเพลิงไปยังปั๊มไม่ทันตามความต้องการ สถานีบริการบางแห่งจึงต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราว ส่งผลให้ประชาชนไปรวมตัวเติมน้ำมันที่ปั๊ม ที่ยังมีน้ำมันเหลืออยู่

    ล่าสุด เปอร์ตามินาเร่งขนส่งน้ำมันเพิ่มเติมรวม 26.2 ล้านลิตรเข้าสู่บาหลี โดยทยอยส่งผ่านเรือบรรทุกน้ำมันในวันที่ 12, 14 และ 16 ตุลาคม พร้อมเร่งกระจายไปยังสถานีบริการ

    ทางการยังจัดให้สถานีบริการหลายแห่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบายรถที่ต่อคิวสะสมและลดความเดือดร้อนของประชาชน

    ด้านผู้ว่าการบาหลียืนยันว่า น้ำมันที่ทยอยเข้ามาใหม่จะช่วยให้มีปริมาณสำรองเพียงพอ พร้อมขอให้ประชาชนเติมน้ำมันตามความจำเป็น ไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน

    แม้ทางการกำลังเร่งแก้ไขปัญหา แต่วันที่ 14 ตุลาคม ยังมีรายงานการต่อคิวยาวในบางพื้นที่ ขณะที่สถานการณ์เริ่มส่งผลไปถึงบางเมืองในจังหวัดชวาตะวันออกด้วย

    เครดิตข่าว: บาหลีโพสต์, เดติกบาหลี, | 14 ตุลาคม 2569
    https://www.facebook.com/share/1GD8QZP7oB/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดีเซลหืดจับ การันตีดีเซลตึงตัวหนักถึงขาดแคลนในตลาดโลกยาวข้ามไปถึงกลางปี 2027 ไออีเอชี้ราคาดีเซลขายส่งในตลาดโลกกระฉูดถึง 220 ดอลลาร์แพงเป็นประวัติศาสตร์ ดีลรัสเซียเติมดีเซลตลาดโลกไม่ช่วยอะไร BTimes

    https://www.facebook.com/share/1DPFLk9MRK/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คลังอนุมัติ "สินเชื่อบ้านคนละหลัง พลัส" 5 หมื่นล้าน กู้สูงสุด 3 ล้าน ดอกเบี้ยเริ่ม 2.6% ผ่อนนาน 40 ปี

    14 ตุลาคม 2569 #คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ #โครงการสินเชื่อบ้าน “#คนละหลัง PLUS” ของ #ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อ #ช่วยประชาชนรายได้น้อยถึงปานกลาง เข้าถึง #สินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยให้กู้ได้สูงสุดรายละ 3 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 40 ปี และกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 2 ปีแรก เริ่มต้น 2.6% ต่อปี
    .
    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการกำหนดอัตราดอกเบี้ย 2 รูปแบบ ได้แก่ 2.6% ต่อปี สำหรับผู้เข้าเกณฑ์รายได้ปกติ และ 2.8% ต่อปี สำหรับกรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ ทั้งนี้ การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ธอส.
    .
    ผู้สนใจยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึง 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะเต็ม โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 125,000 ล้านบาท
    .
    ผู้กู้ควรตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไขหลักประกัน และอัตราดอกเบี้ยหลังครบ 2 ปีแรกกับ ธอส. ก่อนยื่นคำขอ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยช่วงถัดไปและเงื่อนไขอนุมัติเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/1EtxnVN5ot/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ออกข่าวใหญ่ที่ญี่ปุ่น "กัมพูชาแดนสแกมเมอร์" ในชื่อตอน "แม่ตามหาลูกชายที่หายไป หลังจากพบว่าถูกขายในคดีหลอกลวงทางไซเบอร์ ซึ่งเขาอ้างว่าจะได้ไปทำงานที่กัมพูชา" จากช่อง ANN news มีผู้รับชมแล้วมากกว่า 7 แสนครั้ง

    แปล : มีการเปิดเผยข้อมูลว่า มีชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งถูกพาตัวไปยังต่างประเทศ โดยไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางที่แท้จริง เพื่อไปทำงานให้กับขบวนการฉ้อโกงรูปแบบเฉพาะทาง และต่อมาก็ได้ขาดการติดต่อไป เราได้พูดคุยกับแม่คนหนึ่งที่กำลังตามหาลูกชายซึ่งเป็นนักศึกษา โดยลูกชายออกจากบ้านไปเมื่อ 9 เดือนก่อนโดยบอกว่าจะไปท่องเที่ยว แต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อโดยสิ้นเชิง

    - ลูกชายออกจากบ้านไป "เที่ยวเกาหลีใต้ 3 วัน" แต่ผ่านไป 9 เดือนยังไม่กลับมา

    - นครวัด (Angkor Wat) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก ตั้งอยู่ในเมืองเสียมราฐทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ชาวญี่ปุ่นก็เคยนิยมไป

    - ในกรุงพนมเปญซึ่งเป็นเมืองหลวง พระบรมราชวังทอประกายสีทองอร่าม ในขณะที่ตึกระฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขง แม้ว่ากัมพูชาจะมีการพัฒนาความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีปัญหาร้ายแรงแฝงอยู่เบื้องหลังความเจริญเหล่านั้น

    - ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าบุกทลายฐานปฏิบัติการของขบวนการฉ้อโกงรูปแบบเฉพาะทางภายในประเทศกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

    - เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา กรมตำรวจนครบาลได้ประกาศการจับกุมชายรายหนึ่งอีกครั้ง ในข้อหาลักพาตัวหญิงสาววัย 20 ปี และส่งตัวเธอไปยังกัมพูชา โดยมีจุดประสงค์เพื่อบังคับให้เธอทำงานให้กับขบวนการฉ้อโกงดังกล่าว

    - เชื่อกันว่าฐานปฏิบัติการของขบวนการฉ้อโกงเหล่านี้ (ในกัมพูชา) ยังคงดำเนินการอยู่ และมีข้อสงสัยว่ามีชาวญี่ปุ่นถูกกักขังอยู่ที่นั่นโดยไม่สมัครใจ และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศของเราได้

    - สัมภาษณ์คุณแม่วัย 50 กว่าปี ของนักศึกษาที่หายตัวไป : "ฉันแค่อยากให้ลูกของฉันปลอดภัย และไม่อยากให้ครอบครัวอื่นต้องมาเผชิญกับสถานการณ์แบบเดียวกับที่เรากำลังเจออยู่"

    - หญิงคนดังกล่าวซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดฟุกุโอกะ บนเกาะคิวชูที่อยู่ทางใต้ของญี่ปุ่น ไม่ได้พบหน้าลูกชายที่เป็นนักศึกษามาเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว นับตั้งแต่เขาออกจากบ้าน โดยลูกชายบอกว่าจะไปเที่ยวเกาหลีใต้กับเพื่อน ๆ เป็นเวลา 3 วัน

    - เธอบอกกับนักข่าวว่า "มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็นข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งระบุว่าเขาอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งแตกต่างจากจุดหมายปลายทางที่ฉันได้รับแจ้งไว้ ทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจอย่างมาก เมื่อฉันปรึกษากับตำรวจ พวกเขาอธิบายว่าลูกชายอาจเข้าไปพัวพันกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือขบวนการฉ้อโกงรูปแบบเฉพาะทาง" ไม่มีการตอบกลับข้อความที่เธอส่งไป และการติดต่อกับเขาก็ขาดหายไปโดยสิ้นเชิง ท่ามกลางความวิตกกังวลที่กัดกินใจในแต่ละวัน ผู้เป็นแม่ได้แจ้งความคนหายกับตำรวจและเฝ้ารอข่าวคราว

    - จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว เธอได้รับวิดีโอคอลจากลูกชายอย่างไม่คาดคิด "ดูเหมือนว่าเขากำลังนั่งทานอาหารอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่น บรรยากาศดูรื่นเริงทีเดียว"

    - ลูกชายของเธออธิบายว่า "ผมกำลังทำงานให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในกัมพูชา" แต่ทุกครั้งที่เธอถามถึงสถานที่ตั้งที่แน่ชัด เขากลับบ่ายเบี่ยงและกดดันให้เธอถอนแจ้งความเรื่องคนหาย

    - เธอตอบนักข่าวว่า "เขาเอาแต่เรียกร้องให้ฉันส่งเอกสารยืนยันว่าได้ยกเลิกคำร้องขอให้ตามหาตัวแล้ว โดยอ้างว่าเรื่องนี้สร้างปัญหาให้กับบริษัทของเขา นั่นยิ่งทำให้ฉันสงสัย... หรือจะพูดให้ถูกคือ ยิ่งทำให้ฉันกังวลใจมากขึ้นไปอีก"

    - แม้จะยืนยันได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แต่เธอก็ขาดการติดต่อกับเขาไปอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเธอกันแน่ ? (เสียงนักข่าวพูด)

    - รายการได้พูดคุยกับชายคนหนึ่งที่สามารถหลบหนีจากฐานปฏิบัติการแก๊งฉ้อโกงในกัมพูชาได้ และมีโอกาสได้เดินทางกลับญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้า

    - คุณทานากะ (นามสมมติ อายุ 30 กว่าปี) "มันเป็นแบบนี้ครับ... มีแม่น้ำสายต่าง ๆ กัมพูชามีทั้งแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ และทะเลสาบขนาดใหญ่ (โตนเลสาบ) แม้แต่ในพื้นที่อย่างจังหวัดเสียมราฐซึ่งอยู่ใกล้นครวัด แต่ถ้าเทียบกับกัมพูชาแล้ว ญี่ปุ่นถือว่าอากาศเย็นสบายกว่าเยอะเลยครับ"

    - คุณทานากะมีความฝันอยากทำงานต่างประเทศมาโดยตลอด เขาเคยใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขณะทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็ถูกลักพาตัวโดยแก๊งฉ้อโกง...

    - คุณทานากะบอกต่อว่า "มันเหมือนกับว่าผมถูกขายให้กับมาเฟียโดยคนที่ผมเคยคิดว่าเป็นเพื่อน" ทุกอย่างเริ่มต้นในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา

    - เขาเล่าว่า เมื่อไปถึงที่ทำงาน มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นมาเฟียได้ดักรออยู่และบังคับให้เขาขึ้นรถไป

    - เขาถูกพาตัวไปยังอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งริมแม่น้ำโขงในกรุงพนมเปญ ที่นั่น เขาต้องใช้ชีวิตโดยถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในขบวนการฉ้อโกง ภายใต้การจับตามองอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

    - คุณทานากะตอบว่า "ตัวอาคารน่าจะสูงประมาณ 13 ชั้น เราพักอยู่ชั้นบน ส่วนพวกสมาชิกแก๊งมาเฟียพักอยู่ชั้นล่าง ผังห้องจัดวางโดยมีห้อง 3 ห้อง ถูกล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ซึ่งฉันได้รับมอบหมายให้ใช้หนึ่งในห้องเหล่านั้น โดยพื้นฐานแล้วฉันถูกกักบริเวณให้อยู่แค่ชั้นนั้นและถูกจับตามองตลอดเวลา"

    - งานที่ทานากะได้รับมอบหมายคือการปรับแก้บทพูดสำหรับใช้โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ ซึ่งทานากะไม่ได้จบการศึกษาแบบนี้มา

    - คุณทานากะอธิบายว่า "นี่คือร่างบทพูดของจริง ฉันมีหน้าที่รับบทเป็นคนโทรหาลูกค้า ใช่ครับเขาให้เรียกว่าลูกค้า หรือก็คือเหยื่อเป็นคนแรก นั่นคือบทที่ว่ามา พวกเขาจะยื่นกระดาษให้ผมแล้วบอกให้ผมช่วยแก้ภาษาญี่ปุ่นให้ฟังดูเป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น การเริ่มบทสนทนาด้วยคำว่า 'คอนนิชิวะ' (สวัสดี) ฟังดูแปลก ๆ ฉันเลยเปลี่ยนเป็น 'โมชิ-โมชิ' (ฮัลโหล/มีใครอยู่ไหม) แทน เพราะต้นฉบับดูเหมือนเอกสารที่แปลมาอีกที ทำให้มีบางจุดที่ฟังดูไม่สมเหตุสมผลในภาษาญี่ปุ่น"

    - ทานากะเล่าว่า เขาต้องฝึกซ้อมบทที่แก้ไขเสร็จแล้วซ้ำไปซ้ำมาจนจำขึ้นใจ

    - อย่างไรก็ตาม ชีวิตในอพาร์ตเมนต์แห่งนั้นไม่ได้ลำบากเรื่องอาหารการกิน อันที่จริงสมาชิกแก๊งมาเฟียมักจะเข้ามาพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองเสียด้วยซ้ำ

    - "พวกเขาชอบพูดทำนองนี้กับผมว่า 'มารวยไปด้วยกันเถอะ' หรือ 'ถ้าทำงานนี้ นายจะกลายเป็นคนรวยเลยนะ' ซึ่งผมไม่ชอบเลย และผมรู้ว่ามันไม่บริสุทธิ์"

    - ทานากะตอบนักข่าวว่า "ดูเหมือนว่าเงินที่ได้จากการหลอกลวงคนญี่ปุ่นนั้นมีจำนวนมหาศาล พวกเขาเลยมักจะมาปรึกษาฉันเรื่องวิธีพาคนญี่ปุ่นเข้ามาที่นี่เพิ่ม"

    - "ผมสังเกตว่า การพาคนเข้ามาในกัมพูชาจะเป็นเรื่องยากมาก ที่ฐานปฏิบัติการซึ่งผม (ทานากะ) ถูกกักตัวอยู่นั้น พวกเขาถึงกับพูดกันว่า 'Hey คนญี่ปุ่นมีค่ายิ่งกว่าเพชรเสียอีกนะ' พวกเขาจะดูแลคนญี่ปุ่นเป็นพิเศษยิ่งกว่าคนชาติอื่น ๆ ที่ได้รับมา"

    - แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เห็นด้านที่รุนแรงขององค์กรนี้ด้วย ทานะบอกเพิ่มเติมว่า "ในห้องอื่น ๆ มีอุปกรณ์สำหรับพันธนาการมือและเท้าคนอยู่ สิ่งเดียวที่ฉันคิดคือจะหนีออกไปได้อย่างไร ตั้งแต่วินาทีที่ถูกพาตัวมาที่นั่น ผมไม่เคยคิดจะร่วมมือหลอกลวงใครเลย ผมคิดแค่ว่าจะหนีไปให้ได้เท่านั้น" ทานากะแสร้งทำเป็นให้ความร่วมมือกับองค์กรดังกล่าวอยู่ 2 สัปดาห์ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกหลบหนีออกมาได้สำเร็จ

    - "กรุงพนมเปญเป็นเมืองหลวงที่มีทีท่าว่าจะเจริญ แต่ผมคิดว่ามันยังมีธุรกิจแบบที่ผมเจออีกเยอะมาก เพราะตึกสูงที่ผมเห็นมันมีลักษณะคล้ายกัน และเมืองไม่ได้มีสีสันมากนัก"

    - นักข่าวถามต่อ การหลบหนีเป็นเรื่องยากไหม? "ผมคิดว่ายาก มันคงไม่สำเร็จหรอก มันยากมาก หากแต่ละประเทศไม่จริงจังกับปัญหานี้ (เข้ามาช่วย) การหนีออกมาเองมันแทบเป็นไปไม่ได้" จบบทสัมภาษณ์ของคุณทานากะ

    - เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้เดินทางไปพบกับตำรวจกัมพูชาเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางรับมือกับกลุ่มแก๊งฉ้อโกงรูปแบบพิเศษ

    - ทาเคชิ โอฮามะ ผู้อำนวยการกองปราบปรามอาชญากรรมองค์กร สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า "เราทราบข้อมูลเกี่ยวกับคดีคนหายหลายสิบราย และเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้อาจกำลังอยู่ในกัมพูชา"

    - มีการจัดการประชุมระดับนานาชาติ ว่าด้วยเรื่องการฉ้อโกงออนไลน์ขึ้นที่กัมพูชาเมื่อวันที่ 23 ของเดือนนี้ (กันยายน 2026) โดยมีตัวแทนจากญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมด้วย

    - ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ในปีที่ผ่านมา (2025) มีการแจ้งความคนหายในญี่ปุ่นมากถึง 80,484 ราย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าใดที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแก๊งฉ้อโกงรูปแบบพิเศษในกัมพูชา

    - คุณแม่รายหนึ่งซึ่งมีลูกชายหายตัวไปนาน 9 เดือน จู่ ๆ ก็ได้รับข้อความจากลูกเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขายังสบายดี เธอเชื่อว่าการติดต่อสื่อสารครั้งนี้ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อให้ดูเหมือนว่าเป็นการหนีออกจากบ้านด้วยความสมัครใจ เพราะเขารู้นิสัยลูกของเขาดีว่าเขาเป็นคนที่อยู่ติดบ้าน และรักครอบครัว

    - คุณแม่ของนักศึกษามหาวิทยาลัย (วัย 50 กว่าปี) เธอให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันสงสัยว่าองค์กรฉ้อโกงอาจบังคับให้คนส่งข้อความทำนองว่า 'ฉันมาอยู่ที่นี่ด้วยความสมัครใจ' หรือ 'ฉันสบายดี' เพื่อให้คดีถูกจัดว่าเป็นกรณีหนีออกจากบ้านไปเอง"

    - เธอเป็นผู้ดูแลกลุ่มสนับสนุนบนโซเชียลมีเดียสำหรับครอบครัวที่กำลังตามหาคนที่รักซึ่งหายตัวไป และกล่าวว่าเธอมักได้รับเรื่องราวในลักษณะเดียวกันจากครอบครัวอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง "เมื่อมีการแจ้งความคนหาย คดีมักจะถูกจัดประเภทว่าเป็นแค่การหนีออกจากบ้านไปเองเท่านั้น"

    - ผู้เป็นแม่เชื่อว่าหากทางการญี่ปุ่นสามารถระบุคดีที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฉ้อโกงองค์กรได้อย่างถูกต้อง ก็อาจนำไปสู่การทลายฐานปฏิบัติการของแก๊งฉ้อโกงและการช่วยเหลือผู้สูญหายได้

    - "หากเรื่องจบลงแค่ว่าเป็นคดีคนหาย ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่หายตัวไปในต่างประเทศมักจะไม่ไปถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น ๆ นั่นแหละคือ 'กล่องดำ' หรือจุดเชื่อมโยงที่ขาดหายไป" แทนที่จะนั่งรออยู่เฉย ๆ ผู้เป็นแม่ตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่าง

    - "ตอนนี้ฉันอยู่ที่สนามบินฟุกุโอกะ และกำลังเดินทางไปประสานงานกับทางการในพื้นที่ค่ะ"

    - เธอตัดสินใจที่จะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากทางการท้องถิ่นด้วยตัวเอง เพื่อช่วยลูกชาย โดยหวังว่าการกระทำนี้จะช่วยให้สถานการณ์ที่กำลังหยุดชะงักมีความคืบหน้าขึ้นมาได้

    - "เวลาที่เราขอให้กระทรวงการต่างประเทศหรือสถานทูตช่วยประสานงานกับทางการท้องถิ่นเพื่อค้นหา หรือพูดให้ถูกคือเพื่อ 'ช่วยเหลือ' นั้น มักจะได้รับการตอบสนองที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าที่ควร ฉันเลยรู้สึกว่าการเดินทางไปที่นั่นด้วยตัวเองน่าจะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้บ้าง"

    กัมพูชายังเป็นประเทศที่น่าไปท่องเที่ยวหรือไม่ ? ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง และต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือนร้อนภายหลัง ทั้งจากครอบครัวของตัวเอง และเจ้าหน้าที่ที่ตามช่วยเหลือคุณ

    #Scammer #Cambodia #Scambodia #Japan #Tourism

    https://www.facebook.com/share/v/197eBWdBTr/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • bw.mp4
      ขนาดไฟล์:
      22.2 MB
      เปิดดู:
      12
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘ไทยพีบีเอส’ ชึ้แจง กรณีการยื่นแก้กฎหมาย และประเด็นข่าวที่้เกิดขึ้น

    ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการยื่นเสนอร่างกฎหมายเพื่อปรับเปลี่ยนแหล่งที่มาของเงินรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ไปใช้ระบบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงกรณีการนำเสนอผลการตรวจสอบของ
    สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงของ ส.ส.ท. นั้น

    ส.ส.ท. ขอขอบพระคุณในความห่วงใยจากทุกภาคส่วน และขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน ดังต่อไปนี้

    ๑. หลักประกันความเป็นอิสระทางการเงินของสื่อสาธารณะ (FINANCIAL INDEPENDENCE
    GUARANTEE)

    ส.ส.ท. ขอเรียนยืนยันถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่สื่อสาธารณะต้องมีแหล่งที่มาของรายได้ที่ไม่ผูกโยงกับงบประมาณแผ่นดินประจำปี ทั้งนี้ เพื่อเป็น “หลักประกันความเป็นอิสระ” (Financial Independence
    Guarantee) ตามหลักสากลของการดำเนินกิจการสื่อสาธารณะทั่วโลก และตามเจตนารมณ์ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ การรับงบประมาณผ่านช่องทางที่แยกต่างหากจากงบประมาณแผ่นดินปกติ เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองและกลุ่มทุน ทำให้สื่อสาธารณะสามารถรายงานข้อเท็จจริง ตรวจสอบ และนำเสนอเนื้อหาเพื่อประโยชน์สาธารณะได้อย่างตรงไปตรงมา ปราศจากอคติ และเป็นอิสระ ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแท้จริง สมดุลรอบด้าน อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

    กลไกที่ทำให้รายได้ของ ส.ส.ท. ไม่ผูกกับงบประมาณแผ่นดินประจำปี คือ "เงินบำรุงองค์การ" ซึ่งเป็นรายได้หลักขององค์การตามมาตรา ๑๑ ที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ และมีรายได้สูงสุดปีงบประมาณละไม่เกินสองพันล้านบาท ตามมาตรา ๑๒ โดยมาตรา ๑๑ วรรคสี่ บัญญัติว่ารายได้ขององค์การ "ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ" และมาตรา ๑๓ ให้
    กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้เรียกเก็บเงินบำรุงองค์การเพื่อนำส่งเป็นรายได้ของส.ส.ท. ส่งผลให้ ส.ส.ท. เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ดำเนินการภายใต้ทุน ทรัพย์สิน และรายได้ขององค์การ ตามมาตรา ๕

    นอกจากการรับเงินผ่านกลไกที่แยกต่างหากจากงบประมาณแผ่นดินปกติจะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองและกลุ่มทุน ทำให้สื่อสาธารณะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระแล้ว ส.ส.ท. ยังมีกลไกการบริหารงานภายในที่มุ่งคุ้มครองความเป็นอิสระของ ส.ส.ท. ไว้โดยตรง โดยมาตรา ๒๘ (๒) กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองรักษาความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริหาร ผู้อำนวยการ และพนักงาน ให้ปลอดจากการแทรกแซงใด ๆ รวมถึงมีกลไกป้องกันการแทรกแซงจากภายนอก
    ตามมาตรา ๕๖ ที่กำหนดให้การกระทำใด ๆ ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ขัดขวางหรือแทรกแซงองค์การให้เผยแพร่รายการที่ขัดหรือแย้งต่อวัตถประสงค์ ให้ถือเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลบังคับใช้

    ส.ส.ท. ขอเรียนว่า หากมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินรายได้ของ ส.ส.ท. ไปเป็นระบบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ย่อมกระทบต่อรากฐานของหลักประกันความเป็นอิสระทางการเงิน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ

    ๒. ข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

    กรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลใจเกี่ยวกับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างของ ส.ส.ท. น้อมรับฟังทุกข้อติติงด้วยความขอบคุณยิ่ง และขอชี้แจงข้อเท็จจริงทางกฎหมายว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมา ส.ส.ท. ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการ
    บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบของ ส.ส.ท. ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน รวมถึงจัดทำบันทึกรายงานผลการพิจารณา รายละเอียดวิธีการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ

    สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างโดย "วิธีเฉพาะเจาะจง" นั้น เป็นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีหนึ่งตามมาตรา ๕๕ ที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ได้เฉพาะกรณีตามมาตรา ๕๖ (๒) มิใช่เป็นวิธีที่หน่วยงานจะเลือกใช้โดยดุลพินิจ
    กล่าวคือ กฎหมายบัญญัติหลักการให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อน เว้นแต่เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ รวมถึงกรณีพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงราย
    เดียวหรือตัวแทนโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นทดแทน กรณีมีความจำเป็นต้องใช้โดยฉุกเฉิน กรณีพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้วและจำเป็นต้องจัดซื้อเพิ่มเพื่อ
    ความสมบูรณ์หรือต่อเนื่อง ตลอดจนกรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตามมาตรา ๕๖ (๒) ประกอบกฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑ ซึ่งกำหนดวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกินห้าแสนบาท สำหรับสินค้า งานบริการ และ
    งานก่อสร้างทั่วไป

    ทั้งนี้ ด้วยภารกิจของสื่อสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะทางเทคนิค จำเป็นต้องดำเนินการอย่าง
    ต่อเนื่อง หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนตามกรอบเวลาปฏิบัติงาน จึงอาจเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้เป็นรายกรณี ซึ่งกระบวนการทั้งหมดได้ดำเนินการสอดคล้องกับแผนงาน กรอบงบประมาณ
    และได้รับการอนุมัติหลักการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบภายในอย่างถูกต้อง
    การกำหนดราคากลาง ส.ส.ท. ได้ดำเนินการสืบราคาและเปรียบเทียบจากผู้มีอาชีพในท้องตลาดอย่างเป็นธรรม ตามนิยาม "ราคากลาง" ในมาตรา ๔ ซึ่งมีหลักเกณฑ์การคำนวณจากราคาตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการราคากลาง จนถึงการสืบราคาจากท้องตลาด และได้จัดให้มีการประกาศรายละเอียดข้อมูลราคา
    กลางและการคำนวณราคากลางในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ตามมาตรา ๖๓ รวมทั้งได้ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างและเหตุผลสนับสนุนในระบบของกรมบัญชีกลาง ตามมาตรา ๖๖

    ในส่วนของการคัดเลือกคู่สัญญา ส.ส.ท. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นข้อเสนอ ตามมาตรา ๖๔ ซึ่งรวมถึงความสามารถตามกฎหมาย เช่น การไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และการไม่เป็นผู้ทิ้งงาน รวมถึงได้ตรวจสอบตามหลักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามมาตรา ๑๓ ที่บัญญัติให้ผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในงานนั้น

    โดยจากการตรวจสอบ ไม่ปรากฏว่าผู้มีหน้าที่
    ดำเนินการ เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญา และไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยถึงความเชื่อมโยงที่ส่อไปในทางทุจริต อีกทั้ง กระบวนการตรวจรับงาน ได้ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ได้รับการ
    แต่งตั้งตามมาตรา ๑๐๐ โดยมีองค์ประกอบ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระตามที่ได้รับมอบหมาย

    ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันในความโปร่งใส ส.ส.ท. พร้อมที่จะนำเสนอเอกสารหลักฐานการดำเนินการแต่ละขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ หากปรากฏหรือตรวจพบว่า มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างรายการใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ มีการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การ ส.ส.ท. พร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายและวินัยให้ถูกต้องต่อไป

    ๓. การปฏิรูปองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)

    ทีมผู้บริหารชุดปัจจุบัน ซึ่งได้เข้ามาบริหารงานเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ตระหนักดีว่าที่ผ่านมา ส.ส.ท.มีข้อจำกัดและปัญหาบางประการในการบริหารจัดการ ซึ่งทีมผู้บริหารมิได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นมาโดยตลอด ส.ส.ท. มีความพร้อมและอยู่ระหว่างเตรียมการปฏิรูปองค์กร เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้มีความ
    โปร่งใส เปิดเผย และตรวจสอบได้ในทุกมิติ ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good
    Governance) ซึ่งประกอบด้วยหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า

    ส.ส.ท. ยินดีอย่างยิ่งในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพัฒนาและขับเคลื่อน ส.ส.ท. ให้เป็นสื่อสาธารณะที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่ไว้วางใจของสังคมและประเทศชาติตลอดไป
    FB_IMG_1791980369225.jpg FB_IMG_1791980371381.jpg FB_IMG_1791980373364.jpg
    องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    https://www.facebook.com/share/1b4bMqeVMC/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่หายแค้น "ฮูตี" ประกาศเอาคืนซาอุฯ ยิงขีปนาวุธถล่มอาคารบริษัทน้ำมัน Aramco ไฟไหม้ 3 ชั้นเสียหาย ท่ามกลางสงครามเยเมนปะทุรอบใหม่

    14 ตุลาคม 2569 #กลุ่มฮูตีในเยเมน ประกาศ #โจมตีสนามบิน และ #โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ของ #ซาอุดีอาระเบีย หลังเกิดเหตุโจมตีอาคารภายในกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในเมืองดาห์ราน ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย เมื่อคืนวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น จนเกิดไฟไหม้ในวงจำกัด
    .
    กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า เหตุเกิดกับอาคารสำนักงานภายในพื้นที่ของ Aramco และไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ โดย แหล่งข่าวของบริษัทที่ให้ข้อมูลกับ Reuters กล่าวว่า ขีปนาวุธพิสัยไกลพุ่งเข้าใส่อาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยชั้นบน 3 ชั้นได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการผลิตน้ำมันหรือการส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรง
    .
    วันที่ 14 ตุลาคม กลุ่มฮูตีประกาศว่า จะโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียต่อไป โดยอ้างว่าได้ใช้ #ขีปนาวุธและโดรน โจมตีเป้าหมายหลายแห่ง รวมถึงสถานที่ของ #Aramco ใน #ดาห์ราน และ #โรงกลั่นน้ำมันในกรุงริยาด ทั้งเรียกร้องให้ประชาชน คนงาน และบริษัทเดินเรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่กลุ่มประกาศเป็นเป้าหมายทางทหาร
    .
    ชนวนความขัดแย้งรอบนี้เกิดจากการที่ซาอุดีอาระเบียกลับมาสนับสนุนกองกำลังรัฐบาลเยเมนในการสู้รบกับฮูตี หลังสถานการณ์สงครามกลางเมืองในเยเมนกลับมารุนแรงขึ้น ขณะที่ฮูตีตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีพื้นที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย
    .
    ก่อนหน้านี้ สนามบินนานาชาติในกรุงริยาดถูกโจมตีหลายครั้ง โดยเหตุเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมมีรายงานผู้เสียชีวิต 13 คน และสนามบินถูกปิดจนถึงวันที่ 17 ตุลาคมตามรายงานของ Reuters ส่วนวันที่ 14 ตุลาคม ทางการซาอุฯ กล่าวว่าเศษซากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นตกในเขตที่อยู่อาศัยของริยาด ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คนและบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง
    .
    การโจมตี Aramco มีความสำคัญเพราะบริษัทเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรมน้ำมันซาอุดีอาระเบีย และบริเวณดาห์รานเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการที่เชื่อมโยงแหล่งผลิต ท่อส่ง โรงกลั่น และท่าเรือส่งออก อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้ทำให้การผลิตน้ำมันของประเทศหยุดชะงัก
    .
    สถานการณ์กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือในภูมิภาค โดยเฉพาะช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญสู่ทะเลแดง หากการโจมตีขยายวงกว้าง ความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันและต้นทุนพลังงานโลกอาจเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อราคาและปริมาณส่งออกยังขึ้นอยู่กับความเสียหายจริงและการตอบโต้ในระยะต่อไป
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/r/1CtoMwura1/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.6 MB
      เปิดดู:
      7
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ภาวุธ' แฉไทยเป็นแค่ตลาดให้ "บิ๊กเทค"ฟัน "เงินดิจิทัล" ทะลักออก 2.6 แสนล้าน โฆษณากินเรียบปีละแสนล้านบาท

    14 ตุลาคม 2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยวิโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ #พรรคประชาชน เปิดเผยผลศึกษาของ #คณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลประเทศไทย ผ่าน X เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ชี้ว่าคนไทยและธุรกิจไทยมี #ค่าใช้จ่ายซื้อบริการดิจิทัล จาก #ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่รวบรวมจาก #กรมสรรพากร และ #ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบยอดใช้จ่ายปี 2568 อยู่ที่ 261,912 ล้านบาท เพิ่มจาก 199,562 ล้านบาทในปี 2565 หรือราว 31% ขณะที่หากรวมรายการทรัพย์สินทางปัญญา ตัวเลขอาจสูงถึง 380,000 ล้านบาทตามการประเมินของคณะอนุกรรมาธิการ
    .
    หมวดที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดคือ #โฆษณาออนไลน์ 115,827 ล้านบาท รองลงมาคือ #คลาวด์ #ซอฟต์แวร์ และ #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) 56,343 ล้านบาท #อีคอมเมิร์ซ 51,627 ล้านบาท #บริการสตรีมมิง หนัง เพลง และเกม 29,393 ล้านบาท ส่วนการจองที่พักและตั๋วเดินทางอยู่ที่ 6,949 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการพึ่งพาบริการดิจิทัลจากต่างประเทศ ทั้งในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน
    .
    นายภาวุธ เสนอให้รัฐบาลเร่ง #จัดทำบัญชีดุลบริการดิจิทัล (Digital Balance of Payments) โดย #เชื่อมข้อมูลธุรกรรมการเงินและภาษี ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ #เห็นภาพเงินเข้าออกได้ชัดเจนขึ้น พร้อมเร่งตรวจสอบแพลตฟอร์มต่างชาติที่ยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปรับกติกาภาษีให้เป็นธรรมระหว่างธุรกิจไทยกับต่างชาติ และส่งเสริมผู้ประกอบการไทยพัฒนาเทคโนโลยีด้านโฆษณา คลาวด์ และซอฟต์แวร์ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าในระยะยาว
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยมีระบบจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริการอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการต่างประเทศอยู่แล้ว การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาษีจึงต้องแยกยอดใช้จ่าย ดุลบริการ รายได้ภาษี และกำไรที่ต้องเสียภาษีออกจากกัน
    .
    ข้อเสนอ ไม่ใช่เพียงหยุดเงินไหลออก แต่คือการทำให้ไทยมีผู้พัฒนาเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลที่แข่งขันได้มากขึ้น ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายและจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มกลับสู่ประเทศมากขึ้น
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19wgz6zT2u/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สมาคมพยาบาลฯ ล่าแสนชื่อค้าน “อาสาพยาบาลชุมชน” ห่วงอบรมสั้น 240 ชั่วโมง เสี่ยงกระทบมาตรฐานรักษา

    14 ตุลาคม 2569 #สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ออกแถลงการณ์ แสดงความกังวลต่อ #นโยบายอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ของ #กระทรวงสาธารณสุข โดยเห็นว่า #การอบรมระยะสั้น #ไม่สามารถทดแทนความรู้และทักษะ ของ #พยาบาลวิชาชีพ ที่ผ่านการศึกษาตามหลักสูตร 4 ปีและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านให้ครบ 100,000 รายชื่อ ภายในวันที่ 23 ตุลาคม 2569
    .
    โครงการ #อสพ. ตั้งเป้ารับบุคลากรรุ่นแรก 7,256 อัตรา กระจายพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ตลอดจนกลุ่มแม่และเด็ก โดยกำหนดค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท หลักสูตรอบรมแตกต่างตามพื้นฐานผู้สมัคร ได้แก่ ผู้จบปริญญาตรีทั่วไป 240 ชั่วโมง ผู้จบสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ 120 ชั่วโมง และผู้มีพื้นฐานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 30 ชั่วโมง
    .
    สมาคมพยาบาลฯ กังวลว่า หากมอบหมายงานประเมินอาการหรือดูแลสุขภาพเกินขอบเขตที่ผ่านการฝึกอบรม อาจเกิดความเสี่ยงต่อผู้ป่วยและปัญหาความรับผิดทางกฎหมาย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย กำหนดขอบเขตหน้าที่ให้ชัดเจน ตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตร และพิจารณาจัดสรรตำแหน่งให้พยาบาลวิชาชีพที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ ซึ่งมีรายงานว่ามีมากกว่า 7,000 คน
    .
    ด้าน #กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า #อสพ. มีเป้าหมายเป็นกำลังเสริมของระบบบริการปฐมภูมิ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อทำงานแทนพยาบาลวิชาชีพหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยมุ่งช่วยติดตามดูแลผู้ป่วยในชุมชนและประสานข้อมูลกับหน่วยบริการสุขภาพ
    .
    ข้อถกเถียงจึงอยู่ที่การกำหนดขอบเขตงานและระบบกำกับดูแลให้ชัดเจน เพื่อให้การเพิ่มกำลังคนช่วยประชาชนได้จริงโดยไม่ลดทอนมาตรฐานวิชาชีพ ขณะเดียวกัน สังคมยังจับตาว่ารัฐบาลจะตอบข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย การใช้งบประมาณ และการแก้ปัญหาความมั่นคงในการจ้างงานพยาบาลวิชาชีพอย่างไร
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1b9xVut4Xg/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซีย ยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟซ้ำ 2 วันติด ไฟฟ้าสะดุด เสียชีวิตหลายราย 'เซเลนสกี' จวกพันธมิตรตะวันตกไม่เตือนล่วงหน้า

    14 ตุลาคม 2569 #รัสเซีย โจมตี #กรุงเคียฟ เมืองหลวงของ #ยูเครน ด้วย #ขีปนาวุธ อีกครั้งเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางความกังวลต่อ #ระบบเตือนภัย และ #การแบ่งปันข่าวกรอง จาก #พันธมิตรตะวันตก หลังประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ #เซเลนสกี กล่าวว่า ยูเครนตรวจพบขีปนาวุธได้เมื่อเข้าใกล้กรุงเคียฟแล้ว ทำให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวหลบภัยจำกัด
    .
    รายงานวันที่ 14 ตุลาคมระบุว่า การโจมตีระลอกล่าสุดมุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึง #โรงไฟฟ้าพลังความร้อน CHP-4 และอาคารที่พักอาศัยในกรุงเคียฟ ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าขัดข้องในหลายเขต ขณะที่หน่วยฉุกเฉินเร่งเข้าควบคุมเพลิงและช่วยเหลือประชาชน มีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายรายจากการโจมตีในกรุงเคียฟและพื้นที่อื่นของยูเครน
    .
    เซเลนสกี วิจารณ์ว่า การไม่ได้รับแจ้งเตือนล่วงหน้าจากพันธมิตรเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนกล่าวว่า การประสานข่าวกรองกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป และการเตือนที่ล่าช้าอาจเกี่ยวข้องกับชนิดของอาวุธที่รัสเซียใช้ จึงยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าพันธมิตรจงใจระงับการแจ้งเตือน
    .
    การโจมตียังเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ ของ สหรัฐฯ ประกาศว่ารัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่รัฐบาลเคียฟกล่าวหารัสเซียว่าละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่มอสโกอ้างว่าปฏิบัติการของตนมุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลังงาน
    .
    สถานการณ์บ่งชี้ความเปราะบางของ #ระบบป้องกันภัยทางอากาศยูเครน ซึ่งต้องรับมือทั้งขีปนาวุธและโดรนโจมตีอย่างต่อเนื่อง และยังต้องพึ่งพาข่าวกรองจากพันธมิตรในการประเมินภัยคุกคาม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับคำแนะนำให้ติดตามสัญญาณเตือนภัยและเข้าที่หลบภัยทันทีเมื่อมีประกาศฉุกเฉิน
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/r/1FJy3vMVyU/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ควันไฟป่าบอร์เนียว ปกคลุมเมืองจนฟ้าสีส้ม! "ปาลังการายา" หนักกว่าสิงคโปร์ สนามบินหยุดบินชั่วคราว

    14 ตุลาคม 2569 ภาพจาก #เมืองปาลังการายา (Palangka Raya) เมืองเอกของ #จังหวัดกาลิมันตันกลาง ประเทศ #อินโดนีเซีย ซึ่งเผยแพร่บน X เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม สะท้อน #วิกฤตหมอกควัน จาก #ไฟป่าและไฟพื้นที่เกษตร ปกคลุมท้องฟ้าจนดูคล้ายฉากวันสิ้นโลก โดยรายงานจากสำนักข่าว ANTARA ของอินโดนีเซีย เมื่อเวลา 10.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบควันหนาทึบออกสีเหลืองปกคลุมทั่วเมือง
    .
    ข้อมูลล่าสุดจาก #ศูนย์บัญชาการรับมือไฟป่า และไฟพื้นที่เกษตรจังหวัดกาลิมันตันกลาง ณ วันที่ 13 ตุลาคม พบพื้นที่ถูกไฟไหม้สะสม 18,050.68 เฮกตาร์ หรือประมาณ 112,817 ไร่ จากเหตุไฟป่าและไฟพื้นที่เกษตร 6,255 ครั้ง ขณะที่ข้อมูลหน่วยงานภัยพิบัติท้องถิ่นที่สื่ออินโดนีเซียรายงานระบุว่า ดัชนีคุณภาพอากาศในเมืองปาลังการายาพุ่งถึง 2,052 ซึ่งอยู่ในระดับอันตรายอย่างยิ่ง
    .
    ผลกระทบเกิดขึ้นถึงระบบคมนาคม โดยวันที่ 14 ตุลาคม สนามบินตจิลิก ริวุต (Tjilik Riwut Airport) ในปาลังการายา #ระงับเที่ยวบินขาเข้าและขาออกชั่วคราว เนื่องจากหมอกควันทำให้ทัศนวิสัยลดลงและกระทบความปลอดภัยในการบิน
    ..
    วิกฤตครั้งนี้เชื่อมโยงกับฤดูแล้งที่ยืดเยื้อและปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่ป่าพรุที่แห้งและติดไฟได้ง่าย ควันไม่ได้จำกัดอยู่ในอินโดนีเซีย แต่เคลื่อนข้ามพรมแดนไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วย
    .
    Reuters รายงานว่า ค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงในพื้นที่ตะวันตกของสิงคโปร์ขึ้นไปถึง 284 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับ “สูงมาก” ตามเกณฑ์ของทางการสิงคโปร์ ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASMC) รายงานพบหมอกควันระดับปานกลางถึงหนาแน่นในหลายพื้นที่ของกาลิมันตัน สุมาตรา มาเลเซีย และสิงคโปร์ พร้อมเตือนว่าความเสี่ยงหมอกควันข้ามพรมแดนยังอยู่ในระดับสูง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/r/1C9uzDv1vk/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,946
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ลาการ์ด' เตือน สงครามดันเงินเฟ้อรอบใหม่ จับตาค่าจ้างยุโรป ย้ำฝรั่งเศสต้องแก้ปัญหาหนี้เอง

    14 ตุลาคม 2569 คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) #ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า #สงครามกับอิหร่าน และ #ราคาพลังงานที่พุ่งสูงกำลัง #เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อในยุโรป โดยกังวลว่าหากต้นทุนพลังงานส่งผ่านไปสู่การเรียกร้องขึ้นค่าจ้าง อาจเกิดเงินเฟ้อระลอกสองที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการสูงต่อเนื่อง
    .
    ลาการ์ด กล่าวระหว่างร่วมเวที CNN Global Perspectives ที่กรุงเทพฯ วันที่ 14 ตุลาคมว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าแรงกดดันด้านราคาลุกลามไปสู่การขึ้นค่าจ้างในวงกว้าง แต่ ECB จะติดตามการเจรจาค่าจ้างและข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าจะตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยตามข้อมูลที่ได้รับในแต่ละช่วง โดยไม่กำหนดทิศทางล่วงหน้า
    .
    อีกประเด็นสำคัญคือ #ปัญหาหนี้ และ 3ต้นทุนกู้ยืมของรัฐบาล โดยเฉพาะ #ฝรั่งเศส ที่เผชิญแรงกดดันจากตลาดพันธบัตร ลาการ์ดกล่าวว่า ทางออกหลักต้องมาจากนโยบายการคลังของฝรั่งเศสเอง ไม่ใช่คาดหวังให้ ECB เข้าแทรกแซง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกปรับสูงขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้และแรงกระแทกด้านพลังงาน
    .
    สำหรับเศรษฐกิจยูโรโซน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจะเติบโต 1.1% ในปี 2569 แม้เป็นอัตราที่ไม่สูง แต่ยังมีแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกลาโหมของเยอรมนี ลาการ์ดย้ำว่าการรักษาเสถียรภาพราคายังคงเป็นภารกิจหลักของ ECB เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจและการลงทุนระยะยาว
    .
    .
    #Thaitribune

    https://m.facebook.com/story.php?st...DhfSsU8Ejl&id=100064021594484&mibextid=ZbWKwL
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...